โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พีรพันธ์ ชูวัตกรรม ‘โดรน’ เปลี่ยนโลกเกษตรไทย มุ่งสู่ศก.ดิจิทัลในอนาคต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 18.49 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 23.28 น.

พีรพันธ์ ชูวัตกรรม ‘โดรน’ เปลี่ยนโลกเกษตรไทย มุ่งสู่ศก.ดิจิทัลในอนาคต

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาภาคเกษตรในประเทศไทย มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตร อาทิ การทำเกษตรแบบแม่นยำ, ระบบอัตโนมัติในฟาร์ม, การทำเกษตรแปลงใหญ่ โดยการสนับสนุนจากภาครัฐและความร่วมมือจากภาคเอกชน อีกทั้งกระแสเศรษฐกิจโลก ได้เปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีการคิดค้นวิจัยและพัฒนา ใช้เทคโนโลยี รวมถึงนวัตกรรมใหม่เพิ่มมากขึ้นในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (Drone) นับเป็นหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อรูปแบบ
การทำธุรกิจมากขึ้น

“การส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงโดรนเพื่อการเกษตรจะเป็นเครื่องมือเปลี่ยนเกม ที่ช่วยเกษตรกรไทยก้าวเข้าสู่ยุคเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) อย่างแท้จริง ด้วยประโยชน์ที่หลากหลาย โดรนจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างอนาคตเกษตรกรรมที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า จากข้อมูล Fortune Business Insights ปี 2567 มูลค่าตลาดโดรนเชิงพาณิชย์ของโลกอยู่ที่ประมาณ 4.6 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตจาก 5.8 แสนล้านบาท เป็น 2.2 ล้านล้านบาท ในปี 2575 โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) 20.8% ในช่วงปี 2568 – 2575 และสำหรับโดรนเพื่อการเกษตรทั่วโลกมีมูลค่าราว 1.6 แสนล้านบาท คาดการณ์ว่าจะเติบโตจาก 2 แสนล้านบาทในปี 2567 เป็น 798 ล้านล้านบาท ในปี 2575 โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ 18.5% ในประเทศ
ที่การเกษตรมีความก้าวหน้าสูง

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า ในอนาคต โดรนจะมีราคาถูก สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อาทิ ช่วยลดข้อจำกัดของการทำงานในต้นพืชที่มีความสูง การให้ปุ๋ยทางใบ ทำให้พืชสามารถดูดซึมอาหารผ่านปากใบได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านราก ทำได้ในเวลารวดเร็ว ลดการฟุ้งกระจายของสารเคมีที่เกษตรกรอาจได้รับทั้งการสัมผัสและสูดดมขณะฉีดพ่น รวมถึงการสำรวจพื้นที่ทางการเกษตรขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ดินและคาดการณ์เวลาการเก็บเกี่ยวได้อย่างแม่นยำ ด้วยสมรรถนะที่สูงขึ้นสามารถสร้างแผนที่ในรูปแบบสามมิติ (3D Mapping) ทำให้สามารถวิเคราะห์ และวางแผนในการเพาะปลูกได้

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยโดรนเพื่อการเกษตรเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในปี 2563 เพื่อช่วยทำการเกษตรแบบแม่นยำขึ้น อาทิ การรดน้ำ การให้ฮอร์โมน การให้ปุ๋ยทางใบ ซึ่งประหยัดเวลามากกว่าการใช้แรงงานคน และด้วยสมรรถนะสูงของโดรนยังใช้ในการทำงานอื่นๆ อาทิ ถ่ายภาพเพื่อตรวจวิเคราะห์โรคพืช ทำให้ดูแลรักษาโรคพืชได้อย่างตรงจุด การใช้โดรนมาฉีดพ่นยาเพื่อรักษาโรคพืชเฉพาะตำแหน่งได้อย่างแม่นยำมากขึ้น สามารถฉีดพ่นแปลงพืชไร่ ลดการใช้แรงงานคนจาก 10-20 คนเหลือเพียง 1-2 คน เท่านั้น แต่ราคาของโดรนยังสูง ทำให้เกษตรกรยังไม่สามารถประเมินจุดคุ้มทุนได้ และเลือกเป็นการใช้บริการจากผู้ให้บริการมากกว่า

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินนโยบาย
ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มการผลิตและการบริหารจัดการร่วมกัน มีเกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงาน เพื่อหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี ราคาถูก และการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จัดการด้านการตลาด เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก ให้นำเทคโนโลยี อาทิ โดรนเพื่อการเกษตร เข้ามาประยุกต์ใช้มากขึ้น ปัจจุบันมีเกษตรกรแปลงใหญ่ที่มีโดรนเพื่อการเกษตร มาใช้ทำการเกษตร จำนวน 546 แปลง เกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 34,000 ราย โดยตั้งเป้าหมายให้เกษตรกรที่ใช้โดรนในกลุ่มแปลงใหญ่สามารถลดต้นทุนการผลิตกว่า 1,100 ล้านบาท

ทั้งนี้ การเข้าถึงเทคโนโลยีของเกษตรกรในการทำการเกษตรยังมีจำนวนน้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ เกษตรกรรายย่อยอาจเข้าไม่ถึงเนื่องจากปัจจัยความพร้อม ศักยภาพของเกษตรกรที่มีความแตกต่างกันสูง ทั้งด้านความรู้และทุนทรัพย์ การถือครองสิทธิที่ดิน และที่สำคัญคือทัศนคติของเกษตรกรที่พร้อมจะเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนการทำเกษตรของไทย จึงมีรูปแบบการทำเกษตรที่แตกต่างกันไป บางกลุ่มอาจใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำงาน แต่บางกลุ่มที่มีพื้นที่ขนาดเล็กยังทำเกษตรแบบดั้งเดิม โดยขึ้นกับความพร้อมของเกษตรกรเป็นหลัก

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับสถาบันการบินพลเรือน (กพท.) จัดทำหลักสูตรผู้บังคับอากาศยาน ซึ่งไม่มีนักบินในระยะสายตา (โดรนเพื่อการเกษตรขั้นพื้นฐาน) เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ กพท. เพื่อการใช้งานโดรนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นการฝึกปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร มีความพร้อม สามารถนำเทคโนโลยีโดรนไปประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำองค์ความรู้และทักษะไปบำรุงรักษาและใช้งานได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งสามารถถ่ายทอดไปสู่เกษตรกร ให้รับมือกับความท้าทายในงานด้านการเกษตรต่อไปในอนาคต เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงทุกวัน เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจำเป็นต้องเรียนรู้มากขึ้น โดยเฉพาะทักษะการเข้าถึงเทคโนโลยี รวมถึงความพร้อมและเรียนรู้การคำนวนเงินลงทุนเบื้องต้น เรียนรู้ควบคู่กับการวิเคราะห์การเจริญเติบโตของพืช ให้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พีรพันธ์ ชูวัตกรรม ‘โดรน’ เปลี่ยนโลกเกษตรไทย มุ่งสู่ศก.ดิจิทัลในอนาคต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...