ส่องงบ Q1/68 หุ้นค้าปลีกวัสดุฯ HMPRO - DOHOME - GLOBAL กำไรทรงตัวถึงติดลบ รับกำลังซื้อซบเซา
ส่องงบ Q1/68 หุ้นค้าปลีกวัสดุฯ HMPRO - DOHOME - GLOBAL กำไรทรงตัวถึงติดลบ รับกำลังซื้อซบเซา
โบรกฯ ส่องงบไตรมาส 1/68 ของ 3 หุ้นค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง คาดกำไร บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์(HMPRO) อยู่ในช่วง 1,678 - 1,737 ล้านบาท ทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน รับกำลังซื้อที่ยังซบเซา ด้านบมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) อยู่ที่ 572 - 627 ลบ. เหตุยอด SSSG ยังติดลบ ส่วน บมจ.ดูโฮม(DOHOME) คาดกำไรอยู่ที่ 240 - 260 ล้านบาท รับอานิสงส์ยอด SSSG เป็นบวก - GPM ขยายตัว
*** โบรกฯ คาดงบ Q1/68 ของ HMPRO ช่วง 1,678 - 1,737 ลบ. รับกำลังซื้อที่ยังซบเซา
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ประเมินกำไรหลักไตรมาส 1/68 อยู่ที่ 1,715 ล้านบาท ทรงตัวทั้งช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากกำลังซื้อที่ยังซบเซา เพดาน e-Receipt ลดลง และผลของปีปฏิทินเดือน ก.พ. ขณะที่ SSSG ของ HomePro ซึ่งคิดเป็น 80% ของยอดขายคาดว่าลดลง 3.3% โดยยอดขายรวมโตเพียง 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากจำนวนสาขาใหญ่ที่เพิ่มขึ้นเป็น 131 แห่ง ส่วน GM คาดที่ 26.3% จาก Product-mix ที่ดี
ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2/68 จะฟื้นตัว แม้ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้ายังอ่อนแอ แต่คาดว่าการฟื้นตัวจะชัดเจนในปลายไตรมาส 2/68 จากแรงหนุนของการซ่อมแซมบ้านหลังแผ่นดินไหวและการฟื้นตัวของอสังหาฯ จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมและคลายเกณฑ์ LTV
อย่างไรก็ตามแม้ HMPRO จะเผชิญความเสี่ยงจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯมากกว่ากลุ่มสินค้าจำเป็น แต่ความเสี่ยงหลักยังเป็นเรื่องอุปสงค์ในประเทศและการแข่งขันจากสินค้าจีนที่อาจเข้ามามากขึ้น หาก SSSG ปีนี้ลดลง 2% (แย่กว่ากรณีฐานที่คาดว่า SSS ทรงตัว) จะกระทบกำไรหลักราว 7% แต่ราคาหุ้นที่เทรดที่ PER ปี 68 เพียง 17.3 เท่า ยังต่ำกว่า ROE ที่ 24–25% และมีแรงหนุนจากโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7 พันล้านบาท และเงินปันผลอีก 0.25 บาท ซึ่งจะช่วยจำกัด downside ได้ดี จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.80 บาท
ด้าน บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่มีการปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 10.00 บาท จากเดิมที่ 12.00 บาท อิง PER ปี 68 ที่ 19 เท่า ตามประมาณการที่ปรับลงคาดกำไรปกติที่ 1.7 พันล้านบาท ลดลงทั้งจากช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสำคัญคือ
1. คาดรายได้ไตรมาส 1/68 ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท ทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยคาดSSSG ของ Home Pro อยู่ที่-3-4%, Home Pro มาเลเซียอยู่ที่ -2% และ Mega Home เป็นบวกน้อยกว่า +<1% โดยแต่ขยายตัว +6% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากแรงหนุนของ Easy E-receipt แม้จะมีวงเงินลดลง
2. คาด GPM ทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 25.1% และลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า จากสัดส่วนรายได้ของ Mega Home สูงขึ้นจากสาขาที่เพิ่มขึ้นและSSSG ขยายตัวได้ ขณะที่ Home Pro ลดลง ประกอบกับยอดขายของสินค้า Electronics หนุนจาก Easy E-receipt
และ 3. คาด SG&A ที่ 3.4 พันล้านบาท และคาดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ 166 ล้านบาท โดยปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 68 ลง 4% อยู่ที่ 6.8 พันล้านบาท จากเดิมที่ 7.1 พันล้านบาท
โบรก คาดกำไร Q1/68
(ลบ.) เปลี่ยนแปลง
(YoY) ราคาเป้าหมาย
(บ./หุ้น) บล.บัวหลวง 1,715 0.17% 9.80 บล.เคจีไอ 1,737 1.46% 9.60 บล.ดาโอ 1,678 -1.98% 10.00
*** คาดกำไร GLOBAL อยู่ที่ 572 - 627 ลบ. เหตุยอด SSSG ยังติดลบ
บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ระบุว่า GLOBAL น่าจะมีผลประกอบการอ่อนตัวในไตรมาส 1/68 โดยคาดว่าบริษัทจะทำกำไรสุทธิเพียง 572 ล้านบาท และเชื่อว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะยังเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดผลประกอบการ เพราะน่าจะยังติดลบที่ -8% เพราะยังไม่มีปัจจัยบวกช่วยหนุนการฟื้นตัวโดยคาดว่าอุปสงค์การสร้างและปรับปรุงบ้านน่าจะได้เห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนอย่างเร็วที่สุดช่วงไตรมาส 1/69
ขณะที่คาดว่าจะมีอัตราส่วน SG&A/รายได้เพิ่มขึ้น 180bp จากช่วงเดียวกันปีก่อนเป็น 18.5% และอัตราส่วน EBIT ลดลง 220bp จากช่วงเดียวกันปีก่อนเป็น 8.5% ในไตรมาส 1/68 แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลงถึง 45.6% ช่วงสามเดือนที่ผ่านมา แต่มองว่ายังไม่ใช่โอกาสในการทำ bottom-fishing หุ้น GLOBAL ทำให้ยังแนะนำ “ถือ” เพราะบริษัทน่าจะมีกำไรอ่อนตัวจนถึงสิ้นปีนี้ และปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 7.30 บาท สะท้อน operating leverage ที่ลดลง และ dilution effect จากหุ้นปันผล รวมถึงตลาดที่ผันผวนมากขึ้น
บล.พาย คาดว่ากำไรช่วงในช่วงครึ่งปีแรกจะยังอ่อนตัวลงช่วงเดียวกันปีก่อน แต่คาดว่ากำลังซื้อภาคเกษตรซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของ GLOBAL จะดีขึ้นตามผลผลิตเกษตรที่เพิ่มขึ้น หลังฝนตกมากขึ้นตามภาวะลานีญา ทำให้คาดผลประกอบการจะกลับมาฟื้นตัวช่วงเดียวกันปีก่อนอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง
อย่างไรก็ตามระยะสั้น SSSG เดือน เม.ย.68 มีแนวโน้มติดลบในระดับใกล้เคียงช่วงไตรมาส 1/67 โดยคาดรายงานกำไรสุทธิไตรมาสแรกของปีนี้ที่ 625 ล้านบาท ซึ่งกำไรฟื้นตัวจากช่วงไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล และกำไรที่ลดลงช่วงเดียวกันปีก่อนเป็นผลจาก SSSG ที่หดตัวและต้นทุนสาขาใหม่ที่เข้ามากดดัน พร้อมแนะนำ “ถือ” มูลค่าพื้นฐาน 7.80 บาท
โบรก คาดกำไร Q1/68
(ลบ.) เปลี่ยนแปลง
(YoY) ราคาเป้าหมาย
(บ./หุ้น) บล.ซีจีเอสฯ 572 -20% 7.30 บล.พาย 625 -13.55% 7.80 บล.กรุงศรี 627 -13.27% 8.50
*** ส่วน DOHOME คาดกำไรอยู่ที่ 240 - 260 ลบ.รับยอด SSSG เป็นบวก - GPM ขยายตัว
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) คาดกำไรไตรมาส 1/68 อยู่ในกรอบ 240-260 ล้านบาท โดยขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจาก SSSG ที่เป็นบวกที่ระดับ low single digit ประกอบกับ GPM ที่ขยายตัว ส่วนสินค้ากลุ่มเหล็กมีสัดส่วนอยู่ที่ 30% มี GPM อยู่ที่ระดับ 9-11%จากการจัดการ inventory สินค้าเหล็กได้ดี อย่างไรก็ตามแม้ราคาเหล็กจะอ่อนตัวกว่าในไตรมาส 1/67 แต่ SSSG ของสินค้าเหล็กยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
โดยคงประมาณการกำไรปี 68 ที่ 871 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายสาขาขนาดใหญ่อีกครั้งและคาดแนวโน้ม SSSG ในช่วงไตรมาส 1/68 ทรงตัวถึงเป็นบวกเล็กน้อย โดยกลุ่ม End-user มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและงานโครงการที่ยังเป็นตัวหนุนหลัก
ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลง underperform SET จากความกังวลต่ออุตสาหกรรมที่ยังฟื้นตัวช้า และการเบิกจ่ายภาครัฐที่มีความเสี่ยง อย่างไรก็ตามคาดเห็นการเติบโตที่เด่นกว่ากลุ่มในปี 68/69 จากการ rebound จากฐานต่ำในปี 66/67 และแรงหนุนจากการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยแนะนำ “ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 7.50 บาท
โบรก คาดกำไร Q1/68
(ลบ.) เปลี่ยนแปลง
(YoY) ราคาเป้าหมาย
(บ./หุ้น) บล.พาย 259 6.14% 6.70 บล.ดาโอ 240-260 -1.63 ถึง 6.55% 7.50
เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ