โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Sell in May มาแน่? เจาะกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเฟ้นหาหุ้นเด่นรับมือ

Wealthy Thai

อัพเดต 23 ก.ย 2568 เวลา 20.10 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 02.17 น.

กำลังสู่เดือนพฤษภาคม หลายคนอาจนึกถึงแนวคิด “Sell in May and go away” ปรากฏการณ์ที่นักลงทุนมักเทขายหุ้นในช่วงนี้ แล้วในปี 2568 ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มที่เกิดปรากฏการณ์นี้หรือไม่ กลยุทธ์การลงทุนเพื่อรับมือช่วงนี้เป็นอย่างไร วันนี้ Wealthy Thai มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝาก
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ปกติในเดือนพฤษภาคมตลาดหุ้นไทยมักมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียนทยอยขึ้นเครื่องหมาย XD และทำให้นักลงทุนต่างชาตินำเงินกลับประเทศ ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนของ SET Index ใน เดือนพฤษภาคมให้ผลตอบแทน -0.9% (ไม่รวมช่วง COVID)
ฝ่ายวิเคราะห์ได้ศึกษาการเคลื่อนไหวของดัชนีพบว่า SET Index มักจะปรับตัวลงในช่วงครึ่งแรกของเดือนพฤษภาคมและทยอยฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลัง โดยมองว่าแรงขายในช่วงครึ่งเดือนแรกของพฤษภาคมในปี 2568 จะมี Downside ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติที่ขายสุทธิตลาดหุ้นไทยถึง 5.6 หมื่นล้านบาท และยังมีเม็ดเงินใหม่จากกองทุน Thai ESGX เข้ามาชดเชยแรงขายของต่างชาติ
ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าช่วงครึ่งแรกของเดือนพฤษภาคมหุ้นที่ได้ SET ESG Rating ในระดับสูงมีโอกาสจะเคลื่อนไหวได้ดีกว่า SET Index และน่าจะเป็นที่พักเงินได้ดี เช่น CPALL, GPSC, BEM, GULF, KBANK, KTB, MTC และ THCOM ส่วนในช่วงครึ่งหลังมองว่ากลุ่มที่มีโอกาสจะกลับมา Outperform โดยอิงจากสถิติในอดีต คือ
1.กลุ่มอาหารเครื่องดื่ม เป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นเด่น และมีนัยยะสำคัญทางสถิติมากที่สุด โดยปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 1.8% ด้วยความ น่าจะเป็น 89% สำหรับกลุ่มเครื่องดื่ม แม้จะผ่านช่วงหน้าร้อนไปแล้ว แต่บริษัทมักจะให้แนวโน้มผลประกอบการที่ดีในไตรมาส 2/68 เนื่องจากเป็นช่วง High Season ซึ่งบริษัทที่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มเด่นคือ ICHI และ OSP รวมไปถึงกลุ่มอาหารอย่าง CPF และ BTG
2.กลุ่มไฟแนนซ์ ในเชิงสถิติปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 2.1% ด้วยความน่าจะเป็น 67% อีกทั้งปี 2568 ยังได้แรงหนุนจากแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่องของกนง. จากผลกระทบของสงครามการค้าที่ทำให้เศรษฐกิจซบเซา แนะนำหุ้นเด่น คือ SAWAD และ MTC
จากกลยุทธ์การลงทุนข้างต้น Wealthy Thai จึงมีตัวอย่างปัจจัยพื้นฐานและคำแนะนำการลงทุนของหุ้นเด่นที่บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ยกให้เป็นแหล่งพักเงินและมีโอกาสจะ Outperform มานำเสนอ สำหรับ CPALL ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติไตรมาส 1/68 ที่ 6.5 พันลบ. โต 8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หนุนจาก SSSG ที่เติบโตในทุกธุรกิจ และ GPM ของธุรกิจ CVS ขยายตัวจาก Product mix ยอดขายสินค้ามาจิ้นสูงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 65 บาท
ส่วน KBANK นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 178 บาท เพราะมีโอกาสเห็นค่าใช้จ่ายสำรองกลับสู่ระดับปกติในปี 2568 ที่ 140-160bps. และคาดกำไรสุทธิปีนี้เติบโต 9% จากปีก่อน มากกว่ากลุ่มที่ 4% รวมถึงปันผลต่อปีสูง dividend yield คาดที่ 6-7% โดยครึ่งหลังปี 2568 มีปันผลพิเศษ 2.5 บาทต่อหุ้น (yield ที่ 1.5%) ขึ้น XD วันที่ 15 พ.ค. 68
ขณะที่ OSP นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มีมุมมองบวกมากขึ้นในระยะสั้น จากแนวโน้มกําไรไตรมาส 1/68 ที่คาดออกมาเติบโตแข็งแกร่งทั้งจากไตรมาส 4/67 และ 1/67 รวมทั้งส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มชูกําลังในประเทศที่ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น โดยคงประมาณกําไรสุทธิปี 2568 ที่ 3 พันล้านบาท และคงคําแนะนํา “Neutral” ราคาเป้าหมาย 18.30 บาท โดยปัจจัยที่ยังต้องจับตาดูในปีนี้มาจากเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว กระทบกําลังซื้อ และผลกระทบจากแผ่นดินไหวในเมียนมา
สุดท้าย MTC นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดกำไรปี 2568 และ 2569 จะเติบโต 15% และ 14% โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อ credit cost ที่ลดลง และการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น โดยคาดการณ์ credit cost อยู่ที่ 2.9% และอัตรา NPL ที่ 2.8% เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการแจกเงินของภาครัฐจะเริ่มลดลงในปีนี้ ขณะที่อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้มีแนวโน้มลดลงจากประสิทธิภาพของสาขาที่เพิ่มขึ้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 60 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...