โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทรงพระเมตตา’ ‘ในหลวง-ราชินี’ รับผู้บาดเจ็บเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

ไทยโพสต์

อัพเดต 30 มี.ค. 2568 เวลา 00.01 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2568 เวลา 17.01 น.

ในหลวง-พระราชินี ทรงรับผู้บาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวทั่วประเทศเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่ช่วยเหลือที่จตุจักร ขณะที่กระทรวงแรงงานตั้งวอร์รูม ประสานความช่วยเหลือทุกมิติ

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ ทรงเสียพระราชหฤทัยกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และทรงห่วงใยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั่วประเทศไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่ช่วยเหลือเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวบริเวณเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อให้การสนับสนุนเบื้องต้นแก่ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสนับสนุนอาหารกล่องและน้ำดื่ม จำนวน 500 ชุด ในเบื้องต้น และจัดเต็นท์อำนวยการสำหรับรองรับผู้บาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหว และสนับสนุนกิจการต่างๆ ในพื้นที่ จำนวน 3 หลัง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568

เวลา 11.00 น. วันเดียวกันนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และคณะ เดินทางมาที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เพื่อตรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทั้งนี้ สำหรับผู้บาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาตัวที่วชิรพยาบาลจำนวน 3 ราย แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการกระโดดลงมาจากคอนโดฯ ที่พักอาศัยจำนวน 2 ราย และถูกแผ่นปูนหล่นใส่อีก 1 ราย

ต่อมา น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ว่า ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั้งหมด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับคนไข้ทั้งหมดไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยขณะนี้ผู้ป่วยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรักษาตัวอยู่ที่วชิรพยาบาล มี 2 ราย รายหนึ่งอยู่ห้องไอซียู อีกรายอยู่วอร์ดปกติ ซึ่งมีปัญหาคล้ายกันคือปอดรั่ว รายที่อยู่ห้องไอซียูนั้นน่าจะติดเชื้อมาก่อนเกิดเหตุการณ์ ทั้ง 2 รายหมอบอกว่าน่าจะโอเค และมีอีกคนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ แต่มีผลกระทบเล็กน้อย โดยได้ออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ป่วยทั้งหมดเป็นแรงงานต่างชาติใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ใช่ ขณะนี้ทราบชื่อ 1 ราย และยังไม่ทราบชื่ออีก 1 ราย และทางแพทย์ได้เล่าเหตุการณ์ของวันที่ 28 มี.ค. ว่ามีการย้ายคนไข้มาที่ชั้นล่างอย่างรวดเร็ว แต่ในส่วนของห้อง ICU ไม่ได้มีการเคลื่อนย้าย ซึ่งเมื่อวานปลอดภัยทั้งหมด และย้ายกลับขึ้นไปอย่างปลอดภัยกว่า 500คนแล้ว ถือว่าโรงพยาบาลต่างๆ ประสานงานกันได้อย่างดี จะให้กระทรวงสาธารณสุขช่วยสื่อสารต่อกับโรงพยาบาลทั้งในส่วนของรัฐและเอกชน และย้ำเตือนไปถึงมาตรการซ้อมหนีไฟที่มีความสำคัญ

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องแรงงานและสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในหลายพื้นที่ โดยได้ตั้ง “วอร์รูมแรงงาน” ที่กระทรวงแรงงาน เพื่อรับเรื่อง ประสานความช่วยเหลือ และเร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในมิติด้านแรงงาน พร้อมลงพื้นที่เร่งสำรวจผลกระทบต่อแรงงาน สถานประกอบการ และครอบครัวแรงงาน เพื่อประเมินสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือในทุกมิติแล้ว

ทั้งนี้ กลุ่มที่สามารถขอรับความช่วยเหลือจากกระทรวงแรงงานในเบื้องต้น เช่น ลูกจ้างที่ไม่สามารถทำงานได้ชั่วคราวจากเหตุภัยพิบัติ นายจ้างที่ได้รับผลกระทบในการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกันตนที่ได้รับบาดเจ็บหรือไม่สามารถใช้สิทธิได้ ครอบครัวแรงงาน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประสบภัย

สำหรับรูปแบบความช่วยเหลือที่กระทรวงแรงงานให้การดูแล เช่น แนะนำการใช้สิทธิประกันสังคมในกรณีเจ็บป่วยจากภัยพิบัติ ให้คำปรึกษาด้านสิทธิแรงงานในช่วงที่ไม่สามารถทำงานได้ สำรวจความเสียหายจากสถานประกอบการ เพื่อวางแผนเยียวยาและฟื้นฟู ประสานกับนายจ้างในพื้นที่ เพื่อดูแลแรงงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

“หากต้องการความช่วยเหลือหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ช่องทางติดต่อได้ดังนี้ 1.LINE Openchat 2.เบอร์โทร. 0-2232-1462-3 และ 0-2660-2000 3.สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง” นายคารมกล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...