โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ร่วมฟังปัญหาธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป ‘ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด’ ของบ 3 พันล้าน พัฒนาสายพันธุ์กุ้ง เหตุมีโรคระบาด-แบงก์ไม่ปล่อยกู้

THE STANDARD

อัพเดต 17 ก.พ. 2568 เวลา 12.47 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2568 เวลา 12.47 น. • thestandard.co
นายกฯ ร่วมฟังปัญหาธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป ‘ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด’ ของบ 3 พันล้าน พัฒนาสายพันธุ์กุ้ง เหตุมีโรคระบาด-แบงก์ไม่ปล่อยกู้

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) เวลา 15.00 น. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางเข้าเยี่ยม บริษัท ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัดที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เพื่อพูดคุยรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะในกระบวนการผลิตและส่งออกอาหารทะเลของไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเลไทยบนเวทีโลก โดยมี ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ ฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัดให้การต้อนรับ

ธีรพงศ์กล่าวว่า บริษัทขอขอบคุณที่ภาครัฐให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย เพราะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตอาหารทะเลส่งออกอันดับต้นๆ ของโลก ที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการในตลาดโลก จากคุณภาพ รสชาติ และมาตรฐานการผลิตระดับสากล โดยไทยยูเนี่ยนมีความพร้อมในการสร้างความเชื่อมั่น เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า การลงทุน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โรงงานไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ดจังหวัดสงขลา เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มไทยยูเนี่ยน ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2539 เป็นโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำแช่แข็งที่มีกำลังการผลิตปีละ 18,000 ตัน ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 1,500 คน โดยมีสินค้าไฮไลต์ เช่น กุ้งเป็นต้มสุก กุ้งซูชิ และกุ้งชุบแป้งทอด จัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ

ธีรพงศ์กล่าวว่า 47 ปีที่เราดำเนินธุรกิจอาหารแปรรูป ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานทั้งหมด 45,000 คน รายได้ปี 2567 รวม 1.38 แสนล้านบาท ธุรกิจหลัก ได้แก่ อาหารทะเลแปรรูป 49%, อาหารทะเลแช่เยือกแข็ง 31%, อาหารสัตว์เลี้ยง 13% และอาหารสำเร็จรูป 7% นอกจากจะผลิตในประเทศไทย เราเป็นบริษัทอาหารทะเลรายแรกๆ ที่ลงทุนในต่างประเทศทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกา โดยในไทยมีโรงงานที่สงขลาและสมุทรสาคร

จากนั้นแพทองธารถามว่า โรงงานมีอะไรเชื่อมโยงกับชาวบ้านหรือไม่ ถ้าไม่มีอยากจะให้ช่วยซัพพอร์ต เพราะประกอบธุรกิจมา 40 ปี ต้องมีความรู้ให้กับชุมชน จะสามารถทำ CSR ที่เกี่ยวกับภูมิปัญญาของเกษตรกรได้หรือไม่

ฤทธิรงค์ตอบว่า เราอยู่ในพื้นที่ไหนก็จะดูแลชาวบ้านรอบโรงงานก่อน โดยมีแนวคิดว่า ทุกกิจการไม่ว่าจะไทยหรือมุสลิม ผู้บริหารก็มีนโยบายชัดเจน พื้นที่ที่เราอยู่ต้องนำความต้องการของชาวบ้านมาเป็นรั้วของเรา และร่วมทุกกิจกรรมของหมู่บ้าน รวมถึงการให้ทุนการศึกษา โดยไม่ได้เลือกเฉพาะเด็กเรียนดี แต่เราเลือกเด็กที่ขาดโอกาส มีฐานะไม่ดี รวมถึงร่วมทำกิจกรรมกับจังหวัดรวมถึงท้องถิ่นด้วย

ฤทธิรงค์ย้ำด้วยว่า โรงงานอื่นๆ กลุ่มไทยยูเนี่ยนมี 4 โรงงาน มีการจ้างงาน 40,000 คน อุตสาหกรรมกุ้งเราเน้นการส่งออกเป็นหลัก บริษัทจำเป็นที่จะต้องได้มาตรฐานต่างๆ ทั้งของญี่ปุ่น อเมริกา ยุโรป แม้แต่ในประเทศไทย เพื่อให้แน่ใจว่าผู้บริโภคซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยด้วยนโยบายและมาตรฐานเดียวกัน บริษัทมีโรงงาน 17 แห่งใน 14 ประเทศทั่วโลก โดยโรงงานอาหารหลักที่อยู่ในประเทศไทยประกอบไปด้วยที่สงขลาและสมุทรสาคร

นอกจากนี้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัดได้เสนอปัจจัยส่งเสริมอุตสาหกรรมกุ้งแช่แข็งไทยให้แข่งขันได้บนเวทีโลก ดังนี้

  • ผลักดันเพิ่มผลผลิตกุ้งขาวขึ้นไปที่ระดับ 450,000 ตัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย โดยทำ FTA กับประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น ประเทศกลุ่ม EU ปัจจุบันเสียภาษีนำเข้าจาก GSP อยู่ที่ 12-20% รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาสายพันธุ์ลูกกุ้งอย่างเต็มที่ให้มีปริมาณกุ้งเพียงพอให้ดึงดูดคู่ค้าต่างประเทศ และให้มีการสนับสนุนเงินทุนให้เกษตรกร เช่น ธ.ก.ส. และการจูงใจให้เข้าถึงเงินลงทุน

  • ด้านรายงานและส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยเดินหน้าค่าแรงและค่าพลังงานเป็นต้นทุนการผลิตหลักสำหรับอุตสาหกรรมกุ้ง ซึ่งค่าแรงขั้นต่ำประเทศไทยอยู่ที่ 372 บาท สูงกว่าประเทศคู่แข่งประมาณ 1 เท่าตัว และการกำกับดูแลแรงงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนด IUU

  • ให้สนับสนุนความยั่งยืน สร้างนโยบายจูงใจ สนับสนุนให้เกษตรกรหันเข้าสู่การใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผลผลิตอาหารทะเลลดลงมี 3 ประการ ได้แก่

  • สายพันธุ์กุ้ง เนื่องจากอุตสาหกรรมกุ้งนั้นเคยส่งออกรวมทั่วประเทศเป็นรายได้ประมาณ 3 แสนล้านบาท แต่ปัจจุบันมีรายได้เพียง 4 หมื่นล้านบาทเท่านั้น จึงเสนอให้ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในภาคใต้และภาคตะวันออก

  • โรคระบาด เนื่องจากสัตว์เลี้ยงมีโรคระบาด จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลืองบการทำวิจัยให้แก่กรมประมง

  • เกษตรกรขาดการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อประกอบธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ทางบริษัทยังได้ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือในการพัฒนาสายพันธุ์กุ้ง โดยสร้างสถาบันวิจัยพันธุ์กุ้ง งบประมาณลงทุน 3 พันล้านบาท เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กุ้งในภาคใต้และภาคตะวันออก ซึ่งจะลงทุน 1 พันล้านบาทต่อแห่ง โดยทำต่อเนื่อง 3-10 ปี

“อุตสาหกรรมจะแข็งแรงมากขึ้นจะต้องมีการลองผิดลองถูก สิ่งที่เราขาดคือผู้ผลักดันและงบประมาณ เรื่องนี้จะต้องมีการผลักดัน เพราะโรคต่างๆ ก็มีการพัฒนา หากเราหยุดพัฒนาจะทำให้ถอยหลัง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...