โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Apple สั่งปรับทีม AI ครั้งใหญ่ ! หลัง Siri สู้คู่แข่งไม่ไหว แพ้ Google ตามหลัง Amazon

BT Beartai

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 03.30 น.
Apple สั่งปรับทีม AI ครั้งใหญ่ ! หลัง Siri สู้คู่แข่งไม่ไหว แพ้ Google ตามหลัง Amazon

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Apple ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของทีมพัฒนา AI หลังผลงานของ Siri และโปรเจกต์ AI อื่น ๆ ไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญอย่าง Alexa จาก Amazon และ Google Assistant ได้

ก่อนหน้านี้ Apple ได้ดึงตัว จอห์น เจียนนันเดรีย (John Giannandrea) ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงจาก Google เข้ามาในปี 2018 เพื่อรวมศูนย์การพัฒนา AI ของบริษัทไว้ในทีมเดียว และดูแลการพัฒนา Siri โดยเฉพาะ แต่หลังผ่านมา 6 ปี กลับพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ทัน รวมถึงผลิตภัณฑ์ Apple Intelligence ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วก็ถูกเลื่อนหลายฟีเจอร์ที่สัญญาไว้ ส่งผลให้บริษัทต้องกลับไปใช้รูปแบบการบริหารแบบเดิมอีกครั้ง

ทำให้ Apple จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ ด้วยการย้ายโปรเจกต์ Siri ไปอยู่ภายใต้การดูแลของ ไมค์ ร็อกเวลล์ (Mike Rockwell) หัวหน้าทีม Vision Pro ซึ่งขึ้นตรงกับ เครก เฟเดริกิ (Craig Federighi) รองประธานอาวุโสฝ่ายซอฟต์แวร์โดยตรง ขณะที่ทีมด้านหุ่นยนต์ (Robotics) ที่เคยอยู่ภายใต้เจียนนันเดรียก็ถูกย้ายไปอยู่ในฝ่ายฮาร์ดแวร์ ภายใต้การนำของ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) หัวหน้าทีมฮาร์ดแวร์ของบริษัทแทน

จนเกิดกระแสข่าวลือว่าบริษัทอาจกำลังเตรียมแผนรองรับหากเจียนนันเดรียตัดสินใจลาออกในอนาคตอันใกล้ สะท้อนถึงแรงกดดันภายในที่ Apple กำลังเผชิญ เนื่องจากไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วเพียงพอในยุคที่เทคโนโลยีมีการแข่งขันสูงมาก

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ถือเป็นการยอมรับภายในบริษัทของ Apple ว่าตัวเองตกขบวนเทคโนโลยี AI ไปไกล จึงต้องปรับยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญเพื่อเร่งเครื่องให้กลับมาทัดเทียมกับคู่แข่งให้ได้โดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกันก็ต้องจับตามองการเปลี่ยนแปลงในระดับผู้นำของบริษัท ซึ่งอาจจะมีผลต่อทิศทางการดำเนินงานด้าน AI และนวัตกรรมในระยะยาวอีกด้วย

สำหรับผู้ใช้และนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า Apple ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว และพร้อมที่จะกลับมาแข่งขันอย่างจริงจังในตลาด AI ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของอนาคตโลกเทคโนโลยีในยุคนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...