โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คปท.ปักหลักหน้ากลาโหม ยื่น 3 ข้อเรียกร้องเร่งด่วน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 05.14 น.

คปท.ปักหลักหน้ากลาโหม ยื่น 3 ข้อเรียกร้องเร่งด่วน จี้รัฐแสดงจุดยืนกรณีทหารกัมพูชา ขอเปิดข้อมูลเขตแดน ดันสภากลาโหมร่วมปกป้องอธิปไตยไทย

วันที่ 5 มิ.ย.68 กลุ่มมวลชนเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้รวมตัวกันบริเวณด้านหน้ากระทรวงกลาโหม เพื่อแสดงพลังและยื่นข้อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทบทวนเขตแดนบริเวณพื้นที่ชายแดนที่มีข้อพิพาท เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติไทย

บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนจำนวนมากต่างโบกสะบัดธงชาติไทย พร้อมถือป้ายข้อความเรียกร้องความชัดเจนในนโยบายด้านความมั่นคง ท่ามกลางเสียงนกหวีด เสียงปรบมือ และเสียงปราศรัยที่ดังกึกก้องจากเวทีหลักที่จัดตั้งขึ้นบริเวณหน้าประตูทางเข้ากระทรวง

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้จัดกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงหรือกระทบกระทั่งเกิดขึ้น การจราจรในบริเวณถนนสนามไชยและถนนราชดำเนินกลางมีการปิดบางจุดเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ชุมนุม

แกนนำ คปท. ได้สลับกันขึ้นปราศรัย โดยมีเนื้อหามุ่งเน้นถึงความคลุมเครือของแนวเขตแดนบางจุด และแสดงความห่วงใยว่าความไม่ชัดเจนดังกล่าวอาจนำไปสู่การสูญเสียอธิปไตยในระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมเปิดเผยข้อมูลการเจรจาและจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับประชาชนอย่างโปร่งใส

ตัวแทนแกนนำ คปท. ได้ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมย้ำจุดยืนของกลุ่ม โดยกล่าวว่า วันนี้พวกเรามาอย่างสงบ แต่เรามาด้วยใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อความไม่โปร่งใสของรัฐ การปล่อยให้แนวเขตแดนของชาติถูกละเลย หรือถูกตีความคลุมเครือ คือการยอมให้เอกราชของไทยถูกล่วงละเมิดทางอ้อม! เราขอให้กระทรวงกลาโหมแสดงจุดยืนชัดเจน ว่าอยู่ข้างประชาชน หรืออยู่ข้างใคร!

“ เราจะไม่ยอมให้อธิปไตยไทยถูกลดค่าด้วยการประนีประนอมที่ไม่มีประชาชนมีส่วนรู้เห็น การเจรจาเรื่องเขตแดน ต้องเปิดเผย ต้องโปร่งใส และต้องมีตัวแทนภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม! ” นายพิชัย กล่าว

ต่อมา ภายหลังการยื่นหนังสือต่อกระทรวงกลาโหม นายพิชัย ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสาระสำคัญของการหารือร่วมกัน โดยระบุว่ามีประเด็นหลัก 3 ข้อที่ต้องการเรียกร้องอย่างเร่งด่วน

ประเด็นแรก คือ ท่าทีของกองทัพและโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังไม่มีการแสดงออกถึงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อกรณีการเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาในพื้นที่พิพาท แม้ว่ากองทัพภาคที่ 2 จะเคยทำหนังสือเกี่ยวกับพื้นที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม (ตาเมืองทอง) มาแล้ว แต่การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงการสงวนท่าทีในระดับปฏิบัติการเท่านั้น ขณะที่ในเชิงนโยบาย โดยเฉพาะในระดับรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ยังไม่เคยมีหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

ประเด็นที่สอง แสดงความคาดหวังให้รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมมีความกล้าหาญทางการเมือง โดยการประกาศพื้นที่ที่ไทยถือเป็นดินแดนของตนอย่างชัดเจน เพื่อนำไปสู่การเจรจาในกรอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ซึ่งมีกำหนดในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ การเจรจาจะสามารถดำเนินไปได้อย่างมีระบบและสันติได้ ก็ต่อเมื่อฝ่ายไทยมีจุดยืนที่ชัดเจน เพื่อให้ทหารในพื้นที่มีทิศทางในการปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้อง ไม่ปล่อยให้ทหารกัมพูชาอ้างสิทธิ์ในลักษณะที่ซับซ้อนและคลุมเครือ

ประเด็นที่สาม เกี่ยวข้องกับบทบาทของรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง ที่ยังมีความเคลื่อนไหวค่อนข้างน้อย และไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ในกรณีพิพาทชายแดน นายพิชัยเสนอว่า สภากลาโหม ซึ่งประกอบด้วยผู้นำเหล่าทัพต่าง ๆ ควรเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในเรื่องความมั่นคงและการปกป้องพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเชื่อว่ากลยุทธ์ทางทหารสามารถไล่ระดับการแก้ไขปัญหาจากเบาไปหาหนักได้ และหากมีความจำเป็นถึงขั้นต้องปิดด่านชายแดน ก็เป็นมาตรการที่ต้องพิจารณาอย่างจริงจัง

“ที่ผ่านมา ไทยไม่เคยแสดงจุดยืนกดดันหรือทำให้กัมพูชารู้สึกเกรงใจแม้แต่น้อย ตลอดแนวทางของรัฐบาลไทยกลับเดินตามท่าทีของกัมพูชามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนยอมรับไม่ได้อีกต่อไป” นายพิชัย กล่าว

ทั้งนี้ นายพิชัย ยังเปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (6 มิถุนายน 2568) กลุ่มประชาชนในนาม "ประชาชนคนไทย" จะเดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า “คนไทยจะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว” พร้อมเดินหน้าปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างถึงที่สุด
“แม้ภาครัฐจะไม่เคยทักท้วงหรือแสดงท่าทีใด ๆ อย่างเป็นรูปธรรม แต่วันพรุ่งนี้ เสียงของประชาชนจะดังกึกก้อง เราจะลุกขึ้นยืนเพื่อบอกว่าแผ่นดินนี้เป็นของไทย และไม่มีใครมีสิทธิมาแย่งชิงได้” นายพิชัยกล่าวปิดท้าย////

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...