โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก "Silicon Valley" ทำไมเป็นต้นแบบศูนย์กลางนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ใครก็ใฝ่ฝัน

Thairath Money

อัพเดต 09 ก.พ. 2568 เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2568 เวลา 03.05 น.
ภาพไฮไลต์

Thairath Money ครั้งนี้พาย้อนกลับไปที่ประวัติศาสตร์ของ Silicon Valley วิธีหนึ่งในการทำความเข้าใจได้ดีว่าทำไมรัฐบาลหลายประเทศมีเป้าหมายสร้าง Silicon Valley ของตนเอง อะไรทำให้ Silicon Valley กลายเป็นฮับของสายเทค

หุบเขาแห่งเทคโนโลยี

“Silicon Valley” ตั้งอยู่ในภูมิภาคอ่าวซานฟรานซิสโกตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,790 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่ตะวันตกของเมืองอลาเมดา ซานโฮเซ เรดวูดซิตี้ เมาน์เทนวิว พาโลอัลโต ไล่เรียงลงมาถึงหุบเขาซานตาคลารา ซานตาครูซ ซานมาเตโอ

หุบเขาแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะ “ศูนย์กลางของบริษัทเทคโนโลยี” ที่ขับเคลื่อนความเป็นไปของนวัตกรรมมายุคต่อยุค บริษัทซอฟต์แวร์ไอทีน้อยใหญ่จำนวนมากก่อตั้งและยังคงมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นี่ อาทิ Apple, Meta, Google, Microsoft, eBay, X (Twitter), IBM และ Intel นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่ง ทั้งสแตนฟอร์ดและแคลิฟอร์เนียที่เปรียบเหมือนเชื้อเพลิงสำคัญที่จุดประกายไฟให้กับนักพัฒนา ผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ได้ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆ ในช่วงเริ่มต้น

อยู่ดี ๆ หุบเขาเขียวขจีที่เต็มไปด้วยผลไม้ดอกไม้นานาพรรณจนได้ชื่อว่า “The Valley of Heart’s Delight” กลายเป็นพื้นที่แห่งการบุกเบิกเทคโนโลยีสำคัญ ๆ ที่พวกเราพึ่งพากันอยู่ทุกวันนี้ได้

The Center of Silicon Valley

จุดเริ่มต้นของ Silicon Valley ถูกนับอย่างเป็นทางการราว ๆ ปี 1940 หลังจากวิลเลียม ฮิวเล็ท (William Hewlett) และเดวิด แพ็คการ์ด (David Packard) ผู้ก่อตั้ง Hewlett-Packard Co. หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ HP เริ่มก่อตั้งบริษัทของตนในโรงรถเล็กๆ ตามคำแนะนำของ ดร.เฟรเดอริก เทอร์แมน (Frederick Terman) คณบดีระดับตำนานของโรงเรียนวิศวกรรมศาสตร์สแตนฟอร์ด ผู้กรุยทางให้ผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงจำนวนมากในปัจจุบัน เหตุการณ์นี้มักได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมสตาร์ทอัพในภูมิภาคนี้

ดร.เทอร์แมน มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานให้ Silicon Valley กลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลกในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง (1940-1960) ตั้งแต่การชักชวนนักวิจัยชั้นนำที่เคยร่วมงานกันในช่วงสงครามโลกให้มาร่วมงานที่สแตนฟอร์ด สร้างธรรมเนียมเฉพาะของคณะในการสนับสนุนให้นักศึกษาก่อตั้งธุรกิจของตนเอง เปิดพื้นที่ในมหาวิทยาลัยบางส่วนให้บริษัทเทคโนโลยีเช่านำไปสู่การก่อตั้ง Stanford Industrial Park และ Stanford Research Park ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและเมืองพาโลอัลโต โดยเป็นฐานปฏิบัติการสำหรับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีทั้งทางการทหารและเชิงพาณิชย์สำหรับบริษัทต่างๆ เช่น Hewlett-Packard, Lockheed และ Xerox

ดร.เทอร์แมน ได้รับการยกย่องให้เป็น "บิดาแห่ง Silicon Valley" วิสัยทัศน์และการดำเนินการของ ดร.เทอร์แมน ได้วางรากฐานระบบนิเวศทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่เป็นต้นแบบของพื้นที่นวัตกรรมในปัจจุบัน

พื้นที่ดังกล่าวได้กลายเป็นแหล่งรวมนักพัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำที่ค่อย ๆ ดึงดูดนักวิชาการ นักวิจัย บรรดาผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนนักลงทุนที่มองหาความเสี่ยงที่คุ้มค่า ทำให้การกล่าวถึง Silicon Valley หลายคนนึกถึงจะถึงต้นกำเนิดงานวิจัยและนวัตกรรม จิตวิญญาณความเป็นสตาร์ทอัพ ที่มาของไลฟ์สไตล์สายเทค ตลอดจนวัฒนธรรมการทำงานสมัยใหม่ที่หลายคนถวิลหา

ทั้งนี้ คำว่า“Silicon Valley” ปรากฏครั้งแรกปี 1971 ในคอลัมน์ "Silicon Valley USA" ที่เขียนโดย ดอน โฮเฟลอร์ (Don Hoefler) นักข่าวสายสังคมและเทคโนโลยีของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Electronic News บรรยายถึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังรุ่งเรืองในพื้นที่หุบเขาแห่งนี้

เขาหยิบยืมคำนี้มาจากบทสนทนาบนโต๊ะอาหารที่มีผู้ประกอบการคนหนึ่งเรียกแทนกลุ่มผู้พัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่นั้นที่ใช้ซิลิคอนจำนวนมากในการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ โดยคำว่า “Silicon” หรือ ซิลิคอน คือ สารกึ่งตัวนำ ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญสำหรับการผลิตชิปประมวลผล ทั้งการ์ดจอและไมโครโปรเซสเซอร์สมัยใหม่ที่ถูกนำมาใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกชนิดบนโลก

"ยุคตื่นทอง สู่ ยุคตื่นนวัตกรรม"

Silicon Valley ถูกยกให้เป็นแหล่งกำเนิดของนวัตกรรมล้ำสมัยมากมายที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการกำหนดรูปลักษณ์ของโลกสมัยใหม่ ช่วงเวลาระหว่างปี 1968 ถึงต้นปี 2000 เป็นช่วงเวลาที่บริษัทต่างๆ ก่อตั้งขึ้นมากมาย เกิดอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่ดึงดูดเงินหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้

ช่วงปี 1950 ถือกำเนิดของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดย วิลเลียม ช็อคเลย์ หนึ่งในผู้ประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนในขณะนั้น ก่อตั้งห้องปฏิบัติการ Shockley Semiconductor บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดจำนวนมากมายรับหน้าที่ผลิตทรานซิสเตอร์เพื่อใช้ในการทหาร ไม่นานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ก็ค่อยเติบโตอย่างต่อเนื่อง จุดประกายให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายที่ส่งเสริมให้เทคโนโลยีในภูมิภาคนี้เฟื่องฟู โดยที่โดดเด่นที่สุดในขณะนั้น คือ อุตสาหกรรมวิทยุโทรเลข การออกอากาศวิทยุเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ ครั้งแรกเกิดขึ้นที่นี่

ในปี 1968 กอร์ดอน มัวร์ (Gordon Moore) และโรเบิร์ต นอยซ์ (Robert Noyce) เดินทางมาที่ Silicon Valley เพื่อก่อตั้ง Intel ในเวลานั้น พวกเขาค้นพบการผลิตทรานซิสเตอร์ที่สามารถสร้างได้โดยใช้ซิลิคอน การค้นพบของพวกเขาทำให้เกิด Integrated circuit ที่สร้างจากซิลิคอนซึ่งใช้ในไมโครโปรเซสเซอร์ทั้งหมดในปัจจุบัน พวกเขาเป็นที่รู้จักจากการผลิตคอมพิวเตอร์ให้มีขนาดเล็กลง เร็วขึ้น และราคาถูกลง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ อีกมากมายที่ตามมา

ในช่วงทศวรรษปี 1970 และ 1980 คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทมากขึ้น บริษัทซอฟต์แวร์เจ๋ง ๆ เริ่มเกิดขึ้นในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็น Apple มีบทบาทสำคัญในการทำให้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) เข้าถึงได้สำหรับคนทั่วไป ต่อด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ iPhone ของ Apple ได้ผสมผสานโทรศัพท์เข้ากับความสามารถในการประมวลผลขั้นสูงที่เปลี่ยนอุตสาหกรรมมือถือและพฤติกรรมของผู้ใช้

ต่อมาในช่วงทศวรรษปี 1990 และต้นทศวรรษปี 2000 ยุคที่อินเทอร์เน็ตเฟื่องฟู ทำให้บริษัทต่างๆ เช่น Google, Yahoo และ eBay มีชื่อเสียงโด่งดัง Google ได้พัฒนาอัลกอริทึมการค้นหาอันทรงพลังซึ่งกลายมาเป็นส่วนสำคัญในการนำทางข้อมูลจำนวนมากที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ต ตลอดจนโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Twitter ที่ได้เปลี่ยนแปลงการสื่อสารและการโต้ตอบทางสังคมทั่วโลก ช่วงเวลาดังกล่าวทำให้ชื่อเสียงของ Silicon Valley เป็นแหล่งบ่มเพาะเทคโนโลยีล้ำสมัย เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ มากมาย

Global Role Model ระบบนิเวศที่ไม่เหมือนใคร

ความสำเร็จของ Silicon Valley ขับเคลื่อนโดยระบบนิเวศที่แข็งแกร่งสำหรับช่วงเริ่มต้น จากการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยระดับโลก การรวมตัวของบุคลากรด้านเทคโนโลยี และแนวคิดของผู้ประกอบการมาบรรจบกัน ทาเลนต์สั่งสมทักษะผู้ประกอบการตั้งแต่เริ่มต้นในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้การสร้างเครือข่ายและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับผู้นำในอุตสาหกรรมสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนนักพัฒนาและคนทั่วไปให้เข้ามาเรียนรู้ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์

ไม่เพียงแต่ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Silicon Valley ได้ประกอบสร้างระบบนิเวศเพื่อการระดมทุนที่มั่นคง ซึ่งผลักดันให้สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการกล้าคิดกล้าทำ โดยอุตสาหกรรม Venture Capital และ Silicon Valley มีความเชื่อมโยงและพึ่งพากันอย่างใกล้ชิด การมีอยู่ของบริษัท Venture Capital และเครือข่ายของผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นตัวเร่งสำคัญในการรวมตัวของกลุ่มธุรกิจและสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีขั้นสูงในพื้นที่แห่งนี้

จิตวิญญาณสตาร์ทอัพ

จะเห็นว่าตั้งแต่ยุคของชิปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ Silicon Valley ได้สร้างสรรค์ตัวเองขึ้นมาใหม่เสมอ การสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นจุดเด่นของแนวคิดใน Silicon Valley ทำให้วัฒนธรรมแห่งการเสี่ยง (Culture of Risk-Taking) และการเรียนรู้จากความล้มเหลว (Resilience) สร้างการเปลี่ยนใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา วัฒนธรรมนี้ทำให้เกิดการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่และการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติในเรื่องเทคโนโลยี

การสนับสนุนจากรัฐบาล

การเติบโตของ Silicon Valley มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศผ่านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและระบบนิเวศทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งยังสร้างงานที่มีรายได้สูง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการสนับสนุนของรัฐบาลที่ออกนโยบายที่สร้างสภาพแวดล้อมที่นวัตกรรมเติบโต ตั้งแต่ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี สนับสนุนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และนโยบายที่เอื้อต่อการย้ายถิ่นฐานและดึงดูดทาเลนต์จากทั่วโลก

เรียกได้ว่า Silicon Valley ยังเป็นพื้นที่ผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนโลกมายุคต่อยุค AI-Cloud Computing โดยมีบริษัทสตาร์ทอัพและบริษัทที่ก่อตั้งมานานจำนวนมากที่ขยายขอบเขตของการเรียนรู้ของเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ ผลผลิตนวัตกรรมที่เกิดขึ้นที่นี่ยังมีอีกมากมาย เช่น เทคโนโลยีอวกาศ กล้องจุลทรรศน์เอกซ์เรย์ เลเซอร์ วิดีโอเทป ฮาร์ดดิสก์ วิดีโอเกม เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท การดัดแปลงพันธุกรรม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมายที่เรามองข้ามไปในปัจจุบัน

ปัจจุบันกว่า 40 บริษัทใน Fortune 500 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นี่ และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ร่ำรวยที่สุดในโลก มีรายงานว่ามีมหาเศรษฐีอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวถึง 84 คนในปี 2022 และในปี 2023 อ้างอิงจาก Forbes รายงานว่ามีมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยี 313 รายอาศัยอยู่ที่นี่ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมกัน 1.9 ล้านล้านเหรียญ โดย Silicon Valley ยังเป็นพื้นที่ดึงดูดมหาเศรษฐีและนักลงทุนที่พร้อมวางเงินทุนมหาศาลในไอเดียเปลี่ยนโลกของบรรดาผู้ประกอบการช่างคิดช่างฝัน ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับไม่ว่าใครก็ตามที่อยากผลักดันพื้นที่ใดหนึ่งให้กลายเป็นเครื่องยนต์แห่งอนาคต

อ้างอิงข้อมูลจาก Business Insider ,Investopedia , HistoryCooperative ,Siliconvalleyhistorical

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...