โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ธีระชัย’ เตือนรัฐบาล อย่าซ่อนข้อมูลเจรจาสหรัฐ รีดภาษีไทย 36% กระทบหนัก

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 09.09 น. • The Bangkok Insight

"ธีระชัย" เตือนรัฐบาลอย่าซ่อนข้อมูลเจรจาสหรัฐ ชี้ขึ้นภาษีนำเข้า 36% กระทบเศรษฐกิจไทยหนัก แนะรัฐเปิดข้อมูลเจรจา-ปกป้องผลประโยชน์ชาติ ก่อนเศรษฐกิจไทยพังเพราะความล่าช้าและไม่โปร่งใส

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในอัตราสูงถึง 36% ว่า มาตรการดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซียที่ได้รับสิทธิภาษีที่ดีกว่า ซึ่งอาจทำให้ไทยสูญเสียโอกาสในการดึงดูดนักลงทุนและกระทบเศรษฐกิจระยะยาว

เจรจาสหรัฐ

สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่าคือ ความไม่ชัดเจนของรัฐบาลในการเจรจากับสหรัฐ เพราะก่อนหน้านี้รัฐมนตรีคลังเพิ่งปฏิเสธข่าวลือเรื่องการขึ้นภาษี พร้อมให้ความหวังว่าจะเคลียร์ปัญหาได้ภายในวันที่ 9 กรกฎาคม แต่กลับมีหนังสือจากสหรัฐลงวันที่ 6 กรกฎาคม ยืนยันมาตรการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นทางการแล้ว สร้างความสับสนทั้งต่อประชาชนและภาคธุรกิจ

ทั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐเห็นว่า รัฐบาลควรเปิดเผยข้อมูลการเจรจาอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่การค้าระหว่างประเทศ แต่เชื่อมโยงถึงนโยบายอุตสาหกรรม การลงทุน และโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ

นายธีระชัยยังตั้งข้อสังเกตว่า ไทยยังใช้แนวทางเจรจาแบบเดิม เช่นการเสนอซื้อสินค้าแลกเปลี่ยน ซึ่งไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ต้องการแสดงผลสำเร็จนโยบายกีดกันทางการค้า โดยยกตัวอย่างเวียดนามที่สามารถเสนอลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐเหลือ 0% ทำให้ทรัมป์นำไปใช้เป็นเครดิตทางการเมืองได้

นายธีระชัยเสนอว่า ไทยอาจต้องเจรจาลดภาษีนำเข้าสหรัฐลงเป็นศูนย์บางรายการ พร้อมเร่งรื้อโครงสร้างผูกขาดภายในประเทศ เช่น กลุ่มสินค้าอาหารสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยอยู่รอด ไม่ใช่เปิดช่องให้ทุนใหญ่ผูกขาดเพียงฝ่ายเดียว

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐเน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องเร่งกำหนดจุดยืนอย่างชัดเจน ใช้เวลาที่เหลือก่อน 1 สิงหาคมให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมย้ำว่า ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ต้องตั้งอยู่บนหลักความโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน ไม่ใช่แค่การอ้างความลับเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...