‘อุตฯนุ่งห่มไทย’ ครึ่งปีหลังเหนื่อย คู่ค้ายกภาษีทรัมป์ต่อรองขอลดราคา
สัมภาษณ์พิเศษ
อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยปี 2568 เผชิญปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า โดยเฉพาะอุปสรรคการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ เช่น ตลาดสหรัฐ ยังต้องลุ้นเรื่องภาษี ขณะที่ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กลุ่มที่ลงทุนในกัมพูชากำลังเจอปัญหาการขนส่ง นอกจากนี้ ปัจจัยค่าแรงขั้นต่ำ ต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น บวกกับความผันผวนของค่าเงินบาท เป็นเหตุให้ผู้ส่งออกต้องทำงานหนักและเหนื่อยมากขึ้น
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ นายยศธน กิจกุศล นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ถึงทิศทางตลาดส่งออกและการค้าในประเทศ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
“ค่าแรง-เงินบาท” ซ้ำเติมต้นทุน
สถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน รวมถึงปัจจัยลบต่าง ๆ ล้วนส่งผลกระทบ ไม่เฉพาะผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่มไทย แต่รวมไปถึงภาพรวมของธุรกิจ โดยเฉพาะปัญหาการขึ้นภาษีของสหรัฐ ทรัมป์ 2.0 ซึ่งเข้าใจว่าหน่วยงานภาครัฐ อยู่ระหว่างเร่งเจรจาพูดคุยและหารือในการเก็บอัตราภาษีของไทย
ซึ่งคาดหวังว่าผลการเจรจาจะทำให้อัตราภาษีสินค้าของไทย หากจะถูกเก็บก็ขอให้เก็บน้อยกว่าประเทศคู่แข่ง เพื่อยกระดับการแข่งขันและการส่งออกสินค้าของไทยในตลาดโลก เพราะหากอัตราภาษีสินค้าของไทยเท่ากันหรือสูงกว่าประเทศคู่แข่ง โอกาสที่จะรักษาลูกค้าไว้อาจจะลดลง
“ตลาดสหรัฐถือว่าเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย ในสินค้าเครื่องนุ่งห่ม โดยมีสัดส่วนการส่งออก 38-40% ของมูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทยไปในตลาดโลกประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาเป็นประเทศญี่ปุ่น มีสัดส่วนประมาณกว่า 10% และยุโรปตามลำดับ”
ต้องยอมรับว่าปัจจัยลบต่าง ๆ มีผลต่อการส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มไทย แม้ว่าตัวเลขการส่งออกในช่วงต้นปี 2568 จะยังคงขยายตัว แต่ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่ผันผวน รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงส่งผลต่อต้นทุนมาก และเป็นการปรับขึ้นที่ไม่สะท้อนศักยภาพ ความเชี่ยวชาญของภาคแรงงาน
ประกอบกับการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐปัจจุบันก็มีภาระภาษีที่กว่า 10% ขึ้นอยู่กับประเภทและรูปแบบของสินค้า ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ ส่งผลกระทบต้นทุนการแข่งขันของอุตสาหกรรม โดยคู่แข่งของไทย ได้แก่ จีน เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งพบว่าค่าแรงขั้นต่ำของคู่แข่งยังถูกกว่าไทย หากไทยมีการปรับขึ้นค่าแรงจะเป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการแข่งขันลำบาก
เริ่มถูกคู่ค้าต่อรองขอลดราคา
ล่าสุดพบว่า ลูกค้าเครื่องนุ่งห่มของไทยในตลาดสหรัฐ เริ่มมีการพูดคุยและเจรจาเรื่องอัตราภาษีนำเข้า โดยขอให้ไทยช่วยเหลือ ร่วมแบกรับภาษี 1-2% รวมไปถึงการขอลดราคาสินค้า แต่หากดูในเรื่องของกำไรแล้ว มีกำไรน้อยมาก เพราะต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้เป็นการรับจ้างผลิตเพื่อส่งออก
นอกจากนี้ยังมีความน่าเป็นห่วง ไม่ใช่แค่ตลาดสหรัฐแล้ว แต่รวมไปถึงตลาดอื่น เช่น ตลาดยุโรป ล่าสุดพบว่าผู้นำเข้ายุโรปบางรายได้มีการเจรจาพูดคุยกับผู้ประกอบการไทย ในการลดคำสั่งซื้อ โดยหันไปสั่งซื้อจากจีนมากขึ้นเนื่องจากจีนมีการลดราคาสินค้าเพื่อทดแทนตลาดสหรัฐ หลังจากได้รับอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐที่สูงขึ้น
แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ส่งผลดี คือ จีน หันเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะคนกลางที่เข้ามารับซื้อสินค้าและส่งออก ส่วนในเรื่องของการขยายตลาด ทางผู้ประกอบการเองก็ได้มีการทำตลาดรองมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น รวมไปถึงตลาดที่เรามีข้อตกลงเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ก็ขยายการส่งออกมากขึ้น รวมถึงการออกแสดงสินค้าเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค
นอกจากนี้ก็คาดหวังว่า หน่วยงานภาครัฐจะเร่งเจรจาเอฟทีเอ ไทย-อียู เพื่อเป็นการขยายการส่งออกสินค้าของไทยไปในตลาดนี้ด้วย
และสิ่งที่อยากให้รัฐกระตุ้น คือ การใช้สินค้าและแบรนด์ไทยมากขึ้นด้วย เพราะอุตสาหกรรมนี้ในประเทศไทยถือว่าซัพพลายเชนครบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ปิดด่านไทย-กัมพูชากระทบหนัก
สำหรับกรณีผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ นักลงทุนไทยที่ไปลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มที่กัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณปอยเปต ซึ่งตอนนี้ได้รับผลกระทบเรื่องการขนส่งเข้ากัมพูชา เนื่องจากการปิดด่าน เพราะส่วนใหญ่จะนำเข้าวัตถุดิบจากไทยเพื่อผลิตสินค้าและส่งออกกลับมาที่ไทย 30% และไปต่างประเทศ 70% อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้มีสต๊อกวัตถุดิบเพียงพอ แต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ จำเป็นต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยเร็ว
ทั้งนี้ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการได้ปรับช่องทางการขนส่งสินค้า เช่น เปลี่ยนเส้นทาง และใช้เรือขนส่งแทน แต่ก็มีผลให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางเรือค่าขนส่งเพิ่มขึ้นถึง 6-7 หมื่นบาทต่อเที่ยว ขนาดตู้ 40 ฟุต ซึ่งหากเวลาปกติราคาค่าขนส่งจะถูกกว่านี้ถึง 30% หรือหากจะใช้เส้นทางอื่น เช่น ผ่าน สปป.ลาว ก็พบว่าเส้นทางยังมีความเสี่ยงในการขนส่งอยู่มาก จึงอยากให้รัฐบาลเร่งเจรจาหาทางออกร่วมกันให้ได้
จี้รัฐสกัดสินค้าจีนทะลักไทย
ส่วนตลาดภายในประเทศยังคงมีการขยายตัวและเติบโตสูง โดยมูลค่าตลาดช่วงต้นปีขยายตัวถึง 13% และยังพบว่า ตัวเลขนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่มจากต่างประเทศ เช่น จีนสูงถึง 50% รองลงมาเวียดนาม ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศ โดยคาดหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยติดตามดูแล
นอกจากนี้ อยากให้ภาครัฐสนับสนุนอุตสาหกรรมนุ่งห่มไทย เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูง และมีมูลค่าส่งออกสูง โดยปี 2567 ส่งออกเครื่องนุ่งห่มโตถึง 8% สร้างรายได้ให้ประเทศเฉลี่ยปีละ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ และปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘อุตฯนุ่งห่มไทย’ ครึ่งปีหลังเหนื่อย คู่ค้ายกภาษีทรัมป์ต่อรองขอลดราคา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net