โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักศึกษาต่างชาติ ขุมทรัพย์ที่สหรัฐทิ้งไม่ได้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 07.11 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 06.05 น.
Photo by REUTERS/Eduardo Munoz

เมื่อสหรัฐและจีนเริ่มเจรจาการค้ารอบสองที่คฤหาสน์แลงแคสเตอร์ ใกล้พระราชวังบักกิงแฮม ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลายฝ่ายต่างจับจ้องรอคอยว่า ผลการหารือเกี่ยวกับแร่หายากจะออกมาเป็นเช่นไร

เนื่องจากจีนเป็นผู้เล่นหลักของตลาดแรร์เอิร์ท โดยครองส่วนแบ่งตลาดราว 70% ของการผลิตทั่วโลก และมีขีดความสามารถในการแปรรูปได้มากถึง 90%

นอกจากนี้ แร่หายากยังเป็นวัตถุดิบที่สำคัญต่อการผลิตสินค้าหลายอย่าง ตั้งแต่ใกล้ตัวจนไกลตัว ไม่ว่าจะเป็น แม่เหล็ก กังหันลม แบตเตอรี่บนรถไฟฟ้า สมาร์ทโฟน ชิปเอไอ ขีปนาวุธ ไปจนถึงเครื่องบินรบ

หลังเจรจาที่กรุงลอนดอนเสร็จสิ้น ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐโพสต์ผ่าน Truth Social แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตัวเองระบุว่า สหรัฐกับจีนตกลงการค้ากันเรียบร้อย เหลือเพียงรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากผู้นำแต่ละฝ่าย

โดยทั้งสองฝ่ายจะยังคงอัตราภาษีที่เรียกเก็บระหว่างกันไว้อัตราเดิมของข้อตกลงการค้าในเฟสแรก โดยสหรัฐคงเก็บภาษีจีน 55% และจีนเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐ 10% และจีนตกลงที่จะส่งออกแม่เหล็กและแร่หายากให้สหรัฐล่วงหน้า แลกกับสหรัฐอนุญาตให้นักศึกษาจีนกลับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของสหรัฐ

ดูเผิน ๆ แล้ว อาจเรียกได้ว่าเป็นข้อตกลงที่พอสมน้ำสมเนื้อ เพราะมีการแลกเปลี่ยนทัดเทียมกัน แต่เมื่อพิจารณาดี ๆ จะพบว่า สหรัฐมีแต่ได้กับได้ โดยสาเหตุสำคัญมาจากข้อตกลงนักเรียนต่างชาติที่หลายคนอาจมองข้าม

เพราะความจริงแล้ว นักเรียนต่างชาติถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐตลอดหลายปีที่ผ่านมาเช่นกัน ซึ่งในปี 2024 นักศึกษาต่างชาติได้สร้างเม็ดเงินให้สหรัฐกว่า 44,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.42 ล้านล้านบาท ที่สำคัญคือยังช่วยสร้างตำแหน่งงานในประเทศอีก 378,000 ตำแหน่ง ตามการรายงานของสมาคมนักการศึกษานานาชาติ (NAFSA) ที่เป็นหน่วยงานเพื่อการศึกษาระหว่างประเทศ

ดร.กาวราฟ คันนา นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ผู้ทำการศึกษาเกี่ยวกับนักศึกษาต่างชาติในสหรัฐ กล่าวว่า สถาบันการศึกษาที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ จะทำให้นักศึกษาในประเทศมีค่าเล่าเรียนที่ถูกลง ทั้งระบุว่า ยิ่งมีนักเรียนต่างชาติมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งทำให้นักเรียนในประเทศมีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากขึ้นตามไปด้วย

หลังได้ทำผลสำรวจสถาบันการศึกษากว่า 680 แห่ง สถาบันการศึกษานานาชาติ (IIE) ระบุว่า จากนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษาจำนวน 19 ล้านคน พบว่า ประมาณ 1.1 ล้านคน หรือ 6% ในนั้นเป็นนักศึกษาชาวต่างชาติ

โดยในปีการศึกษา 2023-2024 พบว่ากว่า 75% ของนักเรียนต่างชาติในสหรัฐอเมริกาเป็นชาวเอเชีย และมากกว่าครึ่งในจำนวนนั้นเป็นชาวอินเดียและชาวจีน ซึ่งครองอันดับหนึ่งและอันดับสองตามลำดับ โดยสามารถแสดงอันดับทั้งหมดได้ ดังนี้

1) อินเดีย 331,602 คน 2) จีน 277,398 คน 3) เกาหลีใต้ 43,149 คน 4) แคนาดา 28,998 คน 5) ไต้หวัน 23,157 คน 6) เวียดนาม 22,066 คน 7) ไนจีเรีย 20,029 คน 8) บังกลาเทศ 17,099 คน 9) บราซิล 16,877 คน และสุดท้าย 10) เนปาล 16,742 คน

ถ้าหากมหาวิทยาลัยในสหรัฐสูญเสียความน่าดึงดูดขึ้นมา ดร.แซลลี คอร์นบรัธ จากเอ็มไอที กล่าวว่า สหรัฐอาจเสียประชากรคุณภาพ ซึ่งมีศักยภาพสูงให้กับประเทศอื่น ๆ แทน และอาจทำให้สหรัฐเสียตำแหน่งผู้นำในการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์ของโลกไปได้ เนื่องจากนักเรียนเหล่านี้ เมื่อเรียนจบก็จะเป็นแรงงานทักษะสูงให้กับประเทศ

ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า ข้อตกลงของการเจรจาการค้าเฟสสอง สหรัฐมีแต่ได้กับได้ โดยเฉพาะขุมทรัพย์จากปัญญาอันล้ำค่าของนักศึกษาต่างชาติ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักศึกษาต่างชาติ ขุมทรัพย์ที่สหรัฐทิ้งไม่ได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...