โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดีดังสมัย ร.4 เมื่อ “เจ้าจอมกลีบ” ลอบทำเสน่ห์ยาแฝดใส่พระกระยาหารพระปิ่นเกล้า!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

คดีเจ้าจอมกลีบ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ “เจ้าจอมกลีบ” เจ้าจอมคนโปรดในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กษัตริย์เจ้าวังหน้า ถูกกล่าวหาว่าทำเสน่ห์ยาแฝดใส่พระสวามี

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เป็นที่เลื่องชื่อลือชาว่าทรงมีพระอุปนิสัยเป็น “นักรัก” ด้วยทรงมีเจ้าจอมหม่อมห้ามมากกว่า 120 คน และเมื่อจะเสร็จไปประทับที่พระบวรราชวังสีทา ตำบลสีทา แขวงเมืองสระบุรี อันเป็นที่โปรดปรานก็จะมีเจ้าจอมรูปงามและเจ้าจอมที่โปรดโดยเสด็จไปด้วยไม่น้อยกว่า 25 คน

ในบรรดาเจ้าจอมทั้งหลาย “เจ้าจอมกลีบ” หรือเจ้าจอมมารดากลีบ เป็นเจ้าจอมคนโปรดที่สุด (ไม่มีภาพถ่ายปรากฏ) ดังมีพระโอรส-พระธิดาถวายสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ หลายพระองค์ และจากความสามารถด้านการทำอาหาร จึงรับหน้าที่เป็นนายเครื่องดูแลห้องครัว พระกระยาหารให้พระสวามี

วันหนึ่งใน พ.ศ. 2404 ก็เกิดเรื่องขึ้น เพราะมีข่าวลือแพร่สะพัดทั้งในวังหน้าและวังหลวง จนมีผู้กระซิบกราบทูลกษัตริย์เจ้าวังหน้าว่า เจ้าจอมกลีบลักลอบแอบทำเสน่ห์ยาแฝดใส่พระองค์ เป็นเหตุให้ทรงหลงใหลเจ้าจอมท่านนี้มากกว่าคนอื่น ๆ !

คดีเจ้าจอมกลีบ

เรื่องนี้ ประยุทธ สิทธิพันธ์เล่าไว้ในหนังสือ ศาลไทยในอดีตความว่า สมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ โปรดฯ ให้พระยาพิไชยบุรินทรา พระยามณเฑียรบาลผู้เป็นตุลาการในพระบวรราชวังชำระความสอบสวน แต่คณะทำงานเห็นว่าพระอัธยาศัยไม่กริ้วนัก จึงชำระความแต่พอเป็นราชการ ไม่ได้หาความจริงใด ๆ อย่างละเอียด

สมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เองไม่อยากให้ใครครหานินทาว่าพระองค์ทรงหลงใหลเจ้าจอมท่านนี้จนเกินไป จึงโปรดให้ปลดเจ้าจอมกลีบออกจากตำแหน่งนายเครื่อง แล้วให้พระราชโยธามาว่าการแทน

อย่างไรก็ตาม ฝีมือการทำครัวปรุงพระกระยาหารของเจ้าจอมกลีบเป็นที่ยอมรับอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาสามารถปรุงพระกระยาหารให้ถูกพระทัยเสมอมา ต่อมาไม่นานเมื่อสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯ ทรงพระประชวรจนเสวยพระกระยาหารไม่ได้ จึงมีพระดำริอยากให้เจ้าจอมกลีบเข้ามาทำเครื่องเสวยใหม่

ครั้งนั้นได้มีผู้รับรองค้ำประกันเจ้าจอมกลีบให้กลับมาเป็นนายเครื่องหลายคน ได้แก่ พระยาพิไชยบุรินทรา หลวงเสนาพลสิทธิ์ หลวงเพ็ชรชลาลัย จมื่นศรีบุรีรักษ์ จ่าการประกอบกิจ ท้าวพิพัฒน์โภชา (แย้ม) และผู้ช่วยขำ ภรรยาพระพรหมธิบาล (เสม) ทั้งหมดเข้าชื่อทำเรื่องว่าหากเกิดเหตุบังอาจทำเสน่ห์ยาแฝดจริงตามข่าวลือ ให้เอาโทษกับนายประกันทั้ง 7 ถึงชีวิต พระองค์จึงเห็นชอบ ให้เจ้าจอมกลีบเข้ามาดูแลครัวอีกครั้ง

แต่ต่อมาพระอาการประชวรของสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ทรุดหนักลงอีก เพราะวันหนึ่งเจ้าจอมกลีบปรุงเครื่องก๋วยเตี๋ยวให้เจ้าพนักงานตั้งถวาย เสวยได้ 2 คำก็เบือนพระพักตร์ด้วยทรงเห็น “ขน” อยู่ในชาม จึงกริ้วเจ้าจอมกลีบและทรงนึกถึงเรื่องเก่าขึ้นมา ทำให้ทรงพระประชวรมีพระอาการต่าง ๆ จนต้องเสด็จไปเที่ยวรักษาพระองค์ตามหัวเมืองอยู่เนือง ๆ

ครั้นถึงวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบรมเชษฐาธิราชเสด็จไปเยี่ยมพระอาการประชวรถึงที่ประทับวังหน้า สมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ จึงกราบบังคมทูลว่า การที่ทรงพระประชวรหนักนี้ มีความสงสัยว่า เจ้าจอมกลีบจะทำเสน่ห์ยาแฝดใส่ ขอรับพระราชทานข้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นตุลาการชำระให้เห็นดำเห็นแดงกันไป

รัชกาลที่ 4 ทรงรับคำขอร้องจากพระราชอนุชา มีพระบรมราชโองการสั่งให้พระยามณเฑียรบาล พระยาอนุชิตชาญชัย พระยาบริรักษ์ราชา พระยาอัษฎาเรืองเดช พระพรหมธิบาล พระพรหมสุรินทร์ เป็นคณะตุลาการชำระคดีประหลาดนี้

ที่สุดก็สรุปความกันว่า เจ้าจอมกลีบบังอาจทำเสน่ห์ยาแฝดจริง โดยมีอ้ายช้าง อ้ายขนานแดง อ้ายโสม เป็นครูร่วมหัวกัน จึงโปรดให้ลูกขุนปรึกษาโทษโดยเร็ว

คณะลูกขุนร่วมพิจารณาปรึกษาโทษเห็นว่าเจ้าจอมกลีบมีพระองค์เจ้าถึง 12 พระองค์ แต่ไม่มีความคิดความกตัญญูรู้พระเดชพระคุณ บังอาจคิดทรยศ อนึ่ง อ้ายช้าง อ้ายโสม อ้ายขนานแดง ผู้เป็นครู น้อย แย้ม ขำ จ่าการประกอบกิจ ซึ่งเป็นญาติและรู้เห็น รวมด้วยกัน 8 คน ให้ริบราชบาตร (ยึดทรัพย์-ข้าทาสบริวารในครอบครองมาเป็นของหลวง) แล้วลงพระราชอาญาเฆี่ยนก่อนเอาไปประหารชีวิต

ส่วนพระพิไชยบุรินทรา จมื่นศรีบริรักษ์ หลวงเสนาพลสิทธิ์ เป็นแต่นายประกันทำตามพระอัธยาศัย ไม่รู้เห็นเป็นใจด้วย ให้ถอดจากตำแหน่ง แล้วลงพระราชอาญาจำคุก

นอกจากนี้ยังมี อ้ายจันชุบ อียา อีอ่วม อีป้อมก้อน อียิ้มแก้ว อีหนู ซึ่งไม่ได้เป็นข้าทาสแต่มารับใช้เจ้าจอมกลีบ ให้ถือว่าเป็นผู้รู้เห็นด้วย จึงถูกลงพระราชอาญาเฆี่ยน แล้วจำคุกเช่นกัน

หลังการพิพากษาโทษบุคคลเหล่านี้ได้ไม่นาน พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงพระประชวรหนักลงถึงสวรรคตเมื่อวันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2408

นั่นทำให้เหตุการณ์กลับกลายเป็นว่า รัชกาลที่ 4 เองก็ยังทรงแคลงพระราชหฤทัยว่า เรื่องเจ้าจอมกลีบทำเสน่ห์ยาแฝดอาจไม่ใช่เรื่องจริง สุดท้ายก็มีพระราชวินิจฉัยและมีพระราชหัตถเลขาผ่อนผันให้บุคคลที่ข้องเกี่ยวกับคดีสุดฉาวโฉ่นี้ โดยเนรเทศเจ้าจอมกลีบ แย้ม ขำ ไปอยู่เมืองสุโขทัย ส่งอ้ายโสม อ้ายช้าง อ้ายขนานแดง ไปจำคุก ส่วนจ่าการประกอบกิจกับน้อยนั้น โปรดให้ยกโทษแล้วปล่อยตัวไป

ด้านพระยาพิไชยบุรินทรา หลวงเสนาพลสิทธิ์ จมื่นศรีบริรักษ์ ก็โปรดให้พ้นจากการจองจำ แต่มิได้ทรงตั้งขึ้นรับราชการอีก…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ประยุทธ สิทธิพันธ์. (2506). ศาลไทยในอดีต.กรุงเทพฯ : สาส์นสวรรค์. (ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ)

กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม. แหม่มแอนนา เล่าเรื่องเจ้าจอมในพระปิ่นเกล้าฯ ส่วนใหญ่เป็นหญิงลาว ชี้ สวย-ละมุนกว่าไทย.15 มีนาคม 2562. จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_29355

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 มีนาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คดีดังสมัย ร.4 เมื่อ “เจ้าจอมกลีบ” ลอบทำเสน่ห์ยาแฝดใส่พระกระยาหารพระปิ่นเกล้า!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...