10% ของคนรวยสุดของโลก ทำให้โลกร้อนถึง 2 ใน 3
10% ของคนรวยสุดของโลก ทำให้โลกร้อนถึง 2 ใน 3 งานวิจัยเผยความเหลื่อมล้ำด้านการปล่อยคาร์บอน
งานวิจัยล่าสุดตีพิมพ์ในวารสาร Nature Climate Change เผยให้เห็นว่า 10% ของประชากรโลกที่ร่ำรวยที่สุด มีส่วนรับผิดชอบต่อภาวะโลกร้อนถึง 65% ของอุณหภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 1990 ซึ่งส่งผลให้เกิดภัยพิบัติทางสภาพอากาศ เช่น ภัยแล้งและคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศยากจน
การศึกษานี้เป็นครั้งแรกที่พยายามเชื่อมโยงความไม่เท่าเทียมด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ากับผลกระทบของวิกฤตสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ โดยนำข้อมูลรายได้และการปล่อยคาร์บอนมารวมกับแบบจำลองภูมิอากาศ เพื่อวิเคราะห์ว่า หากตัดการปล่อยจากกลุ่มคนรวยระดับต่าง ๆ จะทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นน้อยเพียงใด
ผลลัพธ์ที่ได้ชี้ชัดถึงความไม่เป็นธรรม และได้จัดกลุ่มประชากร ให้คนที่มีรายได้มากกว่า 42,980 ยูโรต่อปี (ประมาณ 36,472 ปอนด์) ซึ่งรวมถึงคนอังกฤษที่มีรายได้เฉลี่ย ได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม 10% ที่รวยที่สุด
และเป็นกลุ่มที่มีส่วนรับผิดชอบต่อภาวะโลกร้อนถึง 65% ขณะที่กลุ่ม 1% บนสุด (รายได้เกิน 147,200 ยูโรต่อปี) รับผิดชอบถึง 20% และ 0.1% บนสุด (ราว 800,000 คนทั่วโลก) มีส่วนถึง 8%
การศึกษายังพบว่า หากประชากรโลกทั้งหมดปล่อยคาร์บอนในระดับเดียวกับกลุ่ม 50% ที่จนที่สุด อุณหภูมิโลกแทบจะไม่เพิ่มขึ้นเลย นับตั้งแต่ปี 1990 ในทางตรงกันข้าม ถ้าโลกปล่อยเหมือนกลุ่ม 10%, 1% และ 0.1% บนสุด อุณหภูมิจะพุ่งขึ้นถึง 2.9°C, 6.7°C และ 12.2°C ตามลำดับ ซึ่งระดับสุดท้ายถือว่าไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
ข้อเสนอจากงานวิจัย คือให้รัฐบาลต่าง ๆ จัดเก็บภาษีความมั่งคั่ง และผลักดันนโยบายที่เน้นลดการปล่อยจากกลุ่มคนรวย เพื่อความยุติธรรมทางสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่หลายประเทศพัฒนาแล้วเริ่มลดการสนับสนุนด้านการเงินต่อประเทศยากจนในการรับมือวิกฤต
Dr. Carl-Friedrich Schleussner หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยกล่าวว่า “หากเราไม่พูดถึงความรับผิดชอบของกลุ่มคนรวยที่สุดในโลก เราก็อาจพลาดเครื่องมือสำคัญที่สุดในการลดภัยพิบัติในอนาคต”
ที่มา