โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

4 แบรนด์ดัง “เครื่องหอมไทย” สร้างเรื่องในตลาดจีน พลิกสมุนไพร สู่ความหรู ที่มีรากเหง้า

Thairath Money

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 08.37 น.
ภาพไฮไลต์

ในวันที่ผู้บริโภคจีนเริ่มโหยหาความหรูแบบมีความหมายมากกว่าฉลากแบรนด์ตะวันตก “กลิ่นหอมจากธรรมชาติ” เชื่อมโยงกับรากวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้ง กำลังเป็นกระแสที่น่าจับตา

โดย 1 ในความนิยมนั้น คือ “เครื่องหอมไทย” ที่กำลังตีตลาดพรีเมียมของจีนแบบไม่เบา เพราะมีข้อมูลรายงานว่า ท่ามกลาง แถบโซนยุโรปและอเมริกา แบรนด์หรูอย่าง CHANEL (ฝรั่งเศส) และ LE LABO (สหรัฐฯ) ยังคงเป็นที่นิยมสูงสุด โดยเฉพาะในแง่การค้นหาออนไลน์ Top 1 Search ตอกย้ำภาพลักษณ์ความหรูหราและคุณภาพที่ผู้บริโภคจีนให้ความเชื่อมั่น

แต่อย่างไรก็ตาม แบรนด์จากแถบโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าง PANPURI จากไทย ได้กลายเป็นแบรนด์ที่มาแรง ด้วยอัตราการค้นหาเพิ่มขึ้นถึง 141% โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์แนวธรรมชาติและสมุนไพร หลังโดนใจผู้บริโภคยุคใหม่อย่างมาก

ภายใต้ข้อมูล iiMedia Research ที่ระบุว่า ขนาดตลาดเครื่องหอมและสารสกัดกลิ่นในจีนในเมื่อปี 2023 อยู่ที่ประมาณ 439,000 ล้านหยวน (ราว 219,500 ล้านบาท) แต่มีอัตราการเติบโตต่อปีที่ 2.6% จนคาดว่าจะทะลุ 500,000 ล้านหยวน (ราว 250,000 ล้านบาท) ภายในปี 2026

นี่เอง ทำให้ตลาดเครื่องหอมในจีนกลายเป็นพื้นที่แห่งการแข่งขันระหว่างแบรนด์นานาชาติที่ต่างมีเอกลักษณ์ของตนเอง ทั้งจากฝั่งตะวันตกที่เน้นความหรูหรา ไปจนถึงแบรนด์เอเชียที่ผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับคุณภาพระดับโลก

โดยเฉพาะแบรนด์จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น PANPURI จากไทย ถือเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามอง ด้วยยอดวิวบนโซเชียลจีนกว่า 59 ล้านวิวในปี 2024

ส่วนใหญ่มาจากเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และกวางตุ้ง โดยโพสต์ 90% อยู่บน Little red book (小红书) คำค้นยอดฮิตได้แก่ น้ำมันหอมระเหย น้ำมันบำรุงผิวกาย น้ำหอม กลิ่นหอมโดยเฉพาะ น้ำมันบำรุงผิวกาย ที่ได้รับคำชมเรื่องความชุ่มชื้น ซึมไว กลิ่นหอม คุ้มค่า จนขึ้นแท่นอันดับ 1 แบรนด์ต่างประเทศในหมวด น้ำมันบำรุงผิวกาย ที่มีอัตราการซื้อซ้ำสูงสุดบน Tmall

นอกจากแบรนด์ PANPURI แล้วยังมี THANN, HARNN และ KARMAKAMET สินค้าแบรนด์ไทยที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า “กลิ่นหอมแบบสมุนไพรไทย” ก็สามารถสร้างความหลงใหลได้ไม่แพ้ใคร

4 แบรนด์ดัง "เครื่องหอมไทย" ดังในจีน

  • สำหรับ PAÑPURI หนึ่งในผู้เบิกทางที่น่าจับตาที่สุดในเวทีนี้ เป็นแบรนด์เครื่องหอมจากไทยที่เริ่มต้นจากปรัชญาสปาและพลังธรรมชาติ โดยใช้กลิ่นหอมจากสมุนไพรไทยอย่างขมิ้น ตะไคร้ หรือมะลิ ถูกตีความใหม่ให้หรูหรา ละเมียดละไม และเปี่ยมเรื่องราว พร้อมวางตัวอยู่บนเชลฟ์เดียวกับแบรนด์น้ำหอมระดับโลก อย่างกลิ่น Andaman Sails ส่วนผสมหลัก มะกรูด ลูกจันทน์เทศ ไม้จันทน์ เป็นต้น
  • THANN เป็นอีกแบรนด์ ที่นำเทรนด์ความงาม และหอมแบบไทยๆ ไปตีตลาดโลก ซึ่งปัจจุบัน มีสาขาใน 18 ประเทศ ทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, สหรัฐอเมริกา, ฟินแลนด์, สวีเดน, ตุรกี, ไต้หวัน และ เวียดนาม
  • ส่วนHARNN (หาญ) แบรนด์ไทยระดับโลกผู้บุกเบิกบอดี้แคร์ สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์สปาและอโรมาเธอราพีแบบออร์แกนิก ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยที่ชาวต่างประเทศได้ให้การยอมรับในตัวแบรนด์และเป็นหนึ่งในช็อปปิ้งลิสต์ที่จะต้องซื้อกลับไปเป็นของฝากบรรดาญาติและกลุ่มเพื่อนฝูงในหมู่ชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบัน ขยายธุรกิจไปสู่ภูมิภาคในประเทศเช่น เวียดนาม, จีน และญี่ปุ่น เป็นต้น
  • สุดท้าย KARMAKAMET เส้นทางการเดินทาง มาจาก DNA : กลิ่นเก่า เล่าอดีต แม้ผู้ริเริ่มแบรนด์ดัง ใช้รากเหง้าภูมิปัญญาดั้งเดิมของตระกูลเล็กๆ ที่เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและยาจีน ของครอบครัว แต่การสร้างสรรค์ เกิดขึ้นจากการผสมผสานของวัฒนธรรม และความเป็นอยู่พื้นถิ่นแห่งอารยธรรมเอเชีย เข้าไว้ด้วยกันอย่างโดดเด่น จนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์หอมสัญชาติไทย โดย “ณัทธร รักษ์ชนะ ” ผู้ที่เชื่อว่า “กลิ่น” เปรียบได้ดั่งเครื่องมือทรงอานุภาพ ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ส่วนบุคคล ความทรงจำ เรื่องราว และช่วงวันเวลาที่คนึงหา เสมือนยาชูใจ นั่นเอง

แบรนด์ไทยทั้งหมด ดูเหมือนจะมีสิ่งสำคัญที่สุดเดียวกัน คือ "รากเหง้า" ที่ไม่เพียงขายกลิ่นหอม แต่ขายประสบการณ์แบบ Holistic ทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ จนกลายเป็น Soft Power ที่กำลังเบ่งบานท่ามกลางตลาดที่มีมูลค่าสูงทะยาน และใหญ่มาก กลายเป็นต้นแบบ ให้กับแบรนด์ใหม่ ๆ ที่อยากใช้จุดขายที่โดนใจกลุ่มเป้าหมาย เช่น ความเป็นธรรมชาติ ความหรูหรา หรือ กลิ่นที่มีเอกลักษณ์ สร้างโอกาสอีกมากให้กับตัวเอง

ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...