โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ภาวะสายตาสั้นในเด็ก ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 04.47 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 03.21 น.
  • ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดภาวะสายตาสั้น?
  • การแก้ไขภาวะสายตาสั้นในเด็ก

จะรู้ได้อย่างไรว่าบุตรหลานของท่านมีภาวะสายตาสั้น?

ภาวะสายตาสั้น (Myopia, short-sightedness หรือ near-sightedness) คือ ภาวะที่ทำให้เห็นรูปภาพชัดเจนเมื่ออยู่ใกล้และไม่ชัดเมื่ออยู่ไกล ในเด็กที่มีภาวะสายตาสั้นอาจพบพฤติกรรมเหล่านี้

  • บ่นว่ามองเห็นวัตถุระยะไกลไม่ชัดเจน
  • มักถือสิ่งของที่ต้องการมองใกล้ดวงตา
  • นั่งใกล้หน้าจอ
  • หรี่ตาหรือปิดตาข้างหนึ่ง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน
  • ขยี้ตาบ่อยๆ
  • กะพริบตาถี่ๆ
  • มีน้ำตาไหล
  • ปวดหัวบ่อยหากพบว่าบุตรหลานของท่านมีพฤติกรรมดังกล่าว ควรรีบพาไปปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุและทำการแก้ไข ยิ่งแก้ไขได้เร็ว โอกาสในการชะลอการเกิดภาวะสายตาสั้นก็จะมีมากขึ้น และเด็กก็จะมีพัฒนาการในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

ภาวะสายตาสั้นเกิดจากอะไร?

ลักษณะโครงสร้างของกระบอกตายาวเกินไป หรือกระจกตามีความโค้งมากเกินไป ส่งผลให้แสงที่ตกกระทบวัตถุเข้าสู่ดวงตาตกบริเวณหน้าจอตา ไม่ได้โฟกัสที่จอตา จึงไม่สามารถโฟกัสได้อย่างถูกต้อง ทำให้มองเห็นภาพระยะใกล้ชัดเจน และระยะไกลไม่ชัดเจน

ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดภาวะสายตาสั้น?

  • พันธุกรรม

  • หากพ่อหรือแม่มีภาวะสายตาสั้น ความเสี่ยงที่บุตรจะมีภาวะสายตาสั้นจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า และหากพ่อและแม่มีภาวะสายตาสั้นทั้งคู่ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเป็น 3-5 เท่า

  • สิ่งแวดล้อม

  • เด็กที่ชอบทำกิจกรรมในที่ร่ม เช่น เล่นคอมพิวเตอร์ เล่นแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟน ดูโทรทัศน์ จะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะสายตาสั้นมากกว่าเด็กที่ชอบทำกิจกรรมอยู่กลางแจ้ง

ผู้ปกครองสามารถป้องกันภาวะนี้ได้อย่างไร?

  • การสังเกตอาการเบื้องต้น

  • การตรวจพบภาวะสายตาสั้นในระยะเริ่มต้นจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการชะลอภาวะความผิดปกติของสายตา จึงควรศึกษาลักษณะอาการของภาวะสายตาสั้น ร่วมกับสังเกตพฤติกรรมของเด็กๆ

  • การตรวจตาเป็นประจำ

  • การตรวจตาในเด็กเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่อายุน้อย เนื่องจากเด็กอาจไม่รู้ตัวหรือไม่สามารถพูดถึงปัญหาการมองเห็นของตนเองได้ จึงต้องอาศัยจักษุแพทย์ในการประเมินการมองเห็น

  • การพักสายตา

  • แม้ว่าการอ่านหนังสือ หรือการใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรือการทำการบ้าน จะเป็นกิจกรรมปกติสำหรับเด็กและวัยรุ่น สิ่งสำคัญคือควรมีเวลาพักสายตาทุกๆ 20 นาที เพื่อบรรเทาความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อบริเวณดวงตา นอกจากนี้ ควรเว้นระยะห่างระหว่างตาและวัตถุอย่างน้อยหนึ่งช่วงแขน เพื่อลดอาการตาล้า และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะสายตาสั้น

  • จำกัดเวลาการใช้หน้าจอ

  • การใช้เวลาอยู่กับหน้าจอสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตมากเกินไปมีส่วนทำให้เกิดภาวะสายตาสั้น อาการตาล้า และอาการตาแห้ง เด็กในวัยเรียนและวัยรุ่นจึงควรจำกัดเวลาการใช้หน้าจอที่ไม่กี่ยวข้องกับการเรียนให้ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อรักษาสายตา

  • เพิ่มกิจกรรมกลางแจ้ง

  • จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่าการทำกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่า 2 ชั่วโมง สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะสายตาสั้นได้ เนื่องจากสมมติฐานที่ว่าทำให้เกิดการหลั่งสารสื่อประสาท Dopamine ซึ่งเป็นสารที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของกระบอกตา ทำให้สามารถชะลอภาวะสายตาสั้นได้

การแก้ไขภาวะสายตาสั้น

  • แว่นตา

  • แว่นตาเป็นวิธีเบื้องต้นในการปรับการมองเห็นของเด็กที่มองไม่ชัดเจน จากการศึกษาในเด็กอายุ 8 ถึง 13 ปี ที่เริ่มใช้แว่นตา Bifocal lenses พบว่าแว่นตานี้สามารถชะลอการเกิดภาวะสายตาสั้นได้ร้อยละ 33%

  • คอนแทคเลนส์

  • สำหรับบางเด็กบางกลุ่ม การใช้คอนแทนคเลนส์ทำให้การมองเห็นชัดเจน และมีระยะการมองเห็นกว้างขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้แว่นตา โดยคอนแทคเลนส์สามารถแบ่งได้ 2 ชนิด คือ เลนส์ชนิดแข็ง ซึ่งมักมีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี และเลนส์ชนิดอ่อน ซึ่งมีอายุการใช้งานหลากหลาย ทั้งชนิดที่เปลี่ยนทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน

  • Orthokeratology (Ortho-K)

  • Orthokeratology เป็นเลนส์ชนิดแข็งที่ออกแบบเฉพาะให้สวมใส่เพื่อปรับเปลี่ยนรูปร่างของกระจกตา โดยการเปลี่ยนรูปร่างตา จะส่งผลให้แสงเข้าสู่ดวงตาได้ดีกว่า ทำให้เกิดการโฟกัสภาพได้ชัดเจนขึ้น

  • การใช้ยาหยอดตา: Atropine

การใช้ยาหยอดตา Atropine เพื่อชะลอภาวะสายตาสั้นในเด็ก

ยาหยอดตา Atropine มีประสิทธิภาพในการชะลอภาวะสายตาสั้นในเด็ก สามารถแบ่งความเข้มข้นออกเป็น 3 ระดับ คือ ความเข้มข้นสูง (1%, 0.5%), ความเข้มข้นปานกลาง (0.1%) และความเข้มข้นต่ำ (0.05%, 0.025%, 0.01%) การศึกษาพบว่ายาหยอดตา Atropine ความเข้มข้นต่ำ สามารถชะลอการเกิดภาวะสายตาสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น เช่น ระคายเคืองตา แสบตา หรือมองไม่ชัดเมื่ออยู่ใกล้ พบได้น้อยกว่ายาหยอดตา Atropine ความเข้มข้นสูง ดังนั้น แพทย์จึงมักเลือกใช้ยาหยอดตา Atropine ที่มีความเข้มข้นต่ำก่อน แล้วค่อยๆ ปรับ เพื่อหาขนาดยาที่เหมาะสมที่สุดในเด็กแต่ละคน
อย่างไรก็ตาม ยาหยอดตา Atropine ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการมองเห็นได้ บุตรหลานของท่านยังคงต้องใช้แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ร่วมด้วย เพื่อให้เกิดการมองเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ข้อมูลยาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...