“เวียดนาม” ออกมาตรการเข้ม ตั้งแต่ 15 เม.ย. สกัดลักลอบเปลี่ยนถิ่นกำเนิดสินค้า Made in Vietnam หวังเลี่ยงภาษีสหรัฐ
"เวียดนาม" ออกมาตรการเข้ม ตั้งแต่ 15 เม.ย.68 สกัดลักลอบเปลี่ยนถิ่นกำเนิดสินค้า Made in Vietnam หลังสหรัฐจับตาการลักลอบหลบภาษี
วันที่ 22 เมษายน 2568 เวลา 11.50 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงพาณิชย์เวียดนาม ได้ออกคำสั่งให้ปราบปรามการลักลอบเปลี่ยนถิ่นกำเนิดสินค้า (illegal transhipment) ไปยังสหรัฐและประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ในความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญกับมาตรการเก็บภาษีศุลกากรในอัตราสูงของสหรัฐ
ในคำสั่งที่ลงวันที่และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 เมษายน กระทรวงพาณิชย์เวียดนาม ระบุว่า การฉ้อโกงทางการค้า (trade fraud) มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงจากนโยบายภาษีของสหรัฐ
ทั้งนี้เอกสารระบุว่า หากไม่สามารถป้องกันการฉ้อโกงได้ ก็จะทำให้หลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่ประเทศต่าง ๆ อาจนำมาใช้กับสินค้านำเข้าได้ยากขึ้น
คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ระบุชื่อประเทศต้นทางที่อาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบเปลี่ยนถิ่นกำเนิดสินค้าโดยตรง อย่างไรก็ตามเวียดนามนำเข้าสินค้าจากจีนเกือบ 40% และสหรัฐก็ได้ออกมากล่าวหาจีนอย่างเปิดเผยว่าใช้เวียดนามเป็นจุดพักสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าของสหรัฐ
เวียดนามยังถูกรัฐบาลทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีแบบตอบโต้ (reciprocal tariffs) ในอัตรา 46% แม้ว่าจะถูกระงับชั่วคราวจนถึงเดือนกรกฎาคม ซึ่งหากมีการนำภาษีนี้มาใช้จริง อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐ และการลงทุนจากบริษัทต่างชาติเป็นหลัก
ภายใต้คำสั่งนี้ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงพาณิชย์ กรมศุลกากร และหน่วยงานอื่น ๆ ได้รับคำสั่งให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและกำกับดูแลสินค้านำเข้า เพื่อยืนยันแหล่งกำเนิดสินค้า โดยเฉพาะวัตถุดิบที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตและการส่งออก
เอกสารของกระทรวงพาณิชย์เวียดนามยังระบุว่าจะมีการใช้กระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับการตรวจโรงงาน และการควบคุมการใช้ฉลาก "ผลิตในเวียดนาม" (Made in Vietnam) โดยเฉพาะในกรณีของบริษัทที่มีจำนวนคำขอใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้รับคำสั่งให้เสนอมาตรการเฉพาะเพื่อป้องกันการลักลอบเปลี่ยนถิ่นกำเนิดสินค้า เมื่อเห็นว่าจำเป็น
ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวออกตามมาหลังจากการประชุมฉุกเฉินที่จัดขึ้นโดยสำนักงานรัฐบาลเวียดนามเมื่อต้นเดือนเมษายน เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการเก็บภาษีนำเข้าฉบับใหม่
อ้างอิง : reuters.com