ตลาดหุ้นยุโรป เปิดตลาดร่วงหนัก ดัชนี Stoxx 600 ดิ่ง 6% รับแรงกระแทกสงครามภาษีทรัมป์
ตลาดหุ้นยุโรป เปิดตลาดร่วงหนัก ดัชนี Stoxx 600 ดิ่ง 6% ขณะที่ ดัชนี DAX ของเยอรมนี ร่วงมากกว่า 9.5% รับแรงกระแทกสงครามภาษีทรัมป์
วันที่ 7 เมษายน 2568 เวลา 14.17 น. ตลาดหุ้นยุโรป เปิดตลาดในวันจันทร์ (7 เม.ย.68) ด้วยการร่วงลงอย่างรุนแรง สะท้อนแรงกดดันจากนโยบายภาษีชุดใหม่ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จุดชนวนให้เกิดแรงเทขายทั่วโลกตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน
ดัชนี Stoxx 600 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ของยุโรป ร่วงทันที 6% หลังเปิดตลาด โดยทุกกลุ่มธุรกิจและตลาดหุ้นหลักต่างได้รับผลกระทบ ดัชนี DAX ของเยอรมนี ร่วงมากกว่า 9.5% ในช่วงต้นของการซื้อขาย
ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี Stoxx 600 ร่วงไปแล้ว 8.4% ถือเป็นสัปดาห์ที่แย่ที่สุดในรอบ 5 ปี และหากมองย้อน 10 ปี มีเพียงช่วงต้นการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 เท่านั้นที่ร่วงแรงกว่านี้
โดยความตื่นตระหนกของตลาดเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ประกาศรายชื่อประเทศคู่ค้าหลักที่จะถูกเก็บภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่าที่นักลงทุนคาดไว้มาก ต่อมาไม่นานจีนตอบโต้ด้วยการประกาศเก็บภาษี 34% ต่อสินค้าสหรัฐ ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) เตรียมใช้มาตรการตอบโต้หากการเจรจากับสหรัฐล้มเหลว
ในตลาดวอลล์สตรีท หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ Magnificent Seven สูญเสียมูลค่ารวมมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในวันศุกร์เพียงวันเดียว (4 เม.ย.68) ขณะที่ในช่วงเช้าวันศุกร์ ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐยังเคลื่อนไหวในแดนลบ สะท้อนว่านักลงทุนยังกังวลต่อเนื่อง
ด้านในตลาดเอเชียหุ้นยังคงถูกเทขายต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นจีนที่นำการปรับตัวลงในภูมิภาค ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักจากภาษีสหรัฐ ได้แก่ เวียดนามโดนภาษี 46% จีน 34% กัมพูชา 49% ศรีลังกา 44% ซึ่งประเทศเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทข้ามชาติทั่วโลก ทำให้ผลกระทบขยายวงกว้าง