โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไปเมืองเพชรบูรณ์ เหมือนแส่หาความตาย” ทำไมเจ้านายยุค ร.5 ไม่อยากไปเพชรบูรณ์ ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
ภาพประกอบเนื้อหา - สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทับในระแทะ ( เกวียนขนาดเล็ก) เมื่อคราวเสด็จตรวจมณฑลอีสาน พ.ศ. 2449 (ภาพจาก พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา)

บ้านเมืองบริเวณต้นแม่น้ำป่าสัก โดยเฉพาะเมืองเพชรบูรณ์ คือดินแดนที่บรรดาเจ้านาย-ข้าราชการจากกรุงเทพฯ ในยุคปฏิรูปการปกครองเลี่ยงที่จะไปอยู่ทำราชการ ถึงกับมีคำกล่าวว่า “ไปเมืองเพชรบูรณ์ เหมือนกับไปแส่หาความตาย” แต่ “กรมดำรง” คือผู้เปลี่ยนความคิดเหล่านั้น เพราะอะไร และทรงทำอะไร ?

มูลเหตุของเรื่องราวทั้งหมด มาจากโรคยอดนิยมที่คนโบราณหวาดกลัวและเจ็บป่วยกันบ่อยมาก นั่นคือ “ไข้ป่า” หรือไข้จับสั่น (Malaria)

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเผยว่า หัวเมืองในสยามที่ขึ้นชื่อเรื่องไข้มาลาเรีย มีอยู่หลายเมือง เช่น กำแพงเพชร บางสะพาน (ประจวบคีรีขันธ์) แต่ที่ลือเลื่องที่สุดคือ เมืองเพชรบูรณ์ ดังที่ทรงเล่าไว้ในพระนิพนธ์ นิทานโบราณคดีความว่า

“ดูเป็นเข้าใจกันทั่วไป ว่าถ้าใครไปเมืองเพชรบูรณ์ เหมือนกับไปแส่หาความตาย จึงไม่มีชาวกรุงเทพฯ หรือชาวเมืองอื่น ๆ พอใจจะไปเมืองเพชรบูรณ์มาช้านาน แม้ในการปกครอง รัฐบาลก็ต้องเลือกหาคนในท้องถิ่นตั้งเป็นเจ้าเมืองกรมการ เพราะเหตุที่คนกลัวความไข้…”

เมื่อแรกสยามใช้ระบบมณฑลเทศาภิบาลในสมัยรัชกาลที่ 5 กรมพระยาดำรงฯ ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย พระองค์ทรงให้เมืองเพชรบูรณ์กับเมืองอื่น ๆ ในลุ่มแม่น้ำป่าสัก เช่น เมืองหล่มสัก เมืองวิเชียรบุรี อยู่กันเองก่อน ไม่ได้ควบรวมกับมณฑลพิษณุโลกหรือมณฑลนครราชสีมา เพราะแม้มีพื้นที่ติดต่อกัน แต่มีเทือกเขากั้นทั้ง 2 ทาง สมุหเทศาภิบาลจาก 2 มณฑลข้างต้นไปตรวจตราลำบากมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ข้าราชการยุคโน้นยังไม่อยากไปอยู่แถบนั้นกัน ดังว่า “เมื่อแรกฉันจัดการปกครองหัวเมือง มณฑลต่าง ๆ ขอคนออกไปรับราชการ ฉันยังหาส่งไปให้ไม่ทัน เมืองทางลำน้ำสักมีเมืองเพชรบูรณ์เป็นต้น ไม่มีใครสมัครไป ด้วยกลัวความไข้”

ปัญหาขาดแคลนข้าราชการไปประจำการที่เพชรบูรณ์ ดูจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญพระทัยให้กรมพระยาดำรงฯ พอสมควร เพราะเมื่อ พ.ศ. 2440 หลังจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ว่างลง พระองค์ทรงหาคนจากกรุงเทพฯ ไปทำราชการที่นั่นไม่ได้ จะเลือกจากกรมการเมืองในเพชรบูรณ์เองก็ไม่มี

สุดท้ายจึงทรงถามไปยังพระยาศรีสุริยราชวรานุวัติ (เชย กัลยาณมิตร) สมุหเทศาภิบาลมณฑลพิษณุโลก ว่ามีข้าราชการในมณฑลพิษณุโลกที่ไม่กลัว “ความไข้” เมืองเพชรบูรณ์หรือไม่ พระยาศรีสุริยราชฯ รับความมาตริตรอง แล้วเสนอชื่อ พระสงครามภักดี(เฟื่อง) นายอำเภอเมืองน้ำปาด ด้วยเคยรับราชการในหัวเมืองไข้ชุมอย่างหลวงพระบางและอีกหลายแห่งมาแล้ว

“ฉันเรียกพระสงครามภักดีลงมากรุงเทพฯ พอแลเห็นก็ประจักษ์ใจว่าแกเคยคุ้นกับความไข้ เพราะผิวเหลืองผิดกับคนสามัญ ดูราวกับว่าโลหิตเต็มไปด้วยตัวไข้มาลาเรีย จึงอยู่คงกับความไข้ ฉันไถ่ถามได้ความว่าเป็นชาวกรุงเทพฯ แต่ขึ้นไปทำมาหากินอยู่เมืองเหนือตั้งแต่ยังหนุ่ม…”

พระสงครามภักดีจึงได้เป็นผู้รั้งราชการเมืองเพชรบูรณ์ จัดการปกครองตามแบบมณฑลพิษณุโลก ก่อนเลื่อนขึ้นเป็นพระยาเพชรรัตนสงคราม ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2442 ปีถัดมาเมื่อส่วนกลางอนุมัติจัดตั้งมณฑลเพชรบูรณ์ พระยาเพชรรัตนฯ จึงได้ขึ้นเป็นสมุหเทศาภิบาลว่าราชการมณฑล

พระยาเพชรรัตนสงคราม (เฟื่อง) เป็นสหมุหเทศาภิบาลได้เพียง 3 ปี ก็ถึงแก่อนิจกรรมเพราะอหิวาตกโรค หลังจากท่านลงมาเฝ้างานฉลองพระชนมายุรัชกาลที่ 5 ครบ 50 พรรษา เมื่อ พ.ศ. 2446 กลายเป็นว่าชนะมาลาเรียเมืองเพชรบูรณ์ แต่มาแพ้อหิวาตกโรคเมืองกรุงฯ เสียอย่างนั้น

เสด็จไปเมืองเพชรบูรณ์

ชื่อเสียงโรคไข้มาลาเรียเมืองเพชรบูรณ์ยังสร้างความหวาดผวาให้แก่เจ้านาย-ข้าราชการกรุงเทพฯ อยู่ จะเห็นว่า เมื่อกรมพระยาดำรงฯ ทรงเตรียมการจะเสด็จไปที่นั่นเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและสร้างภาพจำใหม่ ๆ ให้คนหายกลัว ก็มีคนเข้ามาห้ามปราม ดังความว่า

“มีพวกพ้องพากันมาให้พร คล้ายกับจะส่งไปทัพบ้าง มาห้ามปรามโดยเมตตาปรานี ด้วยเห็นว่าไม่พอที่ฉันจะไปเสี่ยงภัยบ้าง ผิดกับเคยไปไหน ๆ มาแต่ก่อน ฉันบอกว่าเป็นราชการจำที่จะต้องไปและได้ทูลลาเสร็จแล้ว ที่ห้ามปรามก็เงียบไป

แต่ส่วนพระองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงนั้น ทรงพระราชดำริเห็นชอบด้วย ตั้งแต่ฉันกราบทูลความคิดที่จะไปมณฑลเพชรบูรณ์ ตรัสว่า ‘ไปเถิด อย่ากลัว สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ของเราท่านก็เสด็จไปแล้ว’

…แต่ประหลาดอยู่ที่พอรู้กันว่าฉันจะไปเมืองเพชรบูรณ์เป็นแน่ ก็มีผู้มาขอไปเที่ยวด้วยหลายคน แม้พวกที่ฉันเลือกเอาไปช่วยธุระหรือใช้สอยก็สมัครไปด้วยยินดี ไม่เห็นมีใครครั่นคร้าม คงเป็นด้วยอุ่นใจ คล้ายกับจะเข้าไปยังที่ซึ่งเขาว่าผีดุ ไม่มีใครกล้าไปคนเดียว แต่พอมีเพื่อนไปด้วยหลายคน ก็หายกลัวผีไปเอง”

เมื่อสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จไปตรวจราชการเมืองเพชรบูรณ์ด้วยพระองค์เอง จึงทรงเผยว่า เพราะอะไร “ความไข้” เมืองเพชรบูรณ์จึงโด่งดังนัก

พระองค์ทรงวิเคราะห์ถึงปัจจัยสำคัญด้านภูมิศาสตร์สภาพแวดล้อมของเมืองเพชรบูรณ์ คือเป็นเมืองตั้งอยู่ที่ลุ่มริมลำน้ำ มีเทือกเขาหินปูนกระหนาบทั้ง 2 ข้าง ในฤดูแล้งไม้แห้งใบร่วง หินถูกแดดร้อนจัด ลมก็พัดเอาไอร้อนจากหินมาอบอยู่ในเมือง พอเริ่มฤดูฝน ความร้อนผสมกับไอฝนเป็นเหตุของการเจ็บไข้ประการหนึ่ง น้ำฝนยังพัดพาใบไม้ที่ร่วงเน่าเปื่อยจากบนเขาลงมาอยู่กับแหล่งน้ำพร้อมพิษไข้ด้วย

เมื่อเข้าฤดูหนาว ลมหนาวมาปนกับความชื้นก็เป็นเหตุของไข้ได้อีก สอดคล้องกับสิ่งที่กรมการเมืองในพื้นที่ทูลกับพระองค์ว่า ไข้จะชุกช่วงเปลี่ยนฤดู อาจร้ายกว่ามณฑลอื่นจริง แต่หากระวังรักษาตัวให้ดีก็ยังพอเยียวยาได้อยู่ ไม่ได้ร้ายแรงเหลือทนอย่างที่ร่ำลือกันอย่างเกินจริง

จะเห็นว่าไม่มีการกล่าวถึงตัวแพร่เชื้อหรือสัตว์พาหนะโรคมาลาเรียอย่าง “ยุงก้นปล่อง” เลย ทั้งนี้เนื่องจากองค์ความรู้ทางการแพทย์ในสมัยนั้นยังไม่แพร่หลายนั่นเอง

สุดท้ายการเสด็จไปมณฑลเพชรบูรณ์ของกรมพระยาดำรงฯ ก็สำเร็จลุล่วงในระยะเวลา 36 วัน โดยเสด็จกลับมาถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2447 น่าประหลาดใจว่าไม่มีใครในคณะของพระองค์เป็นไข้ป่าที่คนกรุงฯ พากันหวั่นเกรงเลย ดังทรงเล่าส่งท้ายเรื่องการเดินทางในพระนิพนธ์ว่า

“รุ่งขึ้น ฉันเข้าไปเฝ้าฯ …เจ้านายและข้าราชการเฝ้าอยู่พร้อมกัน เมื่อเสร็จการพิธี สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จทรงพระราชดำเนินมายังที่ฉันยืนเฝ้าอยู่ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระหัตถ์มาจับมือฉัน ดำรัสว่า ทรงยินดีที่ฉันได้ไปถึงเมืองเพชรบูรณ์ แล้วตรัสถามว่ามีใครไปเจ็บไข้บ้างหรือไม่ ฉันกราบทูลว่าด้วยเดชะพระบารมีปกเกล้าฯ หามีใครเจ็บไข้ไม่ แล้วจึงเสด็จขึ้น

ฉันรู้สึกว่าได้พระราชทานบำเหน็จพิเศษ ชื่นใจคุ้มค่าเหนื่อย ว่าถึงประโยชน์ของการที่ไปครั้งนั้นก็ได้สมประสงค์ เพราะแต่นั้นมาก็หาคนไปรับราชการในมณฑลเพชรบูรณ์ได้ไม่ยากเหมือนแต่ก่อน”

เรื่องราวระหว่างการเสด็จมณฑลเพชรบูรณ์ของ “กรมดำรง” ยังมีเรื่องราวน่าสนใจและชวนติดตามอีกมากมาย โอกาสต่อไปคงได้หยิบยกมานำเสนอกัน…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. (2487). นิทานโบราณคดี.กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร. ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 พฤษภาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ไปเมืองเพชรบูรณ์ เหมือนแส่หาความตาย” ทำไมเจ้านายยุค ร.5 ไม่อยากไปเพชรบูรณ์ ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...