โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมก่อสร้าง เผยยังไม่มีแรงงานกัมพูชาขอกลับประเทศ ส่วนใหญ่อยากทำงานต่อ เหตุค่าจ้างสูงกว่า ห่วงเศรษฐกิจแย่ งานก่อสร้างหด จี้รัฐเร่งงบกระตุ้น 1.57 แสนล้าน

BTimes

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 06.15 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

น.ส.ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ชายแดนไทยกับกัมพูชา ในขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากผู้รับเหมาที่เป็นสมาชิกว่ามีแรงงานภาคการก่อสร้างเดินทางกลับประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด และจากการสอบถามต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า แรงงานกัมพูชาที่อยู่ในระบบและนอกระบบกว่า 2-3 แสนคน ซึ่งทำงานอยู่นอกโซนชายแดนก็ไม่อยากจะกลับบ้าน และอยากจะทำงานต่อ เนื่องจากทำงานที่ประเทศไทยได้ค่าจ้างสูงกว่า และส่วนใหญ่ที่เดินทางกลับนั้น เข้าใจว่าเป็นแรงงานตามชายแดนมากกว่า

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแรงงานกัมพูชาจะเดินทางกลับบ้าน คงไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการก่อสร้างเท่าไหร่ เนื่องจากเราใช้แรงงานกัมพูชาน้อย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานเมียนมา และงานก่อสร้างในปัจจุบันมีออกมาน้อยมาก ทั้งงานโครงการภาครัฐและเอกชน ถือว่าแย่สุดในรอบ 15 ปี จากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของไทยยังไม่ฟื้นตัวดี ยังมีปัจจัยอื่นๆเข้ามากระทบต่อกำลังซื้อ ทำให้ภาคธุรกิจไม่เชื่อมั่นและชะลอการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นตึกสูงที่งานก่อสร้างใหม่หายไปค่อนข้างมาก จากสถานการณ์ตลาดที่หดตัว

ทั้งนี้ยังคาดหวังว่าภาครัฐจะเร่งงบการก่อสร้างผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.57 แสนล้านบาทโดยเร็ว เมื่อภาคอสังหาฯและก่อสร้างไม่มีการขยับจะกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เช่น แรงงาน วัสดุก่อสร้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...