นายกฯ ถก หน.ส่วนราชการ จี้เร่งเบิกจ่ายงบค้างท่อปี 67 มอบโจทย์ก.พลังงานปรับโครงสร้างราคาไฟฟ้า
ที่ห้องประชุม The Synergy Hall ชั้น 6 อาคาร C ศูนย์ Energy Complex (EnCo) กระทรวงพลังงาน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 5/2568 โดยมี พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน ให้การต้อนรับ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการเข้าประชุมอย่างพอเพียง
เมื่อมาถึงนายกฯถ่ายภาพร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารกระทรวงพลังงาน จากนั้นเยี่ยมชมนิทรรศการด้านพลังงาน ก่อนนายกฯ กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า เหตุการณ์ปัจจุบันทุกท่านคงทราบดีอยู่แล้วทั้งเหตุการณ์ในประเทศและนอกประเทศ ในเรื่องของข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆและมีผลต่อการที่จะกำหนดทิศทางในการดำเนินการนโยบายและทุกวันนี้เฟกนิวส์เยอะมาก โดยเฉพาะสถานการณ์เรื่องกัมพูชา มีเอไอทำรูปที่เหมือนจริงมากๆดิฉันเองเห็นรูปยังสับสนนึกว่ารูปจริงหรือรูปอะไร ถ้าเป็นรูปตัวเองรู้อยู่แล้วว่ารูปอะไร แต่พอเป็นรูปท่านอื่นๆก็เริ่มงงว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เอไอพัฒนาไปเยอะ เฟกนิวส์แนบเนียนยิ่งขึ้น ต้องให้ทุกภาคราชการส่วนนำเสนอข้อมูลที่เป็นความจริงอยู่เสมอเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาที่เช็คข้อมูลกับเราด้วยว่าข้อมูลไหนจริงหรือไม่จริง อะไรที่เราสามารถเช็คข้อมูลได้ก็จะส่งผลดีมากอันนี้ต้องขอมอบหมายให้ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)ติดตามดูแลเรื่องเฟกนิวส์ให้หนักแน่นยิ่งขึ้น
นายกฯ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทุกครั้งที่ตนประชุมจะพูดถึงเรื่องงบลงทุน และค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นตอนนี้เหลือเวลาอีก 4 เดือนจะหมดงบประมาณปี 68 สิ้นสุดลง ต้องขอความร่วมมือทุกกระทรวงเร่งเบิกจ่ายงบประมาณค้างท่อจาก ปี 67 ให้เสร็จสิ้น ตอนนี้เหลืองบประมาณที่ยังไม่เบิกอีก 8 หมื่นล้านบาท ทำให้เราขาดการเอาเงินเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศ ซึ่งถ้าใครมีอะไรเราก็ยินดีที่จะรับฟังและวันนี้เองกระทรวงพลังงานเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม รัฐบาลมีมาตรการระยะสั้นในการช่วยเหลือประชาชนในการลดค่าไฟรอบเดือนพ.ค.ถึงเดือนส.ค. ปี 68 เหลือไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วยและในระยะยาวขอมอบโจทย์เพิ่มให้กระทรวงพลังงานดำเนินการปรับโครงสร้างราคาพลังงานไฟฟ้าสร้างความสมดุลในเรื่องของพลังงาน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ให้ประชาชนมีไฟฟ้าที่มั่นคงมีการผลิตที่เพียงพอ 2.มีราคาไฟฟ้าที่เป็นธรรมสะท้อนกับต้นทุนจริงและ3.การผลิตไฟฟ้าที่ยั่งยืนมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด พร้อมที่จะรองรับระบบซัพพลายไฟฟ้าใหม่ ไม่สร้างภาระให้กับประชาชน ทั้งนี้ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจโลกผันผวนมากมายและมีสถานการณ์ไทย-กัมพูชา รัฐบาลอยากทำให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วที่สุดโดยสันติวิธี คงจะทราบจากข่าวกันบ้างแล้ว เราพยายามไม่ให้เกิดความรุนแรงและพูดคุยเจรจาให้ได้มากที่สุด อยากให้ประชาชนสามารถกลับไปทำงานได้และประกอบอาชีพด้วยตัวเองได้ เพื่อทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีต่อไป
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอให้ปลัดกระทรวงทุกท่านและผู้บริหารระดับสูง เร่งดูแลประชาชนในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบให้เกิดความมั่นใจและเกิดความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนด้วย ทั้งนี้ อย่างที่เคยบอกไปหลายครั้งว่าทุกทีมต้องทำงานอย่างบูรณาการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด วันนี้ตนได้เจอกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บูรณาการฐานข้อมูลขนาดใหญ่(บิ๊กดาต้า)มีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง มีการรวบรวมข้อมูล ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีมาก ถ้าอะไรสามารถรวมการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก (Database) ของประชาชนได้ก็จะดีมาก ทำให้เรามีข้อมูลเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้ตรงจุดและตรงกลุ่มคุ้มค่ากับเม็ดเงินซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าในการประชุม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ไม่ได้มาให้การต้อนรับนายกฯเนื่องจากติดภารกิจ