โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ซูเลียน" โชว์โรงงานปีนัง ดันยอดขายครึ่งแรกพุ่ง รุกดิจิทัล-อาเซียนเต็มสูบ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 22.00 น.

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำสถานะผู้นำในธุรกิจขายตรง ด้วยการจัดทริปนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมโรงงานผลิต Zhulian ณ เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการผลิตสำคัญของกลุ่มบริษัทซูเลียนในระดับภูมิภาคอาเซียน การเยี่ยมชมครั้งนี้มีขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน และความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสู่มือผู้บริโภคทั่วภูมิภาค พร้อมกันนี้ ซูเลียนยังได้ประกาศแผนการขยายเครือข่ายธุรกิจสู่ทั่วอาเซียน และสนับสนุนให้คนไทยสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้อย่างแท้จริง

ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 28 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ความสำเร็จของซูเลียนเกิดจากการยึดมั่นในหลักการความจริงใจ การมอบโอกาส และการให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ “ซูเลียนไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ขายตรง แต่คือแพลตฟอร์มที่ช่วยเปิดโอกาสในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน ครอบคลุม 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เพื่อบ้านและที่อยู่อาศัย ผลิตภัณฑ์เพื่อร่างกาย และผลิตภัณฑ์ประเภทเข็มขัด”

โรงงาน Zhulian หัวใจของการควบคุมคุณภาพระดับสากล

ดร.ปิยะวัฒน์ เน้นย้ำว่า จุดแข็งสำคัญของซูเลียนคือการมี โรงงานผลิตเป็นของตนเอง ซึ่งทำให้สามารถควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนการผลิต พัฒนาสูตรเฉพาะ และรักษาความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง

โรงงาน Zhulian ในเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของระบบการผลิต ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อการผลิตโดยเฉพาะ สามารถรองรับการผลิตสินค้าหลายล้านหน่วยต่อปี โรงงานแห่งนี้ใช้ระบบอัตโนมัติในการควบคุมคุณภาพด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และระบบตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวดตามมาตรฐานสากล อาทิ GMP (Good Manufacturing Practice), HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Points), ISO9001, ISO22000 และ HALAL ซึ่งเป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

ภายใต้แนวคิด “สร้างอาชีพ สร้างชีวิต” ซูเลียนให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ที่ต้องการมีรายได้เสริมหรือเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง โดยจัดให้มีระบบฝึกอบรมและการสนับสนุนแบบครบวงจร ทั้งในด้านการขาย การจัดการ และการพัฒนาศักยภาพ เพื่อสร้างเครือข่ายนักธุรกิจที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ดร.ปิยะวัฒน์ ยังให้ข้อมูลถึงกลยุทธ์สำคัญในการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยซูเลียนได้พัฒนากลยุทธ์ O2O (Offline to Online) เพื่อเชื่อมโยงช่องทางการขายแบบดั้งเดิมเข้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม พร้อมทั้งยกระดับระบบสนับสนุนนักธุรกิจผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันใหม่ ที่ครอบคลุมตั้งแต่การสั่งซื้อ การจัดส่ง ไปจนถึงการขยายเครือข่ายออนไลน์ได้อย่างมืออาชีพ

แผน 5 ปี พัฒนาผลิตภัณฑ์-เทคโนโลยี-ขยายตลาดอาเซียน

สำหรับแผนการเติบโตในระยะ 5 ปีข้างหน้า ซูเลียนมุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การลงทุนด้านเทคโนโลยี และการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน

ความสำเร็จของซูเลียนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากผลิตภัณฑ์เรือธงที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น “คอฟฟี่พลัส” กาแฟผสมโสมที่ขึ้นชื่อในด้านคุณภาพ, “บียางค์” เครื่องดื่มธัญพืชผสมผักผลไม้ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ และ “ยาสีฟันสไมล์ ออน” ซึ่งครองใจผู้บริโภคด้วยประสิทธิภาพและความคุ้มค่า

นอกเหนือจากคุณภาพของสินค้า ซูเลียนยังเดินหน้ายกระดับกลยุทธ์การตลาด ด้วยการ เพิ่มอัตราการจ่ายผลตอบแทนให้แก่นักธุรกิจจาก 68% เป็น 81% ของมูลค่า BV ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยของนักธุรกิจสูงถึง 20–30% ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมเติบโตอย่างชัดเจน

ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ซูเลียนสามารถสร้าง ยอดขายเติบโตขึ้นถึง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของเครือข่ายผู้บริโภค และการขับเคลื่อนของนักธุรกิจซูเลียนในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนที่ยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก บริษัทจึงมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเติบโตในระดับภูมิภาค ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพของเครือข่ายนักธุรกิจในแต่ละพื้นที่

ดร.ปิยะวัฒน์ กล่าวปิดท้ายว่า ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ซูเลียนยังคงเดินหน้าทำกิจกรรม CSR อย่างต่อเนื่องร่วมกับมูลนิธิต่างๆ และล่าสุดได้ยกระดับแนวคิด CSR ด้วยการเปิดตัวตำแหน่ง “MRCD” (Master Royal Crown Director) โดยผู้ที่ได้รับตำแหน่งนี้จะมีสิทธิ์ในการบริจาคเงินจำนวน 3,250,000 บาท ให้กับมูลนิธิหรือองค์กรสาธารณกุศลที่ตนเลือก ถือเป็นการผสานความสำเร็จทางธุรกิจเข้ากับการตอบแทนสังคมอย่างแท้จริง

ตลอด 28 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซูเลียนได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความยั่งยืนทางธุรกิจไม่ได้มาจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถ “มอบความหมาย” ให้กับชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง แม้สังคมบางส่วนจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง แต่ซูเลียนได้แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพ นักธุรกิจที่ใช้จริงและบอกต่อจริง และระบบที่สนับสนุนให้ทุกคนมีโอกาสเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้อย่างเท่าเทียม

"เราจะไม่หยุดเพียงแค่ความสำเร็จในอดีต แต่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และระบบสนับสนุนที่ทันสมัย พร้อมยืนเคียงข้างนักธุรกิจซูเลียนทุกคน เพื่อเดินหน้าสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...