โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เตือนเรือพาณิชย์! ระวังกลุ่มฮูตี ‘ซุ่มโจมตี’ หลังสหรัฐกระโจนถล่มอิหร่าน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 21.22 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 04.30 น.

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า “BIMCO” องค์กรสมาชิกเดินเรือทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งมีเจ้าของเรือ ผู้เช่าเรือ นายหน้าเรือ และตัวแทนเรือ ได้ออกมาเตือนว่า แม้ยังไม่ชัดเจนว่าอิหร่านจะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐต่อสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างไร แต่ “ภัยคุกคาม” ต่อการเดินเรือพาณิชย์ในน่านน้ำคาบสมุทรอาหรับได้เพิ่มสูงขึ้น

“ภัยคุกคามจาก ‘กลุ่มฮูตี’ ต่อการเดินเรือในทะเลแดงและอ่าวเอเดนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน” จาค็อบ ลาร์เซน หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของ Bimco กล่าว “กลุ่มฮูตีข่มขู่ว่า จะโจมตีเรือพาณิชย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับอิสราเอลหรือสหรัฐ แต่ก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่เรือพาณิชย์ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับประเทศอื่นจะตกเป็นเป้าหมายได้เช่นกัน”

ลาร์เซนคาดว่า เรือรบของสหรัฐ และเรือพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลหรือสหรัฐ จะเป็นเป้าหมายหลักที่อิหร่านต้องการโจมตี

ด้าน Maersk บริษัทขนส่งและโลจิสติกส์ของเดนมาร์กประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า บริษัทจะระงับการเทียบท่าชั่วคราวที่ท่าเรือคอนเทนเนอร์ใหญ่ที่สุดของอิสราเอลอย่าง“ท่าเรือไฮฟา” ท่าเรือขนส่งสินค้ามูลค่า 4,200 ล้านดอลลาร์แห่งนี้ ซึ่งเคยตกเป็นเป้าโจมตีของขีปนาวุธจากอิหร่าน แต่ยังไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

ลาร์เซนจาก Bimco เตือนว่า อิหร่านอาจพยายามขยายวงการโจมตี เพื่อสร้างความปั่นป่วนแก่การเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยโจมตีเรือพาณิชย์ ซึ่งอาจใช้ขีปนาวุธต่อต้านเรือ หรือโดรนทั้งแบบบินและแบบผิวน้ำในการโจมตีดังกล่าว

“การวางทุ่นระเบิดในทะเล จะถือเป็นพัฒนาการที่อันตรายอีกขั้นหนึ่ง แต่ความตั้งใจของอิหร่านที่จะทำเช่นนั้นยังน่าสงสัย เนื่องจากเสี่ยงต่อเรือพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านเอง และเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อม หากเกิดความเสียหายกับเรือ” ลาร์เซนกล่าว

ทั้งนี้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ ถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของโลกในด้านการขนส่งน้ำมัน หากน้ำมันไม่สามารถผ่านช่องแคบนี้ได้ แม้เพียงชั่วคราว ก็อาจทำให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้น ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น และเกิดความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน

ในปี 2023 ปริมาณการลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยอยู่ที่ 20.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของการบริโภคปิโตรเลียมเหลวทั่วโลก

แม้ช่องแคบฮอร์มุซ จะรองรับการค้าขนส่งสินค้าทางเรือเพียงไม่ถึง 4% ของปริมาณการค้าโลก แต่ท่าเรือ Jebel Ali และ Khor Fakkan ถือเป็นจุดสำคัญในเครือข่ายการขนส่งทางทะเลของภูมิภาคนี้

สินค้าส่วนใหญ่จากท่าเรือเหล่านี้ มีจุดหมายปลายทางที่ “ดูไบ” ซึ่งกลายเป็นฮับการขนส่งสินค้า ไปยังอ่าวเปอร์เซีย เอเชียใต้ และแอฟริกาตะวันออก

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ได้ส่งผลให้ค่าระวางเรือสินค้าทางทะเลจากเซี่ยงไฮ้ไปยังท่าเรือเจเบลอาลี ซึ่งเป็นท่าเรือใหญ่ที่สุดในอ่าวอาหรับ พุ่งสูงขึ้นในสัปดาห์นี้

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการขนส่งสินค้า Xeneta ระบุว่า อัตราค่าระวางเฉลี่ยแบบ Spot เพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (นับถึงวันศุกร์) โดยปัจจุบันอัตราอยู่ที่ 2,761 ดอลลาร์ต่อหน่วยตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐาน 40 ฟุต ซึ่งเป็นหน่วยวัดความจุของเรือและปริมาณสินค้า

ในด้านเรือบรรทุกน้ำมันดิบ ค่าระวางแบบ Spot สำหรับเรือบรรทุกขนาดใหญ่มาก (VLCC) ในเส้นทางตะวันออกกลาง–จีน เพิ่มขึ้น 154% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน (นับถึงวันพฤหัสบดี) ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันระยะไกลขนาดกลาง (LR2) ในเส้นทางตะวันออกกลาง–ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 148% และเรือบรรทุกก๊าซขนาดใหญ่มาก (VLGC) ในเส้นทางตะวันออกกลาง–ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 33%

สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของอัตราค่าระวางเรือ มาจากต้นทุนรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเรือที่สูงขึ้น และการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น เนื่องจากเรือต้องแล่นเร็วขึ้นเมื่อต้องผ่านเขตเสี่ยงสูง

“เรือพาณิชย์ในพื้นที่ ควรพิจารณาลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามของอิหร่าน เช่น การหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ใกล้ชายฝั่งอิหร่าน” ลาร์เซนกล่าว “เรายังแนะนำให้เรือรักษาการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับกองกำลังทหารเรือในพื้นที่ผ่านหน่วยงาน UK Maritime Trade Operations (UKMTO) เพื่อเพิ่มระดับการเฝ้าระวังและการสังเกตการณ์อย่างเข้มข้น”

อ้างอิง: cnbc

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...