โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ต่างชาติวิเคราะห์ ‘ท่องเที่ยวไทย’ เดินหมากถูกทางหรือ ‘ไล่ตามเงา’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 18.47 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 01.47 น.

"ไทย" ครองตำแหน่งประเทศที่มีคนมาเยือนมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างยาวนาน ซึ่งในปี 2019 ไทยเกือบมีนักท่องเที่ยวมาเยือนถึง 40 ล้านคน แต่ 6 ปีหลังจากนั้นก็พลาดเป้าไปอย่างหวุดหวิด และตอนนี้ยังคงห่างไกลจากยุคทอง

เว็บไซต์แชนเนลนิวส์เอเชียรายงานว่า ขณะนี้มาเลเซียและญี่ปุ่นแซงหน้าไทยแล้ว โดยในปี 2024 มาเลเซียมีชาวต่างชาติมาเยือน 38 ล้านคน ขณะที่ญี่ปุ่นมีชาวต่างชาติมาเยือน 36.9 ล้านคน ขณะที่ไทยมีชาวต่างชาติเยือน 35.5 ล้านคน และด้วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศตกต่ำลง ประเทศไทยจึงทุ่มเทเต็มที่กับแผนการท่องเที่ยวที่เน้น “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” โดยเน้นไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายสูงมากขึ้น

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปลี่ยนโฟกัสไปที่ตลาดยุโรป สหรัฐ และตะวันออกกลาง เพื่อเติมเต็มช่องว่างที่นักท่องเที่ยวจีนหายไปจำนวนมากนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19

เมื่อเดือน มิ.ย.ททท. เผยว่า ช่วงวันที่ 1 ม.ค. - 9 มิ.ย. ยอดนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน ทั้งนักท่องเที่ยวจากเยอรมนี อิตาลี ประเทศในอ่าวอาหรับ อังกฤษ และออสเตรเลีย ซึ่งฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เผยว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านั้นเป็นกลุ่มที่มีกำลังใช้จ่ายสูง

ไทยยังได้ผลักดันให้มีเที่ยวบินใหม่และมีเที่ยวบินระยะไกลในกลุ่มประเทศเป้าหมายมากขึ้น ทั้งยังโปรโมตการท่องเที่ยวเชิงกีฬา เทศกาลวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากขึ้นด้วย แต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทั่วโลกและเศรษฐกิจยังคงไม่มีความแน่นอน ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าไทย “เสี่ยงไล่ตามเงา” แทนที่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แกรี โบเวอร์แมน นักวิเคราะห์แนวโน้มผู้บริโภคและนโยบายการท่องเที่ยวกล่าว “2025 เป็นจุดเปลี่ยนที่แท้จริงในการฟื้นฟูประเทศจากการแพร่ระบาดโควิด ประเทศไทยต้องทบทวนใหม่ว่ากำลังทำอะไร”

ปีนี้ ททท. ตั้งเป้าหมายว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือน 35.5 ล้านคน เทียบเท่ากับปีก่อน แต่ช่วงครึ่งปีแรกจำนวนนักท่องเที่ยวยังคงน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน 3% และการจะบรรลุเป้าหมายที่ปรับลดลงมานั้น อาจต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวจากประเทศที่อยู่ห่างไกลอย่างยุโรปด้วย

ฮันนา แพร์สัน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยวแพร์แอนเดอร์สัน กล่าวว่า เป้าหมายนักท่องเที่ยว 35.5 ล้านคนยังไกลไป เมื่อพิจารณาผลกระทบด้านภาษีในเศรษฐกิจโลก ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และการเข้าถึง หลังเส้นทางการบินหยุดชะงักในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

“ปาฏิหาริย์นักท่องเที่ยว 40 ล้านคนเป็นเป้าหมายที่ไม่จำเป็นต้องพยายามและมุ่งมั่นจะเดินหน้าต่อ ต้องถอยหลังกลับมาสักนิด แล้วดูว่ามีอะไร ไทยจะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่อย่างไร” โบเวอร์แมนชี้แนะ

ต้องรักษานักท่องเที่ยวจีน

ในปี 2019 นักท่องเที่ยวจีนมาเยือนไทย 11.1 ล้านคน แต่ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ นักท่องเที่ยวจีนมาเยือนไทยไม่ถึง 2 ล้านคน ลดลงเกือบ 1 ใน 3 จากปี 2024 แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงยืนยันว่าไทยไม่อาจละทิ้งตลาดนักท่องเที่ยวจีนได้

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า สาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนและรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หายไปเนื่องจากไทยไม่ได้ถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย กรณีการลักพาตัวดาราจีน “หวัง ซิง” ที่ถูกหลอกให้เดินทางไปเมืองสแกมเมอร์ในเมียนมาขณะเดินทางมาเยือนไทยเมื่อเดือน ม.ค. ได้สร้างความกังวลด้านความไม่ปลอดภัยมากขึ้น

เหตุกราดยิงในสยามพารากอนเมื่อปี 2023 ที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 1 ราย ก็สร้างความกังวลและทำให้นักท่องเที่ยวจีนมาไทยลดลง

ขณะที่แพร์สันบอกว่า ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงการประท้วงทางการเมือง อาจทำให้ประเทศไทยถูกมองว่าไม่มีความมั่นคง และการพบวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นระเบิดในสองจังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้เมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ทำให้ภาคการท่องเที่ยวไทยประสบปัญหามากขึ้น

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เสริมว่า การพยายามดึงดูดนักพนันด้วยการทำให้เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีกาสิโน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวถูกกฎหมายก็อาจส่งผลเสียได้เช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น การเดินทางออกนอกประเทศของชาวจีนก็เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย โบเวอร์แมนกล่าวว่า การท่องเที่ยวกรุ๊ปใหญ่ รวมถึงเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากเมืองรองต่างๆ ในจีน อาจกลายเป็นแค่เรื่องในอดีต

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยยังไม่หยุดยั้งความพยายามที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน เมื่อเดือนเม.ย. สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ได้เรียกร้องให้รัฐบาลใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ เพื่ออุดหนุนเที่ยวบิน 1,000 เที่ยวเป็นเวลาสามเดือน สำหรับเที่ยวบินจาก 20 เมืองในจีน เพื่อสร้างความตื่นตัวในการเดินทางมาประเทศไทย

ATTA ยังได้หาเงินทุนสนับสนุนโครงการท่องเที่ยวที่คล้ายกัน เช่น “Thailand Summer Blast - China & Overseas Market Stimulus Plan” และเมื่อไม่นานมานี้ยังได้ร่วมงานกับบริษัทไป่ตู้ (Baidu) เสริมแกร่งท่องเที่ยวไทย เน้นการตลาดดิจิทัลและให้ข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวด้วยเอไอ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพสูง

นอกจากนี้ยังมีแคมเปญ “Sawadee Nihao” ที่ได้เชิญหน่วยงาน ตัวแทนสื่อ และอินฟลูเอนเซอร์จากจีนมาเที่ยวไทยเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวด้วย

โบเวอร์แมนบอกว่า นักท่องเที่ยวจีนชื่นชอบไทยมาก แต่ประเทศไทยยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากจาก 10 ปีที่แล้ว และแนะนำว่าไทยต้องแสดงให้เห็นว่าทำไมนักท่องเที่ยวต้องกลับมาเที่ยวอีกครั้ง

รศ.ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนะว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่ด้วย

ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่ต้องการประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ และจับต้องได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ไทยควรพัฒนาตนเองให้ก้าวข้ามรูปแบบการท่องเที่ยวเดิมๆ เน้นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และน่าดึงดูดใจ เผยเสน่ห์ของท้องถิ่นและส่งเสริมความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับชุมชนมากขึ้น

‘คุณภาพ’ ท่องเที่ยว ต้องคุ้มค่ากับการใช้จ่ายสูง

แพร์สันบอกว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งมาเลเซียและเวียดนามก็หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวกับที่ไทยต้องการ

มาเลเซียได้ขยายระยะเวลาวีซ่าฟรีให้กับนักท่องเที่ยวจีนไปอีก 5 ปี ขณะที่เวียดนามก็ขยายวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มเที่ยวบิน และเปิดบริการรถไฟเส้นทางหนานหนิง-ฮานอยอีกครั้งในเดือน พ.ค. หลังปิดมานาน 5 ปี

อย่างไรก็ตาม โอเวอร์แมนบอกว่า ยังไม่มีใครดึงดูดนักท่องเที่ยวโดดเด่น อาจเป็นเพราะนักท่องเที่ยวย้ายจากไทยไปประเทศเหล่านั้นเล็กน้อย และย้ำว่า ไทยต้องสู้มากกว่านี้เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

“คุณต้องพิจารณากลยุทธ์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว มองไปที่ประตูหน้า คุณจะเปิดประตูหน้าให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นได้อย่างไร แต่คุณก็ต้องล็อกประตูหลังด้วย ซึ่งผมคิดว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่ได้ทำแบบนั้นในตอนนี้ ยังรักษานักท่องเที่ยวได้ไม่ดีพอ”

เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป ATTA จึงปรับลดคาดการณ์รายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดของไทยในปี 2025 สู่ระดับ 60,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิม 69,000 ล้านดอลลาร์

ไทยไม่อาจพึ่งพาตลาดเพียงแห่งเดียวได้อีก แม้ว่าหน่วยงานต่างๆ จะส่งเสริมการดึงดูดนักท่องเที่ยวตลาดใหม่และยกระดับการท่องเที่ยวสู่ระดับพรีเมียม แต่ก็แทบปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดจีนยังคงเป็นตลาดที่ไม่มีใครแทนที่ได้

“คุณต้องพยายามดึงดูดตลาดจีนต่อไป นั่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” โบเวอร์แมนย้ำ

อย่างไรก็ตาม แม้สโลแกนท่องเที่ยวไทยที่เน้น “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” มีความคลุมเครือในทางปฏิบัติ แต่การที่สโลแกนสื่อถึงการนำเสนอบริการหรูหราในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากขึ้นนั้นถือเป็นแนวทางที่ดี

เอียน ดี ทูลลิโอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของไมเนอร์สโฮเทล กลุ่มโรงแรมระดับนานาชาติที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ เตือนว่า ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางดังกล่าว แต่ต้องทำให้ดีมากขึ้น โดยนำเสนอ “คุณภาพ” ให้คุ้มค่ากับการใช้จ่ายที่สูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...