โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ ส่งจดหมายภาษีนำเข้าอีก 8 ประเทศ บราซิลเจอหนัก 50%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 20.50 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 00.54 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกจดหมายประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าต่ออีก 8 ประเทศ โดยรวมถึงชาติอาเซียนอย่างบรูไนและฟิลิปปินส์ ขณะที่บราซิลถูกเรียกเก็บภาษีสูงสุดถึง 50%

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าชุดใหม่กับ 7 ประเทศ ได้แก่ แอลจีเรีย อิรัก ลิเบีย ศรีลังกา บรูไน มอลโดวา และฟิลิปปินส์ โดยในหนังสือแจ้งระบุอัตราภาษีที่แตกต่างกัน อัลจีเรีย อิรัก ลิเบีย และศรีลังกา จะถูกเก็บภาษี 30% ส่วนบรูไนและมอลโดวา 25% และฟิลิปปินส์ 20%

มาตรการภาษีชุดล่าสุดนี้ถือเป็นส่วนขยายจากหนังสือ 14 ฉบับก่อนหน้า ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษี 25% กับคู่ค้ารายใหญ่อย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น และอัตราภาษี 36% สำหรับไทย โดยภาษีทั้งหมดจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป เว้นแต่ประเทศเหล่านั้นจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ได้ก่อนวันดังกล่าว

ไม่กี่ชั่วโมงTruth Social ของทรัมป์ได้เผยแพร่ภาพจดหมายที่ส่งถึงบราซิล ซึ่งมีเนื้อหาแตกต่างจากประเทศอื่น โดยทรัมป์กล่าวถึง "จาอีร์ โบลโซนาโร" อดีตประธานาธิบดีบราซิล และแสดงการคัดค้านการไต่สวนอดีตผู้นำในคดีพยายามพลิกผลการเลือกตั้งปี 2022 ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น “การล่าแม่มด”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวิจารณ์การคุกคามสิทธิการเลือกตั้งและเสรีภาพในการแสดงความเห็นของชาวอเมริกันในบราซิล จากกรณีการแบนสื่อสังคมออนไลน์ของสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลเหล่านี้ในการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลในอัตรา 50% เริ่ม 1 สิงหาคมนี้ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เรียกเก็บเพียง 10% เมื่อวัน “ปลดแอก” 2 เมษายนที่ผ่านมา

ในบรรดาจดหมายที่ทรัมป์ออกมาแล้วประมาณ 21–22 ฉบับในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีประเทศสมาชิกอาเซียนรวมอยู่แล้ว 8 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ (20% จากเดิม 17%) บรูไน (25% จากเดิม 24%) มาเลเซีย (25%) อินโดนีเซีย (32%) กัมพูชา (36%) ไทย (36%) ลาว (40%) และเมียนมา (40%) ขณะที่เวียดนามสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ได้แล้วที่อัตรา 20% ส่วนสิงคโปร์ถูกเรียกเก็บในอัตราเพียง 10% ตั้งแต่แรก

ความเคลื่อนไหวนี้ ส่งผลให้ในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่จัดขึ้น ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ประธานอาเซียน เรียกร้องให้ชาติสมาชิกยกระดับการค้าภายในภูมิภาคให้มากขึ้น

โดยระบุว่า อาเซียนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก และพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก แต่กลับได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการภาษีของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งทำให้หลายประเทศในอาเซียนต้องเร่งเดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ระบุว่า มาเลเซียจะไม่ข้าม เส้นในการเจรจากับสหรัฐฯ แต่จะยังเดินหน้าพูดคุยเพื่อขอลดอัตราภาษีนำเข้า 25% ที่เรียกเก็บกับสินค้าส่งออกของมาเลเซีย โดยสหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเรียกร้องที่ล่วงล้ำผลประโยชน์แห่งชาติและอธิปไตยของมาเลเซีย ซึ่งรวมถึงประเด็นด้านนโยบายภายในประเทศและกฎหมายของมาเลเซีย เช่น ภาษีดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ มาตรฐานทางการแพทย์ การรับรองฮาลาล และการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ

ทีมเจรจาของมาเลเซียหารือกับผู้แทนจากสหรัฐฯ อย่างน้อย 25 ครั้ง และให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงมาตรการคุ้มครองแรงงานและสิ่งแวดล้อม โดยข้อเสนอของมาเลเซียที่ยื่นต่อสหรัฐฯ ยังรวมถึงการสั่งซื้อเครื่องบินโบอิงใหม่อย่างน้อย 30 ลำ สำหรับสายการบินแห่งชาติมาเลเซียแอร์ไลน์ส รวมถึงข้อตกลงในภาคส่วนเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...