โฆษกรบ.อัดเขมรมั่ว ปล่อยข่าวอวด สอย F16 ร่วง 1 ลำ แฉ AI ปลอม เด็กประถมยังดูออก
โฆษกรบ.อัดเขมรมั่ว ปล่อยข่าวอวด สอย F16 ร่วง 1 ลำ แฉ AI ปลอม เด็กประถมยังดูออก เผยทัพฟ้ายืนยันภารกิจ F16 บรรลุเป้าหมายกลับถึงฐานครบ 6 ลำ ด้านรองโฆษกรบ.เตือนภัยข่าวปลอม ขอเช็กก่อนแชร์
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกองทัพอากาศ กรณีเครื่องบินเอฟ 16 ของไทยขึ้นปฏิบัติการเพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศ หลังจากถูกกองทัพกัมพูชารุกรานอธิปไตยประเทศไทย โดยเปิดฉากยิงใส่โรงพยาบาล และบ้านเรือนพลเรือนของคนไทย จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติการทางทหารที่ไร้มนุษยธรรม ป่าเถื่อน มีพฤติกรรมกระหายสงคราม
โดยเมื่อเวลา 14.00 น. กองทัพอากาศได้รายงาน ศบ.ทก. ว่า เครื่องบินรบสมรรถนะสูงของกองทัพอากาศไทย F16 จำนวน 6 ลำ ได้บินปฏิบัติการในพื้นที่อธิปไตยของไทยอย่างบรรลุเป้าหมาย และบินกลับฐานครบ 6 ลำเป็นที่เรียบร้อย
แต่ปรากฏภาพข่าวที่เผยแพร่ในกองทัพของกัมพูชา และในสื่อโซเชียลมีเดียของเขมร ที่โฆษณาชวนเชื่อว่า ทหารเขมรสอยเอฟ 16 ของไทยตก 1 ลำนั้น เป็นข่าว “โม้” ที่สร้างขึ้นเพื่อปลอบใจทหารของตนเองโดยภาพดังกล่าว เด็กประถมดูก็รู้ว่าเป็นภาพ AI ที่สร้างขึ้น จึงขอเรียนให้กับพี่น้องประชาชน มั่นใจในแสนยานุภาพของกองทัพไทยในการปฏิบัติภารกิจเพื่อรักษาอธิปไตยต่อไป
ด้านน.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา มีความตึงเครียด และเกิดกระแสความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์ รัฐบาลพบว่ามีการเผยแพร่ “ข่าวปลอม” และ “ข้อมูลบิดเบือน” หลายกรณี ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง และกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ
จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา พบว่ามีข่าวปลอมที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย เช่น ข่าวที่อ้างว่า “เครื่องบินรบ F-16 ของไทยถูกยิงตก” ซึ่งตรวจสอบแล้วว่าไม่เป็นความจริง ภาพที่ใช้เป็นภาพเหตุการณ์ในประเทศเบลเยียมเมื่อปี 2561 ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพอากาศไทยแต่อย่างใด โดยกองทัพอากาศยืนยันว่า เครื่องบินทุกลำกลับฐานอย่างปลอดภัย
รัฐบาลขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนเผยแพร่ หรือแชร์ข้อมูลใด ๆ โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์อ่อนไหวด้านความมั่นคงและการเมือง และขอให้ติดตามข้อมูลจาก “ช่องทางที่เชื่อถือได้” เช่น เพจศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดีอี เพจของกองทัพ หรือสายด่วนรัฐบาล 1111