โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'อยู่รอดในวันที่โลกแตะ 40 องศา' ญี่ปุ่นทำได้อย่างไร วิธีที่ไทยต้องเรียนรู้

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 23.36 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 07.35 น.

สถานการณ์คลื่นความร้อนรุนแรงกำลังกลายเป็น "เรื่องปกติ" (New Normal) ที่ทั่วโลกต้องเตรียมรับมือ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เตือนว่าทศวรรษที่ผ่านมาอุณหภูมิโลกสูงเป็นประวัติการณ์ และมีโอกาสถึง 80% ที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2024 จะถูกทำลายสถิติอีกครั้งภายในปี 2029

คลื่นความร้อนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนกำลังคุกคามสุขภาพผู้คนทั่วโลกอย่างร้ายแรง ในปี 2024 ยุโรปตะวันตกมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนกว่า 20,000 ราย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ

ญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศที่เผชิญฤดูร้อนที่ร้อนจัดเป็นพิเศษในปี 2024 มีมากกว่า 10 เมืองที่บันทึกวันที่มีอุณหภูมิเกิน 35 องศาเซลเซียส (เรียกว่า "วันร้อนจัดมาก") มากกว่า 50 วัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนสูงถึง 2,033 ราย ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด

คลื่นความร้อนของญี่ปุ่นในช่วงปี 2022–2024

  • มิถุนายน 2022 : 40.2 °C ที่เมืองอิเสซากิ จังหวัดกุมมะ (วันที่ 25 มิ.ย. เป็นครั้งแรกที่มีอุณหภูมิ 40 °C ในเดือนมิถุนายน)
  • สิงหาคม 2023 : วันที่ 5 ส.ค. เมืองเดะ จังหวัดฟุกุชิมะ ทำสถิติ 40.0 °C
  • กรกฎาคม 2024 : เมืองชิซูโอกะ จังหวัดชิซูโอกะ และซาโนะ จังหวัดโทจิงิ แตะ 41.0 °C และเมืองอื่นอีกหลายแห่งเกิน 40 °C

ข้อมูลจากสำนักงานดับเพลิงโตเกียวระบุว่า ผู้ป่วยโรคลมแดดที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลในโตเกียวมากกว่าครึ่งมีอายุ 65 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 80 ปีมีจำนวนมากที่สุด ตามมาด้วยกลุ่มอายุ 70 ปี รายงานจากสำนักงานบริหารจัดการอัคคีภัยและภัยพิบัติของญี่ปุ่น (มิถุนายน-กันยายน 2024) ชี้ว่า สถานที่ที่เกิดเหตุการณ์ลมแดดบ่อยที่สุดคือที่พักอาศัยส่วนตัว (38%) ตามมาด้วยถนน (19%) พื้นที่สาธารณะกลางแจ้ง (13%) และสถานที่ทำงาน เช่น ไซต์ก่อสร้างและโรงงาน (10.1%)

มาตรการรับมือคลื่นความร้อนในญี่ปุ่น: จากกฎหมายสู่เทคโนโลยีและชุมชน

เพื่อจัดการกับความเสี่ยงจากความร้อนในที่ทำงาน ญี่ปุ่นได้เสริมความแข็งแกร่งด้านกฎระเบียบ โดยมีกฎหมายใหม่ เรื่อง “การแก้ไขพระราชกฤษฎีกาความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในอุตสาหกรรม” มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2025

นายจ้างจะต้องใช้มาตรการป้องกันโรคลมแดด ซึ่งเป็นผลจากการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยในที่ทำงาน เนื่องจากเหตุการณ์ความร้อนรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น

- ขอบเขตการบังคับใช้ มีดังนี้

  • ครอบคลุม “งานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด” ได้แก่ กรณีที่ WBGT ≥ 28 °C หรืออุณหภูมิ ≥ 31 °C
  • งานที่ทำงานอย่างน้อยชั่วโมงต่อเนื่อง หรือ รวม 4 ชั่วโมงต่อวันขึ้นไป

- หน้าที่ที่นายจ้างต้องปฏิบัติ มีดังนี้

1. จัดตั้งระบบแจ้งเตือน : ต้องกำหนดระบบที่ชัดเจนให้พนักงาน หรือผู้ร่วมงานสามารถรายงานได้ทันทีเมื่อพบอาการที่อาจเป็นโรคลมแดด เช่น เวียนหัว อ่อนเพลีย หรือรู้สึกผิดปกติ

2. จัดทำแนวปฏิบัติฉุกเฉิน (Procedure) : นายจ้างต้องจัดทำแนวทางประจำสถานที่ทำงาน เช่น ให้พนักงานหยุดพัก ออกจากพื้นที่ทำงานทันที ให้ความเย็นแก่ร่างกาย เช่น ใช้เครื่องปรับอากาศ, ผ้าเย็น ดำเนินการส่งไปพบแพทย์หรือรับการรักษาเมื่อจำเป็น จัดตั้งเครือข่ายฉุกเฉิน เช่น รายชื่อผู้รับผิดชอบและสถานพยาบาลในพื้นที่

3. ประชาสัมพันธ์ให้รับรู้ : แนวทางและขั้นตอนเหล่านี้ต้องถูก ประชาสัมพันธ์ให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องรู้ ล่วงหน้าด้วยช่องทางหลากหลาย เช่น ป้ายประกาศ บอร์ด ประชุม รายการอีเมล หรือเอกสารแจก เป็นต้น

- บทลงโทษหากฝ่าฝืน มีดังนี้

หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตาม จะถือว่าละเมิดพระราชกฤษฎีกาด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย มีโทษตามกฎหมายอาชีวอนามัย

  • ปรับสูงสุดถึง 50 แสนเยน หรือ
  • จำคุกไม่เกิน 6 เดือน

เสริมความพร้อมของครัวเรือนผ่านความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน

เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียวเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงต่อโรคลมแดดที่บ้านก็สูงขึ้นตามไปด้วย กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นเผยว่า เกือบ 90% ของผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดที่บ้าน ไม่ได้ใช้เครื่องปรับอากาศ การส่งเสริมการใช้ระบบทำความเย็นที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ในครัวเรือนจึงเป็นวาระเร่งด่วน

แม้ในอดีตรัฐบาลญี่ปุ่นจะเคยขอความร่วมมือประหยัดพลังงานในช่วงฤดูร้อน แต่สำหรับปี 2568 รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นประกาศว่าจะ ไม่ขอความร่วมมือดังกล่าวในช่วงฤดูร้อนอีกต่อไป เนื่องจากมีกำลังผลิตไฟฟ้าเพียงพอ อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีก็ยังเตือนถึงความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่รุนแรงและโรงไฟฟ้าขัดข้อง ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมของครัวเรือน หลายเทศบาล รวมถึงโตเกียว โอซาก้า ฟุกุโอกะ โยโกฮามา และนาโกย่า ได้เริ่ม ให้เงินอุดหนุนสำหรับการซื้อเครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงาน เพื่อสนับสนุนการอัปเกรดและการติดตั้งใหม่

เมื่อเดือน พ.ค. รัฐบาลมหานครโตเกียวเสนอ งบประมาณเพิ่มเติม 3.68 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 255 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อยกเว้นค่าบริการน้ำประปาพื้นฐานสำหรับทุกครัวเรือนเป็นเวลาสี่เดือนในช่วงฤดูร้อน โดยหวังว่าจะช่วยลดภาระทางการเงินท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น กระตุ้นให้มีการใช้เครื่องปรับอากาศ และลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับความร้อน

นอกจากนี้ ยังมี กิจกรรมในระดับชุมชน ที่ดำเนินการในท้องถิ่น เช่น เขตชินางาวะในโตเกียว ได้เปิดโครงการเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป สองครั้งระหว่างปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนกันยายน โดยเจ้าหน้าที่จะแจกเครื่องดื่มเกลือแร่ฟรีและตรวจสอบความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัย โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันโรคลมแดดและเสริมสร้างเครือข่ายสนับสนุนในท้องถิ่นสำหรับกลุ่มเปราะบาง

ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อป้องกันโรคลมแดดที่บ้าน

แม้เครื่องปรับอากาศยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันโรคลมแดด แต่ระดับอุณหภูมิและความชื้นภายในอาคารอาจแตกต่างกันไปในแต่ละห้อง ทำให้การป้องกันไม่สม่ำเสมอ ด้วยเหตุนี้ ความสนใจใน เทคโนโลยีอัจฉริยะที่รองรับการตรวจสอบแบบเรียลไทม์และการจัดการความเสี่ยงจากความร้อนที่ดีขึ้นที่บ้าน จึงเพิ่มขึ้น

  • Misawa Homes เสนอบริการ LinkGates ซึ่งเป็นบริการ IoT ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบอุณหภูมิห้องและควบคุมเครื่องปรับอากาศจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน ระบบยังรวมฟังก์ชันแจ้งเตือนโรคลมแดดที่จะแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่ออุณหภูมิภายในอาคารเกินเกณฑ์สำคัญ
  • SwitchBot ผู้ให้บริการอุปกรณ์สมาร์ทโฮม ได้ส่งเสริมโซลูชันที่รวม Hub 2 ซึ่งตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้น เข้ากับกล้องวงจรปิด 3MP การตั้งค่านี้ช่วยให้ครอบครัวสามารถสังเกตสภาพของเด็กหรือผู้สูงอายุในห้องอื่น ๆ ได้แบบเรียลไทม์ และตรวจจับสัญญาณเริ่มต้นของอาการที่เกี่ยวข้องกับความร้อนได้

เทคโนโลยีสวมใส่ (Wearable technology) ก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อน Canaria Heatstroke Prevention Watch เป็นอุปกรณ์สวมข้อมือที่ตรวจจับอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้เริ่มต้นของภาวะเครียดจากความร้อน อุปกรณ์จะแจ้งเตือนผู้ใช้ด้วยเสียงและการสั่นสะเทือนเมื่อระดับความเสี่ยงสูงขึ้น รัฐบาลมหานครโตเกียวกำลังแจกจ่ายอุปกรณ์เหล่านี้ให้กับผู้สูงอายุที่ติดบ้าน ครูและนักเรียนในโรงเรียนรัฐบาล รวมถึงผู้ทำงานกลางแจ้งที่จำเป็น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านสาธารณสุขในวงกว้าง

ปกป้องผู้คนจากความร้อนจัดและสร้างความยืดหยุ่นของสังคม

คลื่นความร้อนที่ผ่านมาได้คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากและส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างกว้างขวางทั่วโลก รายงานของ World Economic Forum ชี้ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนจัดในปัจจุบันมีมากกว่าผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม พายุเฮอริเคน แผ่นดินไหว และไฟป่ารวมกัน

การรับมือกับภัยคุกคามจากความร้อนจัดต้องอาศัย การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนในระยะยาว ที่สำคัญไม่แพ้กันคือมาตรการเร่งด่วนที่ปกป้องกลุ่มเปราะบางที่สุดจากความเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับความร้อน การเพิ่มความพร้อมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน จะช่วยรักษาชีวิตและสร้างความยืดหยุ่นของสังคมต่อคลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้นที่คาดการณ์ไว้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ที่มา : World Economic Forum

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...