เปิดคำพิพากษาฉบับเต็ม ทำไมยกฟ้อง 6 จำเลย สรุปความเร็วรถ บอส อยู่วิทยา เท่าไหร่กันแน่
เปิดคำพิพากษาฉบับเต็ม ทำไมยกฟ้อง 6 จำเลย สรุปความเร็วรถบอส อยู่วิทยา เท่าไหร่กันแน่
ศาลสั่งจำคุก 2 อัยการ
วันที่ 22 เมษายน จากคำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบกลาง ในคดีร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ ฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. จำเลยที่ 1
พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข อดีต ผบก.กองพิสูจน์หลักฐาน จำเลยที่ 2
พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี อดีตพนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ทองหล่อ จำเลยที่ 3
นายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม อดีตอัยการอาวุโส จำเลยที่ 4
นายธนิต บัวเขียว ทนายความ จำเลยที่ 5
นายชูชัย หรือพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จำเลยที่ 6
รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม นักฟิสิกส์ อาจารย์ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ ม.เทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ จำเลยที่ 7
นายเนตร นาคสุข อดีตรอง อสส. จำเลยที่ 8
โดยศาลมีคำสั่งจำคุก นายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม อดีตอัยการอาวุโส 2 ปี และจำคุกนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด 3 ปี เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ยกฟ้องสมยศ-จำเลยที่เหลือ
ขณะที่ให้ยกฟ้องจำเลยอื่นๆ ประกอบด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผบ.ตร. พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข อดีต ผบก.กองพิสูจน์หลักฐาน นายธนิต บัวเขียว ทนายความ นายชูชัย หรือพิชัย เลิศพงศ์อดิศร และ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม นักฟิสิกส์ อาจารย์ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ ม.เทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ
โดยศาลพิเคราะห์ว่า การที่นายวรยุทธ์ ใช้สิทธิยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการ 14 ครั้งนั้น ช่วงขณะเกิดเหตุ ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 ส่วนที่ 3 การร้องขอความเป็นธรรม ข้อ 48 โดยไมได้ระบุถึงผู้ที่มีสิทธิว่าต้องเป็นผู้ใด หลักเกณฑ์หรือวิธีการว่าด้วยเรื่องร้องขอความเป็นธรรมอย่างไร กำหนดจำนวนการใช้สิทธิยื่นคำร้องได้เพียงใด และเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ การที่ทนายความยื่นขอความเป็นธรรม รวมทั้งที่จขอให้สอบพยานเกี่ยวกับการคำนวณความเร็วรถคันที่ขับ จึงเป็นสิทธิตามกฎหมาย นายวรยุทธ จึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมโดยชอบ
ชี้ตรวจสอบความเร็วรถทำได้
ทั้งนี้การที่พนักงานมีคำสั่งให้สอบสวนประเด็นความเร็วรถนั้น เป็นการหาคำตอบในข้อสงสัยเพื่อคำนวณหาความเร็วที่ถูกต้อง แม่นยำในหลักวิชาการ เพราะก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ส ผู้ชำนาญการตรวจสภาพรถยนต์
ก็ให้ความเห็นว่าความเสียหายของรถยนต์และจักรยานยนต์มีความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.
ส่วน พ.ต.ท.ส ผู้เชี่ยวชาญของศาลและผู้ชำนาญการพิเศษ ในการตรวจพิสูจน์เครื่องกลและเครื่องอุปกรณ์
ส่วนควบของรถยนต์ที่เกี่ยวเนื่องกับอุบัติเหตุ มีความเห็นว่าสภาพความเสียหายของรถไม่รุนแรง อยู่ใน
ระดับปานกลาง สันนิษฐานว่าขณะชนความเร็วสัมผัสหรือการกระแทกชนความเร็ว 70-80 กม./
ชม.
ขณะที่ ผศ.ดร.ส อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คำนวณ
เบื้องต้นว่ารถยนต์เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 108 กม./ชม. ต่างมีความขัดแย้งกับ พ.ต.อ.ธ กลุ่มงาน ตรวจสอบทางเคมี ฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ที่มีความเห็นความเร็ว 177 กม./ชม.
แต่พนักงานสอบสืบสวนคดีดังกล่าวกลับยึดและนำความเห็นของ พ.ต.อ.ธ มาเป็นหลักในการพิจารณาเพื่อสั่งฟ้องเพียงอย่างเดียว การไม่ได้นำความเห็นของผู้เชี่ยวชาญอื่นมาพิจารณา ไม่ได้มีการสอบทวนผล
ความเร็วว่าหากรถยนต์มี 177 กม./ชม. รถจักรยานยนต์จะความเร็วที่ 60กม./ชม. แล้วจะมีการชนกันได้หรือไม่ ที่ระยะทางเท่าใด หากชน เมื่อลากเส้นจากจุดพบ จะชนที่ตำแหน่งเลยจากกล้องวงจรปิดทำมุมเท่าใด อันจะทำให้เกิดความแม่นยำน่าเชื่อถือ
แสดงให้เห็นว่าขณะที่มีการสอบสวนคดีนี้มีข้อสงสัย เกี่ยวกับความเร็วของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ว่ามีความเร็วเท่าใดกันแน่ แสดงให้เห็นความไม่แน่นอน แตกต่างเป็นอย่างมากและส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ
ยกพยานเชี่ยวชาญเทียบ
หากเปรียบเทียบกับข้อเท็จจริงทางไต่สวน ศ.ดร. ฮ ส (Univ. Prof. DI. Dr. H S) จบการศึกษาปริญญาเอกด้านวิศวกรรมเครื่องกล ได้รับอนุญาตให้สอนในระดับมหาวิทยาลัยในสหภาพยุโรป ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการทางวิทยาศาสตร์ของศูนย์ความสามารถในด้านยานพาหนะเสมือนจริง VIF เป็น CEO ขององค์กรแห่งสหภาพยุโรปของผู้เชี่ยวชาญอุบัติเหตุ (EVU) เป็นผู้เชี่ยวชาญการย้อนรอยอุบัติเหตุยานยนต์ที่ได้รับการรับรองจากศาล หลักของประเทศออสเตรีย ที่ให้ความเห็นทางวิชาการประมาณ 500 คดีต่อปี การเบิกความ 90 % เกี่ยวกับอุบัติเหตุการจราจร
เป็นผู้คิดและพัฒนาชอฟต์แวร์ PC-CRASH ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์จำลองการเกิดอุบัติเหตุมาประมาณ 30 ปี ขายใบอนุญาตกว่า7,000 ใบ มีผู้ใช้มากกว่า 13,000 คน ซอฟต์แวร์นี้เป็นที่นิยมใช้มากที่สุดในโลก มีประเทศที่ใช้ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน สหภาพยุโรป สร้างแบบจำลองอุบัติเหตุทั่วโลก ซอฟต์แวร์มีความแม่นยำ 100 % เป็นพยานนำสืบโต้แย้งในชั้นศาล
แสดงให้เห็นว่า การคิดหรือการวิเคราะห์ของรายงานการเกิดอุบัติเหตุมีหลายวิธีการ เช่น
1.คำนวณความเร็วจากหน้ากล้อง CCTV ใช้หลักพื้นฐานการคำนวณความเร็วใช้สูตรคำนวณของหลัก
ฟิสิกส์ซึ่งเป็นสากลทั่วโลกสูตรเดียว คือระยะทางหารด้วยระยะเวลาเช่นเดียวกับที่ พ.ต.อ. ธ ใช้
2. ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์การย้อนรอยอุบัติเหตุ (ขั้นสูงขึ้น) หรือประมวลในซอฟต์แวร์ PC-CRASH สามารถทวนสอบและตรวจสอบหลักฐานข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ
3.ทดสอบเชิงประจักษ์ หรือการย้อนรอยอุบัติเหตุ ด้วยการทดสอบการชนจริงของรถยนต์กับรถจักรยานยนต์คันรุ่นเดียวกัน เพื่อเปรียบการยุบและตำแหน่งการกระแทกของศีรษะบนกระจกรถเปรียบเทียบกับข้อมูลอุบัติเหตุจริง
ซึ่งพยานใช้ทั้ง 3 วิธีการในการทดสอบ เพื่อหาความเร็วของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ในคดีนี้ ส่วนคดีนี้ พ.ต.อ.ธ ใช้ พียงวิธีการที่ 1. เท่านั้น
หากใช้วิธีทดสอบเฉพาะจากกล้องวงจรปิดอย่างเดียวนั้น ผลจะไม่น่าเชื่อถือเพราะกล้องวงจรปิดมีคุณภาพและอัตราต่อเฟรมที่คุณภาพไม่ดี ตำแหน่งจุดที่ชนข้อมูลที่ได้จากกล้องวงจรปิด ก็ไม่ใช่ตำแหน่งเดียวกันจะเกิดความผิดพลาดมาก
เปิดผลทดสอบความเร็วรถบอส
พยานคำนวณความเร็วจากการนั้นเฟรมภาพแบบวิธีแรกแล้วคำนวณได้ความเร็วประมาณ 78 กม./ชม. เมื่อใช้ซอฟต์แวร์ PC-CRASH ในการประมวลผลหลายครั้ง การชนที่จะทำให้เกิดความเสียหายตามสภาพ ก็ได้ความเร็วรถยนต์ประมาณ 80 กม./ชม. ความเร็วของจักรยานยนต์ประมาณ 27 กม./ชม.
หลังจากนั้นได้มีการทดลองทดสอบการชนจริง ครั้งแรกนำรถยนต์ Toyota Celica ที่มีขนาดใกล้เคียงกับรถยนต์ Ferrari รุ่น FF มาลองทดสอบชนกับรถจักรยานยนต์รุ่นเดียวกันกับที่เกิดเหตุ เพื่อเทียบเคียงข้อมูลก่อน ส่วนครั้งที่สองใช้รถยนต์ Fererari รุ่น FF รถยนต์รุ่นและขนาดเดียวกันกับรถยนต์ของนายวรยุทธ ขณะเกิดเหตุ และนำรถจักรยานยนต์รุ่นเดียวกันกับวันเกิดเหตุ มาทดลองชนซ้ำจริงอีกครั้ง โดยติดตั้งระบบอัตโนมัติให้ความเร็วของรถยนต์เฟอร์รารี่ ที่ 80 กม./ชม. ความเร็วของจักรยานยนต์ 27 กม./ชม.
ผลการทดสอบปรากฏว่าความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์ที่ทดสอบ ใกล้เคียงกับความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุจริง เปรียบเทียบความลึกรถยนต์คันที่ทดสอบเสียรูปทรงมากกว่ารถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุจริงเล็กน้อย คำนวณย้อนกลับและหักทอนเปรียบเทียบความเสียหายของรถยนต์ Ferrari ได้ความเร็วที่ 76 กม./ชม. ส่วนรถจักรยานยนต์ 30 กม./ชม. ค่าความคลาดเคลื่อนในการเกิดอุบัติเหตุในการทดสอบที่มีประสบการณ์ที่สามารถยอมรับได้ เพิ่มขึ้นหรือลดลง 5%
พยานยืนยันว่าการทดลองและทดสอบครั้งนี้ได้ผลดีมาก เหตุเพราะความเสียหายและการเสียรูปทรงของรถยนต์ที่ทำการทดลอง จุดตำแหน่งและความเสียหายของรูปทรงของรถยนต์คันที่ทำการทดลอง ใกล้เคียงกับรถยนต์คันที่เกิดอุบัติเหตุจริงมาก
การทดลองย้องย้อนรอยอุบัติเหตุในครั้งนี้มีความสมบูรณ์แบบที่สุดในโลกครั้งหนึ่ง เหตุเพราะการเลือกสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริงมาก รวมทั้งความเร็วด้วย ถ้าหากมีการทดสอบซ้ำก็คงไม่มีการเปลี่ยนวิธีการรายละเอียดหรือผลที่ได้ได้รับ ผลการทดสอบก็จะเป็นแบบเดิม 100 %
ชี้การตรวจสอบเป็นประโยชน์ของคดี
ดังนั้น โดยอาศัยคำสั่งของพนักงานอัยการ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องย่อมมีอำนาจและหน้าที่สอบสวนเพิ่มเติม พ.ต.อ.ธ ในประเด็นให้พิจารณาสภาพรถกับสภาพความเสียหายแล้วคำนวณความเร็วของรถยนต์ ว่าเหตุใดเมื่อสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน เคยออกรายงานการคำนวนวณทางวิทยาศาสตร์ตามหลักเหตุผลและหลักสากลแล้ว อาจจะมีความคลาดเคลื่อนหรือบกพร่องในข้อมูล หรือวิธีการตรวจพิสูจน์ หรือวิธีการคำนวณหรือไม่ อย่างไร จึงมีค่าที่แตกต่างกันมากเพียงนั้น
เมื่อการแสดงหรือการอธิบายเรื่องการคำนวณความเร็วของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เป็นอีกวิธีหนึ่งในเรื่องหลักทางวิชาการ โดยนำข้อเท็จจริง หลักทางวิชาการ การถกเถียงโต้แย้งเกี่ยวกับจำนวนเฟรม ความเร็วของรถ ระดับแสงสว่าง สภาพถนน สภาพการจราจร และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ประกอบข้อสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ การคิดคำนวณความเร็วของรถที่เกิดเหตุว่าทฤษฎีใด ที่จะเชื่อถือหรือรับฟังได้ของนักวิทยาศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนเป็นเรื่องความเห็นเฉพาะตัว หากมีการประชุมนำเสนอแนวทางวิธีการ หรือทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ โดยใช้ความรอบคอบในการพิสูจน์ดังกล่าว ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ความโปร่งใส ความถูกต้อง และก่อให้เกิดความเป็นธรรม
เมื่อนำความเห็นที่แตกต่างหลากหลายและวิธีการที่คำนวณได้ถูกต้องตรงตามหลักมาตรฐานวิชาการ แล้วนำเสนอสู่พนักงานอัยการผู้มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมเพื่อนำเข้าสู่สำนวนคดี ย่อมเป็นประโยชน์ในการสังคดีของพนักงานอัยการมากกว่า ส่วนการที่พนักงานอัยการจะมีความเห็นหรือดุลพินิจสั่งคดีอย่างไรนั้นเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ที่ต้องว่ากล่าวกันต่างหาก
ผู้เชี่ยวชาญคดีบรรยินช่วยคลี่
ขณะที่ศ.สายประสิทธิ์ จำเลยที่ 7 จบการศึกษาปริญญาเอก จากประเทศอังกฤษ ในสาขาวิชาวิศวกรรม ทำงานวิชาการในเรื่องนี้เกี่ยวกับวิศวกรรมยานยนต์ อุบัติเหตุ และความปลอดภัย มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการทดสอบความปลอดภัยยานยนต์ ส่งเสริมมาตรฐานยานพาหนะปลอดภัย ตลอดจนเป็นคณะกรรมการด้านเทคนิควิชาการสถาบัน ASEAN NCAP การตรวจสอบย้อนรอยอุบัติเหตุด้วยเครื่องมือทางวิศวกรรมและเป็นพยานต่อศาล เคยวิเคราะห์คดีพันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์ ร่วมกันฆ่านายชูวงษ์ แซ่ตั้ง และหลายกรณี ทำให้เป็นที่รู้จักในวงการนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ของกองพิสูจน์หลักฐาน
การคำนวณของจำเลยที่ 7 ระบุลำดับเฟรมไว้ที่ด้านล่าง และเวลาที่อยู่ด้านขวามือของจอภาพไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยใช้เส้นทแยงมุมของรถยนต์ แยกแยะความแตกต่างระหว่างมิติภาพฉายของรถ เปรียบเทียบกับฉากหลังหรือทิวทัศน์ ชัดเจนกว่าแบบของ พ.ต.อ. ธ ที่ใช้มุมหน้าซ้ายของรถ ไปถึงมุมหลังซ้ายของรถยนต์ เพราะสังเกตได้ยาก ด้วยปัจจัยของแสงที่จ้าในกล้องเวลากลางคืน การแยกแยะจึงมีโอกาสผิดพลาด
จำเลยที่ 7 ใช้เวลาเริ่มต้น ที่ภาพฉายมิติรถยนต์หน้าขวา เริ่มแตะแกนอ้างอิงคือต้นไม้ จนรถยนต์สิ้นสุดหลังซ้ายเคลื่อนที่ผ่านแกนอ้างอิง คือต้นไม้ จะนับเป็นเวลาสุดท้ายช่วงเวลาที่รถยนต์เข้าและออกจากแกนอ้างอิง
การใช้เส้นทแยงมุมเป็นระยะทางหารด้วยเวลาที่ตั้งแต่แตะแกนอ้างอิงจนออกจากแกนอ้างอิง วิธีการแสดงการคำนวณความเร็วของจำเลย ที่ 7 เป็นวิธีการที่มีความละเอียดด้วยเหตุผลหลักวิชาการ มากกว่าวิธีการของ พ.ต.อ.ธ ที่ใช้วิธีตรรจสอบรถยนต์ คันที่นาย ว. ขับขี่จากภาพของกล้องวงจรปิด และจากการวัดระยะจริงในสถานที่เดียวกับที่ปรากฏในภาพ คำนวณอัตราเร็วเฉลี่ยในช่วงที่รถยนต์ในภาพเคลื่อนที่เข้ามาทางของภาพด้านขวาจนถึงจุดที่เคลื่อนที่ออกจากภาพทางด้านช้ายนำมาใช้ในการคำนวณ
พิเคราะห์ประกอบความเห็นของศ.ดร.ฮ หากใช้วิธีทดสอบเฉพาะจากกล้องวงจรปิดอย่างเดียวนั้น ผลจะไม่น่าเชื่อถือ เพราะหากกล้องวงจรปิดมีคุณภาพ หรืออัตราต่อเฟรมก็ไม่ดี ตำแหน่งจดที่ชนข้อมูลที่ได้จากกล้องวงจรปิดก็ไม่ใช่ตำแหน่งเดียวกัน
ศาลชี้เป็นการโต้แย้งเชิงวิชาการ
คลิปวิดีโอจากภาพกล้องวงจรปิดที่พยานตรวจสอบนี้คุณภาพแย่มาก หากมีคุณภาพดีจะต้องมีความเร็วของรถยนต์ปรากฏอยู่ในข้อมูลของกล้องด้วย และปรากฏเวลาเป็นเสี้ยววินาที จึงจะสามารถใช้ได้ดี นอกจากนี้ข้อมูลเวลาที่อยู่จะมีหน่วยเป็นวินาที ไม่ใช่เป็นเสี้ยวของวินาทีซึ่งมีความละเอียดมากกว่าคลิปที่ได้รับมาจะไม่มีข้อมูลละเอียดในส่วนของรูปทรงเรขาคณิต จึงไม่สามารถใช้เครื่องมืออีกชนิดหนึ่งที่จะคำนวณความเร็วได้ ซึ่งเครื่องมือชนิดนั้นมีคุณภาพสูงกว่าตัวกล้องวงจรปิด จะทำการเปลี่ยนอัตราการบันทึกเฟรมต่อวินาทีด้วยตนเอง หรืออัตโนมัติ เนื่องจากต้องการประหยัดพื้นที่ในการเก็บข้อมูลของตัวกล้อง
กล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพโดยตรงจะมีความแตกต่างของอัตราเฟรมต่อวินาที ของเครื่องบันทึกและกล้องที่ทำการบันทึก หากพิจารณาคลิปจากกล้องวงจรปิดเพียงอย่างเดียวจะไม่น่าเชื่อถือ หรือถือเป็นอันตราย หากจะใช้การวิเคราะห์จากกล้องวงจรปิดจะต้องเป็นกล้องวงจรปิดที่มีคุณภาพที่ดีมาก และควรใช้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น
พยานหลักฐานของจำเลยที่ 7 มีหลักวิชาการสนับสนุนน่าเชื่อถือมากกว่าสามารถหักล้างพยานหลักฐาน
ของโจทก์ได้ กับพิเคราะห์ถึงบริบทการสนทนาในส่วนการพูดคุยหารือระหว่างจำเลยที่ 1 – 3 ที่ 7
แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 7 พูดสนทนาโต้ตอบกับ พ.ต.อ.ธ เป็นไปในเชิงวิชาการทั้งหมด
มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่งก็ใช้สูตรในการคำนวณเดียวกัน ต่างกันที่ข้อมูลพื้นฐานที่ใช้วิธีการได้มาที่ต่างกัน พ.ต.อ.ธ อธิบายถึงวิธีการคำนวณของตน มีการโต้แย้งเชิงวิชาการไปมาอย่างอิสระเปิดกว้างไม่มีส่วนใดที่จะเป็นการโน้มน้าว กดดัน บังคับในการคำนวณความเร็วของ พ.ต.อ ธ แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยที่ 7 ไม่เป็นผิดตามฟ้องแต่อย่างใด
ชี้สาเหตุยกฟ้อง6จำเลย
จำเลยที่ 1 เข้าร่วมรับฟังวิธีการคำนวณความเร็ว แสดงวิธีคิด หรือผู้บุคคลที่คิดว่าจะให้ความรู้ หรือให้
การตามที่มีความเชี่ยวชาญ ย่อมสามารถกระทำได้ แม้ พ.ต.อ.ธ เองก็ชักชวน พ.ต.อ.ว มาร่วมรับฟัง
อภิปรายและเสนอความคิดเห็นอยู่ในการประชุมเป็นการส่วนตัว และในฐานะเพื่อนร่วมงานที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านฟิสิกส์โดยตรง
ดังนั้น จำเลยที่ 3 ในฐานะพนักงานสอบสวนชอบที่จะดำเนินการตามที่เห็นสมควรภายในขอบเขตบทบัญญัติของกฎหมาย ทั้งเมื่อตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และประมวลระเบียบตำรวจเกี่ยวกับคดีก็มิได้บัญญัติห้ามมิให้บุคคคลอื่น หรือพยานปากอื่นเข้าฟังการสอบสวน กรณีถือได้พนักงานสอบสวนนั้น ๆ อนุญาตโดยปริยาย
เมื่อจำเลยที่ 3 เป็นพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจกระทำการสอบสวนในอำนาจหน้าที่ของตนโดยชอบ โดยการสอบสวนหรือสอบปากคำเพิ่มเติมดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 กระทำผิดกฎหมาย แม้มีบุคคคลอื่นซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงมาร่วมรับฟังอยู่ด้วย ก็ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไปทั้งหมด เป็นแต่เพียงจะน่าเชื่อถือหรือรับฟังพยานหลักฐานนั้น ๆ ได้มากหรือน้อยเพียงใดเท่านั้น
ดังนั้น การที่จำเลยที่ 3 พนักงานสอบสวนสอบสวนเพิ่มเติมพยานโจทก์ปาก พ.ต.อ. ธ การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 และบุคคลอื่นร่วมอยู่ด้วย การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 และมีบุคคลอื่นมาประชุมเพื่อแสดงวิธีการคำนวณความเร็ว มิใช่การสมคบกันกระทำผิดกฎหมาย
เมื่อศาลได้วินิจฉัยไว้ในข้างต้นแล้วว่า การดำเนินการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมของต่อพนักงานอัยการขอให้สอบพยาน พ.ต.อ. ธ ในประเด็นเกี่ยวกับการคำนวณความเร็วของรถยนต์ หรือการคำนวณความเร็วด้วยวิธีอื่นนอกจากวิธีเดิม และการประชุมเพื่อแสดงวิธีการคำนวณความเร็วสามารถกระทำได้โดยชอบ การกระทำดังกล่าวมีได้เป็นการร่วมกันสมคบคิดหรือวางแผนเพื่อเปลี่ยนแปลงความเร็วของรถยนต์คันที่นายวรยุทธ ขับขี่
พิเคราะห์ตามถ้อยคำสนทนาและบริบทของจำเลยที่ 5 พูดถ้อยคำทั่วไป ไม่แสดงความเห็นใดเกี่ยวกับความเร็ว จะตอบหรือพูดต่อเมื่อมีผู้ถาม ไม่ปรากฏว่าได้โน้มน้าว กดดัน และใช้อิทธิพล บังคับพ.ต.อ.ธ ให้ยึดถือวิธีการคิดคำนวณตามที่จำเลยที่ 7 นำเสนอแต่อย่างใด
ส่วนจำเลยที่ 6 ข้อเท็จจริงและพยานในการไต่สวนเป็นที่ยุติว่า จำเลยที่ 6 เป็นผู้ติดต่อประสานงานดังกล่าวข้างต้น ไม่เคยเข้าหรืออยู่ร่วมการประชุมในการคำนวนความเร็วในวันเกิดเหตุ พยานหลักฐานไม่พอฟังว่าการกระทำของจำเลยที่ 5 และที่ 6 ไม่เป็นความผิดตามฟ้อง
การกระทำของ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จึงไม่เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใด ในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความ
เสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
การกระทำของจำเลยที่ 3 ไม่ถือเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา หรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญากระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ๆ ในตำแหน่งอันเป็นการไม่ชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งคนใดมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง
เมื่อศาลฟังว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่เป็นความผิดตามกฎหมายแล้ว การสนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 86 จะต้องมีผู้อื่นเป็นตัวการในการกระทำผิด หากเป็นกรณีที่ไม่มีตัวการกระทำผิดในความผิดดังกล่าว ผู้ช่วยเหลือให้ความสะดวกในความผิดนั้นก็ย่อมไม่เป็นความผิดในฐานเป็นผู้สนับสนุน การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ถึงที่ 7 มิได้เป็นผู้กระทำผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานดังกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดคำพิพากษาฉบับเต็ม ทำไมยกฟ้อง 6 จำเลย สรุปความเร็วรถ บอส อยู่วิทยา เท่าไหร่กันแน่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th