G7 เรียกร้องลดตึงเครียดตะวันออกกลาง ประณาม “อิหร่าน” ต้นตอความไม่มั่นคง
ผู้นำ G7 ออกแถลงการณ์ร่วมยืนยันสิทธิอิสราเอลในการป้องกันตนเอง พร้อมประณามอิหร่านว่าเป็นแหล่งก่อความไม่มั่นคงและการก่อการร้ายในภูมิภาค ย้ำจุดยืนอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์
วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 11.06 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) แถลงยืนยันจุดยืนร่วมสนับสนุนอิสราเอล และเรียกร้องให้มีการคลี่คลายความตึงเครียดที่กำลังทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง ขณะที่อิสราเอลและอิหร่านแลกเปลี่ยนการโจมตีทางทหารอย่างต่อเนื่อง
ผู้นำ G7 กล่าวในแถลงการณ์ร่วมว่า “เรายืนยันว่าอิสราเอลมีสิทธิในการป้องกันตนเอง และเราขอย้ำการสนับสนุนความมั่นคงของอิสราเอล”
อีกทั้งกลุ่ม G7 ยังประณามอิหร่านว่าเป็นแหล่งต้นตอหลักของความไม่มั่นคงและการก่อการร้ายในภูมิภาค และย้ำจุดยืนว่าอิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ว่าในกรณีใด รวมถึงยังได้เรียกร้องให้มีการหาทางออกต่อวิกฤตอิหร่าน และเรียกร้องให้ลดความรุนแรงในตะวันออกกลางอย่างกว้างขวาง รวมถึงการหยุดยิงในฉนวนกาซา
กลุ่มประเทศ G7 ประกอบด้วย สหรัฐ สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น โดยในปีนี้ยังมีผู้นำจากสหภาพยุโรป ออสเตรเลีย บราซิล เม็กซิโก ยูเครน และเกาหลีใต้ เข้าร่วมประชุมด้วย
ทั้งนี้การประชุมสุดยอด G7 เป็นเวทีหารือประจำปีเพื่อสร้างฉันทามติในประเด็นเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกที่เร่งด่วนที่สุด รวมถึงการประสานการดำเนินนโยบายร่วมกัน
หนึ่งในหัวข้อสำคัญของปีนี้ คือ นโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สร้างความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ยังมีประเด็นละเอียดอ่อนเกี่ยวกับการสนับสนุนยูเครน หรือแนวโน้มการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย ซึ่งยังไม่ชัดเจน เนื่องจากทรัมป์ยังลังเลว่าจะดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซียหรือไม่
อ้างอิง : cnbc.com