โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ชนกลุ่มไหนสร้างนครวัด? เมื่อ “ยอช เซเดส์” โต้ทฤษฎี “คนอินเดียสร้างเมืองพระนคร”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 00.47 น.
นครวัด (ภาพจาก หนังสือ : Voyage d'exploration en Indo-Chine effectue )

ศาสตราจารย์ยอช เซเดส์ (George Coedes) เป็นนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสผู้มีบทบาทสำคัญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย รวมถึงเขมร โดยเฉพาะการศึกษาเกี่ยวกับเมืองพระนคร หรือกรุงศรียโสธรปุระ ของอาณาจักรกัมพูชาโบราณ

ก่อนยุคของเซเดส์ “อองรี มูโอต์” นักสำรวจชาวฝรั่งเศสผู้บันทึกการเดินทางสำรวจอินโดจีนตั้งแต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ได้ปลุกกระแสความตื่นตัวด้านการศึกษาประวัติศาสตร์กัมพูชาและความนิยมต่อ “นครวัด” เทวสถานอันยิ่งใหญ่แห่งเมืองพระนคร จนเกิดงานเขียนต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับอาณาจักรโบราณในดินแดนเขมร

กระทั่ง ยอช เซเดส์ ได้เป็นส่วนหนึ่งของสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพทิศ ที่มุ่งศึกษาประวัติศาสตร์กัมพูชาอย่างจริงจังในฐานะดินแดนดินโดจีนของฝรั่งเศส กลับพบว่างานเขียนจำนวนหนึ่งนอกจากจะไม่ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับอาณาจักรโบราณที่ถูกลืมเลือนแห่งนี้แล้ว ยังสร้างความเข้าใจผิดจากหลักฐานที่ขาด ๆ เกิน ๆ และการแทรกความเห็นส่วนตัวเข้าไปด้วย

ในหนังสือ Angkor An Introduction เมืองพระนคร นครวัด นครธม งานเขียนชิ้นสำคัญของเซเดส์ (ปราณี วงษ์เทศ แปล. มติชน : 2536) ระบุว่า “ผู้ที่มีรสนิยมค่อนข้างโรแมนติกกับซากโบราณสถานที่ลี้ลับมักจะชอบที่จะเชื่อทั้ง ๆ ที่มีหลักฐานที่ตรงกันข้ามกับความเชื่อของตนว่า เกือบจะไม่มีใครรู้อะไรเลยเกี่ยวกับโบราณสถานของเขมร”

เซเดส์ ยกตัวอย่างหนังสือ Pélerin d’Angkorหรือ “นักแสวงบุญแห่งเมืองพระนคร”ผลงานของ ปิแอร์ โลตี(Pierre Loti) ซึ่งเล่าถึงชนชาติที่สร้างเมืองพระนครว่าเป็นผู้คนจากอินเดีย ความว่า

“บางทีอาจจะอยู่ในช่วงสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชก็ได้ ที่ผู้คนจำนวนมากอพยพมาจากอินเดีย มาตั้งถิ่นฐานบนริมฝั่งของแม่น้ำนี้(แม่น้ำโขง-ผู้เขียน) หลังจากที่ปราบปรามชนเผ่าพื้นเมืองซึ่งขี้ขลาดแล้ว ผู้ชนะเหล่านั้นได้นำเอาเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ และเรื่องราวที่น่ารักของมหากาพย์รามายณะเข้ามาด้วย

เมื่อความเจริญรุ่งเรืองได้ขยายตัวขึ้น ณ ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้ ผู้คนเหล่านี้ก็ได้สร้างปราสาทหลังแล้วหลังเล่าขึ้น ซึ่งแต่ละแห่งได้สลักเสลาเป็นภาพต่าง ๆ ไว้นับพัน”

โลตียังกล่าวด้วยว่า “ซากปรักหักพังที่แทบจะจำไม่ได้ของปราสาทที่อยู่เบื้องหน้าข้าพเจ้านี้ แสดงให้เห็นถึงมโนทัศน์ดึกดำบรรพ์ที่ง่าย ๆ แต่ก็เต็มไปด้วยพลังอำนาจอย่างป่าเถื่อนของประชาชนที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวและไม่มีเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ ช่างแตกต่างจากชนกลุ่มอื่นใดในโลก

ชนชาวเขมรนับเป็นสาขาหนึ่งที่แยกออกไปจากชนเผ่าอารยันที่ยิ่งใหญ่ซึ่งบังเอิญเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ ณ ที่นี้และได้พัฒนาจนห่างไกลไปจากต้นกำเนิดเดิมของตน โดดเดี่ยวจากทุกสิ่งทุกอย่างด้วยป่าทึบและที่ลุ่มอันกว้างใหญ่ไพศาล”

เซเดส์ ชี้ว่า Pélerin d’Angkorคือตัวอย่างของทฤษฎีผิด ๆ ที่ (เคย) เชื่อกันโดยทั่วไป ความจริงคือ แม้อารยธรรมของอินเดียจะมีอิทธิพลต่ออินโดจีนค่อนข้างสูง มีร่องรอยพัฒนาการของศาสนาฮินดูในต่างแดน (นอกอินเดีย) ที่ค่อนข้างโดดเด่น แต่ “ที่จะสรุปว่าเขมรเป็นประชาชนที่อพยพมาเป็นกลุ่มก้อนจากอินเดีย ดูจะเป็นการข้ามขั้นมากเกินไป”

ในทัศนะของเซเดส์ หากพิจารณาจากลักษณะทางชาติพันธุ์และภาษาแล้ว กลุ่มชนที่สร้างเมืองพระนครและชาวกัมพูชาในปัจจุบันเป็นกลุ่มคนที่ตั้งหลักแหล่งในอินโดจีนมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์และพวกเขาสามารถแผ่ขยายอาณาเขตจากศูนย์กลางบริเวณลุ่มทะเลสาบเขมรไปถึงตอนใต้ของพม่า และเทือกเขาอันนัมในลาว

ส่วนชนชั้นสูงที่เป็นผู้ปกครองอาณาจักรพระนครนั้น เข้าใจว่ายุคแรก ๆ ส่วนใหญ่เป็นชาวฮินดูที่เชื่อมโยงกับอินเดียจริง แต่ความเข้มงวดเรื่องระบบวรรณะได้ผ่อนคลายลงในระยะเวลาอันสั้น ณ ดินแดนที่ห่างไกลจากมาตุภูมิ (อินเดีย) และมีการสมรสระหว่างเชื้อพระวงศ์กับชนพื้นเมืองจนไม่เกิดปัญหาเรื่องการมีชนชาติเป็นผู้ปกครอง

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างชนชั้นปกครองกับชนชั้นล่างยังปรากฏให้เห็น นั่นคือการใช้ภาษาสันสกฤต ถึงอย่างนั้น การสร้างรูปเคารพ รูปกษัตริย์ หรือเทพเจ้าต่าง ๆ ล้วนถอดแบบจากรูปหน้าของชาวเขมร

เซเดส์ สรุปประเด็นนี้ว่า “กัมพูชาคือดินแดนของกัมพูชา ซึ่งเป็นบรรพบุรุษในเทพนิยายปรัมปราของเชื้อชาติเขมร และประชาชนก็เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากกัมพู เป็นชาวกัมพูชา เช่นเดียวกับกษัตริย์ของพวกเขา

เป็นชาวพื้นเมืองซึ่งมีกำลังเข้มแข็งข้นด้วยการผสมผสานกับสายเลือดของฮินดูและวัฒนธรรมพราหมณ์ แต่เราไม่สามารถคิดถึงชาวเขมรในลักษณะที่มาเป็นกลุ่มก้อนจากอินเดียสู่ประเทศที่ไม่มีใครอาศัยอยู่ หรือได้เข้ามาทำลายล้างประชาชนพื้นเมืองที่นี้จนหมดสิ้นได้”

กล่าวคือสำหรับเซเดส์แล้ว สิ่งปลูกสร้างอันใหญ่โตโอ่อ่าของเมืองพระนคร ไม่ว่าจะเป็นนครวัด นครธม ฯลฯ ล้วนสร้างโดยกลุ่มชนที่วิวัฒน์จนเป็นคนเขมรโบราณ บรรพบุรุษของคนกัมพูชาไปแล้ว ไม่ใช่คนอินเดีย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ยอร์ช เซเดส์ ; ปราณี วงษ์เทศ แปล. (2536). Angkor An Introduction เมืองพระนคร นครวัด นครธม. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : มติชน.

กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม. เหตุใด อ็องรี มูโอต์ จึงกลายเป็นผู้ค้นพบปราสาทนครวัด. วันที่ 25 มกราคม 2565. จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_81427

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชนกลุ่มไหนสร้างนครวัด? เมื่อ “ยอช เซเดส์” โต้ทฤษฎี “คนอินเดียสร้างเมืองพระนคร”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...