โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : ASIA รับข่าวดีต่างชาติเที่ยวไทย หลังสหรัฐฯยกไทยประเทศปลอดภัยสูง หนุนความเชื่อมั่นการเดินทาง

Share2Trade

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.22 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.22 น. • Share2Trade

การท่องเที่ยวยังเป็นเครื่องจักรที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยปีนี้ และมีข่าวดีเมื่อประเทศสหรัฐอเมริกา จัดให้ไทยเป็นประเทศที่มีระดับความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งจะสนับสนุนอุตสาหกรรมโรงแรมให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลงานของ บมจ.เอเชียโฮเต็ล (ASIA) ที่มีโรงแรมในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of State) ได้ปรับระดับคำแนะนำการเดินทาง (Travel Advisory) ฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 โดยจัดประเทศไทยให้อยู่ใน ระดับ 1 - Exercise Normal Precautions ซึ่งเป็นระดับปลอดภัยสูงสุด หมายความว่านักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาไทยได้อย่างมั่นใจเรื่องความปลอดภัย เทียบเท่าประเทศชั้นนำอย่าง ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และสิงคโปร์
โดยนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าจากการที่สหรัฐฯ ได้จัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศท่องเที่ยวปลอดภัย มีความเสี่ยงต่ำสุด ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศของโลกที่ได้รับการประเมินว่ามีความปลอดภัยสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ เทียบเท่ากับประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวม และโดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและนิยมการเดินทางเชิงคุณภาพ
"การประกาศระดับเตือนภัยใหม่นี้ไม่เพียงส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และบริการท่องเที่ยวในไทยที่จะมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้และกระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ และไทย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยรอยยิ้ม ความปลอดภัย และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพของโลก (Quality Destination)"
ขณะที่ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยอมรับเห็นสัญญาณการเติบโตที่ดีในหลายตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกา และโอเชียเนีย ที่เติบโตสูงโดดเด่น 2 digit อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
ส่วนแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงวันที่ 1-9 มิ.ย.68 ซึ่งเป็นช่วง Green Season ก็ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงอันดับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยสูงสุดจากตลาดจีนเป็นมาเลเซีย ซึ่งในช่วงตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.เป็นต้นมา นักท่องเที่ยวมาเลเซียเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวหลักของไทยมีการเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้น 13.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
นอกจากนี้ยังเห็นสัญญาณการเติบโตที่ดีของนักท่องเที่ยวตลาดยุโรปที่มีกำลังซื้อสูง เติบโตเพิ่มขึ้น 13% ได้แก่ ตลาดเยอรมนีที่มีการเติบโตของนักท่องเที่ยวสูงถึง 71% ตลาดอิตาลีเพิ่มขึ้น 28% สวิตเซอร์แลนด์เพิ่มขึ้น 24% นอกจากนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว เห็นแนวโน้มการเติบโตที่สูงขึ้นถึง 55% โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย (+61%) โอมาน (+54%) U.A.E. (+51%) ตลาดอิสราเอล (+32.49%) และเริ่มเห็นสัญญานการเติบโตที่ดีของตลาดดาวรุ่ง ได้แก่ ตลาดฟิลิปปินส์ (+24%)
สถานการณ์การท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อธุรกิจ บมจ.เอเชียโฮเต็ล (ASIA) ซึ่งนายพัชรพล เตชะหรูวิจิตร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASIA เชื่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/2568 ยังคงอยู่ในทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทศกาลของประเทศไทยที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจเดินทางมาเข้ามาร่วมกันอย่างคึกคัก ส่งผลให้ปริมาณการจองห้องพักในโรงแรมเอเชียกรุงเทพ โรงแรมเอเชียพัทยา และโรงแรมในเครือที่จังหวัดเชียงใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งยังมีปัจจัยจากข่าวดีที่เข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...