โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นเอเชีย” ปรับบวก ดอลลาร์แข็งค่า จับตาภาษีทรัมป์-เงินเฟ้อสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 02.44 น.

"ตลาดหุ้นเอเชีย" ปรับบวก ดอลลาร์แข็งค่า จับตาภาษีทรัมป์–เงินเฟ้อสหรัฐ ด้านพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษก่อนเลือกตั้งสำคัญ

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น และเงินดอลลาร์ยังคงทรงตัวในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการเจรจาการค้าในสัปดาห์ที่มีการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐ และผลประกอบการธนาคารรายใหญ่

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กำหนดเส้นตาย 50 วัน ให้รัสเซียยุติสงครามในยูเครน มิฉะนั้นจะถูกคว่ำบาตรด้านพลังงาน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี เนื่องจากการเลือกตั้งวุฒิสภาญี่ปุ่นใกล้เข้ามา

ทรัมป์ส่งสัญญาณเปิดรับการเจรจาเกี่ยวกับภาษีอีกครั้ง หลังจากเพิ่งขู่จะเก็บภาษีสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) และเม็กซิโก ในอัตรา 30% เริ่ม 1 สิงหาคม โดยญี่ปุ่นกำลังพยายามจัดการเจรจาระดับสูงกับสหรัฐในวันศุกร์ (18 ก.ค.68)

Rodrigo Catril นักกลยุทธ์จากธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย (National Australia Bank) ระบุว่า ตลาดยังตอบสนองอย่างระมัดระวังต่อความไม่แน่นอนของมาตรการภาษี ซึ่งทำให้การประกาศผลประกอบการของบริษัทในสหรัฐช่วงสัปดาห์นี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ

“สิ่งที่น่าสนใจคือบริษัทต่าง ๆ จะพูดถึงแนวโน้มในไตรมาสหน้าอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของอัตรากำไรว่าได้รับแรงกดดันแค่ไหน หรือมีแผนจะผลักภาระต้นทุนให้ผู้บริโภคหรือไม่ …ผมคิดว่าที่ตลาดดูสงบนิ่ง อาจเป็นเพราะเรายังไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป”

ดัชนี MSCI หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) เพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเพียงเล็กน้อยในวันก่อนหน้า ส่วนดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.2%

ทางด้าน สหภาพยุโรป (EU) กล่าวหาสหรัฐว่าต่อต้านการบรรลุข้อตกลงทางการค้า และเตือนว่าหากไม่มีข้อตกลงอาจต้องใช้มาตรการตอบโต้ ทรัมป์ระบุว่าเขายังเปิดกว้างต่อการเจรจากับ EU และประเทศคู่ค้าอื่น ๆ

นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่น มีแผนจะพบกับ รมว.คลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ ที่กรุงโตเกียวในวันศุกร์ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์โยมิอุริ ก่อนที่ภาษี 25% จะเริ่มมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม นอกจากนี้อิชิบะยังต้องเตรียมรับการเลือกตั้งวุฒิสภาในวันอาทิตย์ ซึ่งผลสำรวจชี้ว่าพรรคฝ่ายรัฐบาลอาจเสียเสียงข้างมากให้กับฝ่ายค้านที่สนับสนุนการใช้จ่ายภาครัฐอย่างขยายตัว

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งแตะ 1.595% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2008 ส่วนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.195%

ในขณะเดียวกันฤดูกาลรายงานผลประกอบการในสหรัฐจะเริ่มในวันอังคาร โดยมีรายงานไตรมาส 2 จากธนาคารใหญ่หลายแห่ง คาดว่ากำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะเพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามข้อมูลจาก LSEG ซึ่งต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ในเดือนเมษายนที่ 10.2% ก่อนที่ทรัมป์จะเริ่มสงครามภาษี

นักลงทุนยังรอการประกาศข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันอังคาร และจับตาว่าภาษีอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าอย่างไร

ค่าเงินดอลลาร์แทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ 147.71 เยน หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ขณะที่ค่าเงินยูโรทรงตัวที่ 1.1672 ดอลลาร์สหรัฐ

ราคาน้ำมันดิบสหรัฐปรับตัวลง 0.3% สู่ระดับ 66.80 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากทรัมป์ประกาศส่งมอบอาวุธเพิ่มเติมให้ยูเครนเมื่อวันจันทร์ และขู่ว่าจะคว่ำบาตรผู้ซื้อสินค้าจากรัสเซียหากมอสโกไม่ยอมเจรจาสันติภาพภายใน 50 วัน

ราคาทองคำขยับขึ้น 0.1% อยู่ที่ 3,348.35 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่ ราคาซิลเวอร์ (เงิน) เพิ่มขึ้น 0.1% อยู่ที่ 38.15 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2011 ในวันก่อนหน้า

ในการซื้อขายช่วงต้นของยุโรป ดัชนีฟิวเจอร์ส Euro Stoxx 50 ปรับขึ้น 0.1%, DAX ของเยอรมนีเพิ่ม 0.1%, และ FTSE ของอังกฤษบวก 0.2% ส่วนฟิวเจอร์สดัชนี S&P 500 ของสหรัฐ ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.1%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...