โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘สรรพสามิต’ ชี้บริษัท EV ขาดสภาพคล่อง กระทบเชื่อมั่นตลาดรถ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 05.15 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 08.15 น.

บริษัท เนต้า ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด จะเผชิญกัยความท้าทายและอาจไม่สามารถก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศได้ตามเงื่อนไขของ มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV 3.0) ซึ่งกำหนดให้เนต้าต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยในไทย 1.5 เท่าของยอดรถที่เข้าร่วมมาตรการ หรือประมาณ 19,000 คัน ภายในสิ้นปี 2568 มิฉะนั้นจะต้องคืนเงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาล

แหล่งข่าวจาก กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ยอมรับว่าสถานการณ์ของค่ายรถอีวี ”เนต้า“ มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดรถอีวี อย่างไรก็ตามผลกระทบมีจำกัดเพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะกับบริษัทเดียว ดังนั้นในภาพรวมจึงไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีรถยนต์

ซึ่งมีแนวโน้มจัดเก็บได้ลดลงอยู่แล้วจากอัตราภาษีอีวีที่อยู่ในระดับต่ำที่ 2% ซึ่งภาพรวมคาดว่าในปีนี้จะเก็บภาษีรถยนต์อยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้สรรพสามิต มีการติดตามปัญหาอยู่ตลอดเพื่อให้แน่ใจว่าค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมมาตรการจะผลิตชดเชยในประเทศได้ตามเงื่อนไข จากยอดการนำเข้ารถอีวีในปี 2565-2566 อยู่ที่ 84,000 คัน

สำหรับบางบริษัทที่ผลิตชดเชยในประเทศไม่ทันในปี 2568 ตามมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV 3.0 สามารถนับไปต่อในมาตรการระยะที่สอง หรือ EV3.5 ได้ ซึ่งมีเงื่อนไขที่จะต้องผลิตชดเชยเพิ่ม

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สถานการณ์ขาดสภาพคล่องของบริษัทแม่ในจีนของค่ายรถเนต้า รวมทั้งในไทยเองยังต้องจับตาดูว่าจะคลี่คลายอย่างไร ทั้งนี้ โดยภาพรวมตลาดอีวีไทยคาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก สะท้อนจากยอดจดทะเบียนรถอีวีกว่า 42,000 คัน ในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ ซึงเป็นการขยายตัวกว่า 40% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ทั้งนี้ ปัจจุบันในตลาดมีโมเดลรถอีวีหลายรุ่นที่ราคาต่ำกว่ารถยนต์สันดาปทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกมากขึ้น โดยคาดว่ายอดขายรถอีวีในประเทศปีนี้อาจแตะ 8-9 หมื่นคัน หรืออาจสูงถึง 1 แสนคัน ก็เป็นไปได้

“ยอดขายรถอีวีในปีนี้อย่างน้อยที่สุดคาดว่าจะอยู่ที่ 8 หมื่นคัน ซึ่งจะทำลายสถิติสูงสุดใหม่ จากปี 66 ที่มียอดขายถึง 7 หมื่นคัน”

ขณะเดียวกัน ยอดการผลิตรถอีวีในประเทศก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งเพื่อขายในประเทศและส่งออก ซึ่งปี 2568 ถือเป็นปีสุดท้ายที่ค่ายรถที่เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนอีวี หรือ EV3.0 จะต้องผลิตอัตรา 1.5 เท่า ตามยอดที่นำเข้ามาในปี 2565-2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...