โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้จัก ‘บังเกอร์บัสเตอร์’ ระเบิดสหรัฐ ที่อิสราเอลหวังใช้พัง ‘รังนิวเคลียร์อิหร่าน’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 23.19 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 12.00 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐเผยว่า เขากำลังพิจารณาทางเลือกเกี่ยวกับการแทรกแซงทางทหารของสหรัฐท่ามกลางการสู้รบระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

เมื่อวันพุธ (18 มิ.ย.) ทรัมป์กล่าวว่า “สัปดาห์หน้าจะเป็นสัปดาห์ที่สำคัญมาก” และเสริมว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านต้องการหารือกับสหรัฐ แต่เขาเตือนว่า สายไปแล้วที่จะหารือกัน

ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าความขัดแย้งอิหร่านและอิสราเอลจะสิ้นสุดลงอย่างไร แต่เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่า ระเบิดบังเกอร์บัสเตอร์ หนัก 13,000 กิโลกรัมของสหรัฐ เป็นเพียงอาวุธเดียวที่สามารถทำลายโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านในฟอร์ดอว์ได้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นโรงงานที่เป็นศูนย์กลางของโครงการนิวเคลียร์หร่าน และอยู่ลึกลงไปในภูเขา และโรงงานนี้เองก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านจนความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากขึ้น

ระเบิดบังเกอร์บัสเตอร์คืออะไร?

“บังเกอร์บัสเตอร์” คือ ระเบิดที่ออกแบบมาเพื่อทำลายเป้าหมายที่อยู่ลึกลงไปในใต้ดิน ซึ่งระเบิดธรรมดาไม่สามารถเข้าถึงได้

บังเกอร์บัสเตอร์ที่มีพลังทำลายล้างสูงสุดของกองทัพสหรัฐคือ ยานเจาะเกราะป้องกันขนาดใหญ่ GBU-57 ซึ่งมีน้ำหนักราว 13,600 กก. รวมน้ำหนักหัวรบราว 2,700 กก.

ตัวระเบิดทำมาจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูง และสร้างมาให้เจาะลึกลงไปในใต้ดินได้ 200 ฟุต หรือราว 61 เมตร ก่อนที่จะระเบิด

ปัจจุบัน มีเพียงเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 Spirit เท่านั้น ที่ออกแบบมาเพื่อปล่อยระเบิด GBU-57 และสามารถขนบังเกอร์บัสเตอร์ได้ 2 ลูกในเวลาเดียวกัน

แต่กองทัพอากาศสหรัฐบอกว่าสามารถทิ้งระเบิดได้หลายลูก ด้วยเครื่องบินลำเดียวกันหรือหลายลำก็ได้ ทำให้การโจมตีแต่ละครั้งสามารถส่งระเบิดทะลวงเป้าหมายได้ลึกขึ้น และทำให้ผลกระทบโดยรวมรุนแรงมากขึ้น

อิสราเอลเองก็ใช้บังเกอร์บัสเตอร์ของสหรัฐเช่นกัน รวมถึง GBU-28 และ BLU-109 ที่ต้องใช้เครื่องบินรบ F-15 ในการทิ้งระเบิด

อย่างไรก็ตาม อาวุธเหล่านี้มีความสามารถทะลุทะลวงได้ตื้นกว่ามาก และไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่มีการป้องกันในระดับที่ลึกมากอย่างโรงงานนิวเคลียร์ในฟอร์โดว์ของอิหร่านได้

ในปี 2024 มีรายงานว่าอิสราเอลได้ใช้ระเบิด BLU-109 อยู่หลายครั้ง เพื่อสังหารฮัสซัน นัสรัลลาห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ขณะอยู่ในสำนักงานใหญ่ใต้ดินในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน

โรงงานนิวเคลียร์อิหร่านอยู่ลึกเท่าไร

โรงงานเสริมสมรรถนะเชื้อเพลิงในฟอร์ดอว์ของอิหร่าน ที่ห่างจากกรุงเตหะรานไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 95 กม. นั้น สร้างขึ้นในภูเขา มีรายงานว่า อยู่ลึกลงไปใต้ดินมากถึง 80-90 เมตร เพื่อให้รอดพ้นจากการโจมตีทางอากาศและการโจมตีของบังเกอร์บัสเตอร์

การก่อสร้างโรงงานแห่งนี้คาดว่าเริ่มสร้างเมื่อราวๆ ปี 2006 และเริ่มใช้งานในปี 2009 เป็นปีเดียวกับที่อิหร่านยอมรับเรื่องการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์อย่างเป็นทางการ

ภายใต้ข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ของอิหร่าน หรือ JCPOA อิหร่านได้ตกลงที่จะยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในฟอร์ดอว์ และเปลี่ยนโรงงานดังกล่าวเป็นศูนย์วิจัย แต่หลังจากที่สหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าวในปี 2018 อิหร่านก็กลับมาเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในโรงงานแห่งนี้ แต่อิหร่านก็ยืนยันว่า โครงการนิวเคลียร์นั้นมีจุดประสงค์นำไปใช้เพื่อพลเรือนเท่านั้น

มีรายงานว่าฟอร์ดอวร์ได้รับการปกป้องจากระบบขีปนาวุธแบบภาคพื้นสู่อากาศของอิหร่านและรัสเซีย แต่ระบบดังกล่าวอาจตกเป็นเป้าโจมตีของอิสราเอลไปแล้ว

ด้านเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ประกาศว่าการโจมตีอิหร่านเป็นภารกิจทำลายขีปนาวุธและขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน และบอกว่านิวเคลียร์เป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของอิสราเอล

ทางการอิสราเอลก็ออกมายืนยันว่าฐานนิวเคลียร์ในฟอร์ดอว์เป็นเป้าหมายสำคัญ

ฐานนิวเคลียร์อื่นในอิหร่านเสียหายไปแล้ว

อัลจาซีรารายงานว่า เชื่อกันว่าอิสราเอลได้ทำลายฐานทัพที่อยู่เหนือพื้นดินของโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านในนาทานซ์แล้ว ซึ่งเป็นโรงงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

ตามข้อมูลของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า การสูญเสียหน่วยจ่ายพลังงานของโรงงานในนาทานซ์ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อห้องปฏิบัติการใต้ดินของโรงงานนิวเคลียร์ในนาทานซ์ได้

นอกจากนี้ อิสราเอลยังได้โจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในอิสฟาฮานจนได้รับความเสียหายอีกด้วย

กังวลรังสีนิวเคลียร์และสารเคมีในโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านรั่วไหล

เมื่อวันจันทร์ (16 มิ.ย.) ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการ IAEA เผยว่า มีความเป็นไปได้ที่อาจเกิดการปนเปื้อนทั้งจากรังสีและสารเคมีจากพื้นที่โรงงานนิวเคลียร์ในนาทานซ์ที่ได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ดี กรอสซีกล่าวในที่ประชุมฉุกเฉิน IAEA ในเวียนนา ประเทศออสเตรีย ว่า ระดับรังสีนอกฐานนิวเคลียร์อิหร่านในนาทานซ์และอิสฟาฮานที่ถูกอิสราเอลโจมตี อยู่ในระดับปกติ

แต่เขาเตือนว่า ความรุนแรงของการสู้รบเพิ่มความเสี่ยงปล่อยรังสีมากขึ้นได้

ทั้งนี้ ฟอร์ดอว์อยู่ห่างจากเมืองกอม ราว 32 กม. ซึ่งเมืองกอมเป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 7 ของอิหร่าน มีประชากรราว 1.4 ล้านคน และเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการเมืองที่สำคัญ

ฐานนิวเคลียร์ฟอร์ดอว์ไม่ได้ทำลายล้างได้ง่ายๆ

ต่อให้มีเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 Stealth และระเบิดอีก 3,000 ปอนด์ โรงงานนิวเคลียร์ฟอร์ดอว์ที่ทันสมัยและแข็งแกร่งที่สุดของอิหร่าน ใช่ว่าจะทำลายล้างได้ง่าย ๆ เพราะที่นี่คือป้อมปราการ ผู้เชี่ยวชาญทางการทหารบอกว่า การโจมตีไม่สามารถทำได้แบบครั้งเดียวจบ

“คุณมีความท้าทายสองอย่าง คุณต้องหย่อนระเบิดบังเกอร์บัสเตอร์สองลูกลงไปพร้อมๆ กันซึ่งจำเป็นต้องใช้ระเบิดหลายรอบ แต่คุณก็ยังไม่มั่นใจว่า โรงงานเสียหายมากแค่ไหน” นั่นหมายความว่าต้องส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไป

“นี่ทำให้ผมเชื่อว่า สำหรับโรงงานเหล่านั้น สุดท้ายแล้วอิสราเอลจะควบคุมน่านฟ้าแล้วส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไประเบิดประตูเข้าโรงงาน จากนั้นวางระเบิด ขโมยข่าวกรองที่หาได้ จากนั้นจึงจุดระเบิดจากข้างใน” เดวิด เดส์ โรชส์ อาจารย์และนักวิจัยการทหารอาวุโส ศูนย์เอเชียใต้ตะวันออกใกล้เพื่อยุทธศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยกลาโหมแห่งชาติในวอชิงตันดีซีกล่าวกับซีเอ็นบีซี

สงครามขยายวงหรือไม่

ขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านถูกบั่นทอนลงอย่างรุนแรงช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจากการโจมตีของอิสราเอลซึ่งได้ทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศขีปนาวุธ ระบบควบคุมและสั่งการ และปลิดชีพผู้บัญชาการระดับสูงหลายสิบนาย

กระนั้นการโจมตีของสหรัฐอาจกระตุ้นให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการเล่นงานสินทรัพย์ของสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น สถานทูตและฐานทัพ ทรัมป์บอกชัดว่า จะตอบโต้อย่างรุนแรงหากบุคลากรอเมริกันถูกโจมตี ซึ่งนั่นจะเป็นการดึงมหาอำนาจทางทหารเบอร์หนึ่งของโลกเข้าสู่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

“อิหร่านส่งสัญญาณว่า พร้อมโจมตีฐานทัพสหรัฐในภูมิภาค หากสหรัฐโจมตีดินแดนอิหร่าน” เกร็กกอรี บรูว์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านอิหร่านและพลังงาน จากบริษัทที่ปรึกษายูเรเชียกรุ๊ปกล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ฐานทัพอเมริกันเสี่ยงเป็นพิเศษ

“มีความเสี่ยงในสภาพแวดล้อมที่ว่า การตอบโต้ของอิหร่านทำให้สหรัฐเสียหาย ทหารดับ และมีแนวโน้มบีบประธานาธิบดีทรัมป์ให้ขยายขอบเขตกระทำการของสหรัฐออกไป แล้วสั่งโจมตีอิหร่านเพิ่ม ซึ่งเสี่ยงทำให้สถานการณ์บานปลาย และลากเราเข้าสู่ปฏิบัติการที่ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ แต่เป็นไปได้ว่าเป็นการโจมตีทางอากาศยืดเยื้อ” บรูว์ระบุ

เดส์ โรชส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ระเบิดทะลวงบังเกอร์ GPU-57สร้างความเสียหายได้ไม่ใหญ่มากเกินพื้นที่โรงงานเป้าหมาย “แต่จะสร้างผลกระทบทางจิตวิทยาต่อชาวอิหร่านได้มาก” ขณะนี้โรงงานนิวเคลียร์ในส่วนอื่นๆ ของอิหร่านเสียหายหนักและเสี่ยงกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนให้เห็นแล้ว

“ผมคิดว่าความขัดแย้งจะยุติเมื่ออิสราเอลมั่นใจว่าอิหร่านเสียหายไม่สามารถสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกนาน และความสามารถในการป้องกันประเทศอ่อนแอลงมากพอให้อิสราเอลหยุดยั้งการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกในอนาคต”

อ้างอิง: Al Jazeera, CNBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...