โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ ฟัง 3 ปัญหาผลิต-ส่งออกอาหารทะเล พร้อมข้อเสนอแนะช่วยเพิ่มผลผลิต

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 17 ก.พ. 2568 เวลา 09.32 น.

นายกฯ ฟัง 3 ปัญหาผลิต-ส่งออกอาหารทะเล พร้อมข้อเสนอแนะช่วยเพิ่มผลผลิต หวังดันอุตสาหกรรมประมงแข่งเวทีโลก

วันที่ 17 ก.พ. 2568 ที่ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัด จ.สงขลา นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่รับฟังปัญหาการผลิตและส่งออกอาหารทะเล โดยมีนายธีระพงษ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ให้การต้อนรับและยื่นข้อเสนอถึงนายกรัฐมนตรีในการส่งเสริมอุตสาหกรรมกุ้งแช่แข็งไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก

นายธีระพงษ์ ระบุว่า กรุงไทยยูเนี่ยนเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1977 โดยเริ่มจากที่จังหวัดสมุทรสาคร เราเป็นบริษัทที่ผลิตปลาทูน่ากระป๋อง มีพนักงานประมาณ 200 คน และในช่วงเวลาที่ผ่านมากว่า 47 ปี ที่ได้ดำเนินธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและการส่งออก ในปัจจุบันเรามีการสร้างแรงงานทั้งหมดภายในกลุ่มกว่า 45,000 คน มีรายได้ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 4 พันล้านเหรียญ หรือ 138,000 ล้านบาท โดยมีธุรกิจหลัก 4 ธุรกิจ คือ ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป 49% อาหารทะเลแช่เยือกแข็ง 31% ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 13% แล้วธุรกิจอาหารสำเร็จรูป 7%

ทั้งนี้ นอกจากการเป็นผู้ผลิตในประเทศไทยแล้ว ตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา เราถือเป็นบริษัทอาหารทะเลรายแรกๆ ที่ได้ออกไปลงทุนในต่างประเทศทั่วโลก ได้มีการลงทุนที่สหรัฐอเมริกาโดยการเข้าซื้อแบรนด์ต่างๆ นอกเหนือจากนี้ยังมีในยุโรป เหตุใดเข้าลงทุนกับอีกหลายๆ แบรนด์ และได้เป็นเจ้าของแบรนด์ในประเทศนอร์เวย์ ประเทศอิตาลี และในประเทศเยอรมนี โดยในประเทศไทยนานอาจจะมองว่าเป็นรายได้ขนาดเล็ก อยู่ที่ 11 เปอร์เซ็นต์ เธอมีแบรนด์สินค้าชั้นนำหลายแบรนด์ โดยทางบริษัทมีโรงงาน 17 แห่งทั่วโลก อยู่ใน 14 ประเทศ โดยโรงงานอาหารหลักที่อยู่ในประเทศไทยประกอบไปด้วยที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดสมุทรสาคร

นอกจากนี้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัด ได้เสนอปัจจัยส่งเสริมอุตสาหกรรมกุ้งแช่แข็งไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก ดังนี้

- ผลักดันเพิ่มผลผลิตกุ้งขาวขึ้นไปที่ระดับ 450,000 ตัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายโดยทำ FTA กลับประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น ประเทศกลุ่ม EU ปัจจุบันเสียภาษีนำเข้าจาก GSP อยู่ที่ 12-20% รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาสายพันธุ์ลูกกุ้งอย่างเต็มที่ให้มีปริมาณกุ้งเพียงพอยังโดดคู่ค้าต่างประเทศ และให้มีการสนับสนุนเงินทุนให้เกษตรกร เช่น ธกส. สงสัยจะเสร็จให้เข้าถึงอันลงทุน
- ด้านรายงานและส่งเสริมพลังงานสะอาด เดินตากค่าแรงและค่าพลังงานเป็นต้นทุนการผลิตหลักสำหรับอุตสาหกรรมกุ้ง โดยค่าแรงขั้นต่ำประเทศไทยอยู่ที่ 372 บาทสูงกว่าประเทศคู่แข่งประมาณ 1 เท่าตัว รายการกำกับดูแลแรงงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนด IUU
- ให้สนับสนุนความยั่งยืนสร้างนโยบายจูงใจสนับสนุนให้เกษตรกรหันเข้าสู่การใช้พลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก

ในระหว่างรับฟังสรุปของบริษัท น.ส.แพทองธาร ได้สอบถามถึงการจ้างแรงงานไทย ที่มีกว่า 55 % ว่าทางโรงงานมีสิ่งใดที่จะประสานและช่วยสนับสนุนชาวบ้าน เพิ่มภูมิปัญญา เพราะโรงงานดำเนินกิจกรรมมากว่า 40 ปีน่าจะมีอะไรที่ดีให้กับชุมชน ซึ่งการทำลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ดี พร้อมกันนี้อยากให้โรงงาน จัดทำโครงการสาธารณะเพื่อสร้างประโยชน์กับสังคม (CSR) ให้ชาวบ้านได้ศึกษาและเพิ่มเทคนิคให้กับเกษตรกร นำไปใช้ประกอบอาชีพ

โดยผู้บริหารบริษัทระบุว่า โรงงานมีนโยบายชัดเจนให้ให้ชาวบ้านเป็นรั้วของโรงงาน โดยรับแรงงานพื้นที่เป็นหลัก ควบคู่กับกิจกรรมอื่น เช่น ให้ทุนการศึกษา สร้างโอกาสให้เด็กโดยไม่เลือกเด็กเรียนดี แต่จะเลือกเด็กที่ขาดโอกาส เพื่อสนับสนุนให้มีการศึกษานอกจากนั้นยังสนับสนุนกิจกรรมของทางจังหวัด และบริษัทในกลุ่ม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อื่นก็ดำเนินการเช่นกัน

ส่วนปัญหาที่ทำให้ผลผลิต อาหารทะเลลดลง มี3 สาเหตุ คือ 1.สายพันธุ์ ที่อยากเสนอให้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ ในภาคใต้และภาคตะวันออก 2.โรคระบาด ที่ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณให้กับกรมประมง เพื่อแก้ไขปัญหา และ 3.การปล่อยสินเชื่อให้กับเกษตรกร สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...