โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทำแน่ “อีอีซี” จ่อเด้งรับ ครม. ซุ่มจีบบินไทย-BA ปลดล็อคสร้าง “MRO อู่ตะเภา”

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 21.10 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 04.06 น.

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า วันนี้ (17 มิ.ย.2568) อีอีซีได้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอยกเลิกการเป็นโครงการร่วมลงทุนในโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) ตามที่ ครม. อนุมัติไว้ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561 เนื่องจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พ้นจากสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจ ตั้งแต่ปี 2563 ทำให้ไม่สามารถเป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance Repair and Overhaul : MRO) ที่สนามบินอู่ตะเภาได้

ทั้งนี้ตามแผนหากผ่านความเห็นชอบจากครม.แล้ว เบื้องต้นอีอีซีจะนำที่ดินในโครงการดังกล่าวประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน ขณะเดียวกันอีอีซีได้หารือร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ผู้ให้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์สจะเชิญมาลงทุนด้วย ซึ่งให้สิทธินักลงทุนในไทยก่อน

นายจุฬา กล่าวต่อว่า จากการที่หารือร่วมกับการบินไทยพบว่าทางเอกชนมีความพร้อมที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในศูนย์ซ่อมอากาศยาน MRO อู่ตะเภา ซึ่งทราบว่ามีการเตรียมเงินลงทุนไว้แล้ว ซึ่งการเดินหน้าศูนย์ซ่อมอากาศยาน MRO อู่ตะเภา ถือเป็นโครงการที่จะสร้างรายได้ให้แก่ภาคการบิน

“มั่นใจว่าทำได้จริง เพราะการยกเลิกมติครม.เดิมถือเป็นการปลดล็อคให้การบินไทย เพราะรันเวย์มาแน่ๆ รวมถึงอาคารผู้โดยสารของ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ที่เริ่มดำเนินการ คาดว่าจะได้เห็นการก่อสร้างโครงการฯภายในปีนี้ เราพยายามผลักดันให้ศูนย์ซ่อมอากาศยาน MRO อู่ตะเภาเดินหน้าไปพร้อมกัน เพราะทั้ง 3 โครงการจะเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดภาคการบิน” นายจุฬา กล่าว

นายจุฬา กล่าวงต่อว่า หากมีผู้มาขอเช่าเครื่องบินได้ต้องเป็นเอกชนที่มีเครื่องบิน ซึ่งพบว่าในประเทศไทยเอกชนที่มีเครื่องบินมากที่สุด คือการบินไทย ทำให้อีอีซีต้องเชิญชวนการบินไทยมาร่วมลงทุนอยู่แล้ว เพราะมีประสบการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งการบินไทยสามารถหาพาร์ทเนอร์มาเข้าร่วมเพื่อซ่อมเครื่องบินให้กับสายการบินในภูมิภาคได้

อย่างไรก็ตามปัจจุบันตลาดการบินในไทยมักนำเครื่องบินไปซ่อมในต่างประเทศอยู่แล้ว เนื่องจากอุปกรณ์ไม่เพียงพอ หากศูนย์ซ่อมอากาศยาน MRO อู่ตะเภาสามารถเกิดขึ้นได้จะถือเป็นศูนย์ซ่อมที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับตลาดการบินในไทยและต่างประเทศได้ด้วย หากเครื่องบินในต่างประเทสมีปัญหาก็สามารถมาซ่อมที่โครงการฯได้

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2567 คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 4/2567 มีมติเห็นชอบการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา จากการที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พ้นจากสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจ ตั้งแต่ปี 2563 ทำให้ไม่สามารถเป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance Repair and Overhaul : MRO) ที่สนามบินอู่ตะเภาได้

ขณะเดียวกัน สกพอ. เห็นว่าโครงการดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และการยกระดับขีดความสามารถในการให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยานของประเทศไทย ตลอดจนเพิ่มศักยภาพของช่างอากาศยานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ยังมีความจำเป็นต้องขับเคลื่อนการดำเนินโครงการต่อไปให้เหมาะสมตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป กพอ. ได้มีมติเห็นชอบการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินโครงการ โดยให้ยกเลิกการเป็นโครงการร่วมลงทุนตามที่ ครม. อนุมัติไว้ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561

อย่างไรก็ดีที่ประชุมกพอ.ให้ สกพอ. ดำเนินการจัดหาผู้เช่าที่ดินราชพัสดุในเขตส่งเสริม : เมืองการบินภาคตะวันออก (EECa) เพื่อดำเนินกิจกรรมศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 และ ระเบียบคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การเช่าที่ดินราชพัสดุที่ประกาศเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2562 ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...