Nvidia เบียด Microsoft ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดของโลก หลังมาร์เก็ตแคปแตะ 3.45 ล้านล้านดอลล์ รับดีมานด์ AI ยังไปต่อ
Nvidia เบียด Microsoft ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดของโลก หลังมาร์เก็ตแคปแตะ 3.45 ล้านล้านดอลล์ รับดีมานด์ AI ยังไปต่อ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มิ.ย. 68 14:01 น.
Nvidia ผู้ผลิตชิป GPU แซง Microsoft ขึ้นเป็นบริษัทมูลค่าตลาด (Market Capitalization) สูงสุดในโลก หลังราคาหุ้นของ Nvidia ปิดตลาดเมื่อคืนที่ผ่านมา พุ่งขึ้น 3.84% ปิดที่ 141.22 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดขึ้นไปแตะที่ 3.45 ล้านล้านดอลลาร์ เบียด Microsoft ซึ่งมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 3.44 ล้านล้านดอลลาร์
การเปลี่ยนอันดับในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังราคาหุ้นของ Nvidia เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพุ่งขึ้นเกือบ 24% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการส่งออกและภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ โดย Nvidia, Microsoft และ Apple ต่างผลัดกันครองอันดับหนึ่งบริษัทที่มีมูลค่าตลาดมากสุดของโลก มาตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2024 ซึ่ง Nvidia เคยรั้งอันดับหนึ่งเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ปีนี้
*** ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง ตอกย้ำความเป็นเจ้าตลาดชิป AI
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ Nvidia มาจากความต้องการชิป AI จากบริษัทต่าง ๆ ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ อาทิ OpenAI, Microsoft, Google และ Meta สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง ซึ่งปัจจุบัน Nvidia ครองตลาดชิป AI accelerator มากถึง 7095% เรียกได้ว่า แทบจะผูกขาดตลาดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะนำไปสู่การปฏิวัติการใช้งานด้าน AI
ด้วยสัดส่วนการครองตลาดที่มากเช่นนี้ ส่งผลให้ Nvidia มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรขั้นต้น (Gross Margin) สูงถึง 78% ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Intel (41%) และ AMD (47%) เกือบสองเท่า
นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม CUDA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์แบบขนานและรองรับรูปแบบการเขียนโปรแกรมที่พัฒนาโดย NVIDIA ยังมีต้นทุนการเปลี่ยนระบบที่สูง และทำให้ลูกค้ายากที่จะเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์หรืออีโคซิสเต็มของคู่แข่ง แม้ว่า AMD จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชิปรุ่นใหม่ เช่น MI300 GPU แต่ AMD ก็ยังครองส่วนแบ่งไม่ถึง 15% แม้ที่ผ่านมา จะลงทุนอย่างมหาศาลก็ตาม
การกระจุกตัวของส่วนแบ่งตลาดยิ่งน่าจับตา จากคาดการณ์ที่ว่า ตลาดชิป AI มีแนวโน้มเติบโตจาก 20,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2020 ขึ้นไปแตะหลัก 300,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2030
*** จับตาสองปัจจัยเสี่ยงฉุดเติบโต: สงครามการค้า-มาตรการคุมส่งออกชิป
แม้ Nvidia จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่บริบททางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการควบคุมการส่งออกชิปของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปที่เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ยังสร้างความท้าทายให้กับผู้ผลิตชิปเบอร์หนึ่งของโลก
ทั้งนี้ ตลาดจีน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของ Nvidia นั้น มีสัดส่วนคิดเป็น 31.4% ของยอดคำสั่งซื้อชิปทั่วโลก ทำให้ Nvidia และผู้ผลิตชิปรายอื่นในสหรัฐฯ มีความเสี่ยงด้านรายได้สูง เนื่องจากมาตรการจำกัดการส่งออก
ในช่วงที่ผ่านมา ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ นำไปสู่การขึ้นภาษีตอบโต้หลายต่อหลายรอบ ซึ่งกดดันให้บริษัทด้านชิปต้องตัดสินใจว่าจะแบกรับภาระต้นทุนไว้เอง หรือผลักภาระไปที่ฝั่งลูกค้านอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังเร่งให้จีนหันมาพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ด้วยตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์จากภายนอก โดยมีบริษัท อาทิ Huawei ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิปทางเลือกภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพา Nvidia
ที่มา Tech in Asia
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ