โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาตรี เปิดจักรวาล ‘วัดโพธิ์’ โชว์มุมมองใหม่ ‘ไม่ใช่เขาพระสุเมรุ’ พาเดินลัด สแกนหลักฐาน ‘ฟื้นชีพอยุธยา’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 มี.ค. 2568 เวลา 09.06 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2568 เวลา 08.13 น.

ศ.ดร.ชาตรี พาเดินลัด ‘วัดโพธิ์’ ชี้หลักฐานฟื้นชีพอยุธยา เปิดมุมมองต่าง ยัน วัดโพธิ์เป็นสัญลักษณ์ ‘โพธิบัลลังก์’ ไม่ใช่ ‘ยอดเขาพระสุเมรุ’ – แปลงคอนเซ็ปต์เป็นแปลนสถาปัตยกรรม – เชื่อ ร.1 ยึดคติ ‘พระอินทร์’

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) เขตพระนคร ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงาน ‘Knowledge Fest เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม 2025 x เทศกาลดนตรีกรุงเทพ’ ระหว่างวันที่ 8-9 มีนาคมนี้ เวลา 12.00-21.00 น.

ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD, มิวเซียมสยาม, เส้นทางเศรษฐี, ศิลปวัฒนธรรม และพันธมิตรด้านความรู้มากมาย อาทิ Witcast, สมาคมการ์ตูนไทย, สมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย, ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) รวมถึงผนึกกำลังกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายด้าน ได้แก่ สมาคมป้ายยาหนังสือ, เพจการตลาดวันละตอน, เพจ JUST READ และพันธมิตร เป็นต้น

เวลา 08.30 น. ที่ทางเข้ามิวเซียมสยาม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ กิจกรรม BookWalk: ส่อง ‘จักรวาล’ ที่ ‘วัดโพธิ์’ โดยมีศ.ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ เจ้าของผลงาน“สถาปัตย์-สถาปนา: การ(เมือง)ดีไซน์พื้นที่และความนัยสถาปัตยกรรม” เป็นวิทยากรนำชม พร้อมบอกเล่าเกร็ดน่ารู้ของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เหตุใดเมื่อรัชกาลที่ 1 จำลองให้วัดโพธิ์เป็นศูนย์กลางของจักรวาลใหม่ จักรวาลใหม่ คือ จักรวาลแบบไหน ท่ามกลางนักอ่าน เดินทางมาลงทะเบียนร่วมทริปเดินลัดวัดโพธิ์อย่างคับคั่ง ตั้งแต่เวลา 08.30 น. พร้อมรับชุดหูฟังไกด์

จากนั้นเวลา 09.15 น. เริ่มออกเดินทางไปยังวัดพระเชตุพนวิมสมังคลาราม (วัดโพธิ์) โดย ศ.ดร.ชาตรีเล่าเรื่องคติการวางผังของวัด ซึ่งเกี่ยวกับแนวคิดทางการเมืองของรัชกาลที่ 1 และเมื่อแรกสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 พระอุโบสถมีรูปแบบอย่างไร ตลอดจน พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล สร้างขึ้นเพื่ออะไร ทั้งนี้ วัดโพธิ์ เป็นวัดที่สำคัญซึ่งมีหลายประเด็นที่มีความเห็นแตกต่างกันในทางวิชาการ โดยตนจะขอยกมากล่าว 5 ประเด็นด้วยกัน

จากนั้น ศ.ดร.ชาตรีเริ่มจากกล่าวถึงวัดโพธิ์ ในฐานะเป็น ‘สัญลักษณ์แสดงความสืบเนื่องจากอยุธยา’ สะท้อนผ่าน ‘พระพุทธรูปและอุโบสถ’ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 มีการรื้อซ่อมใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 จากงานเขียนของกรมพระยาดำรงฯ สันนิษฐานว่าโบสถ์วัดโพธิ์ หน้าตาเหมือนโบสถ์วัดสระเกศ แต่ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่

“จากข้อเสนอตลอด 60 ปีที่มา วัดโพธิ์คือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับ‘ยอดเขาพระสุเมรุ’ แต่ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะพูดถึงดาวดึงส์ ในเขาพระสุเมรุ แต่น่าจะพูดถึง‘วัชรอาสน์’ หรือโพธิบัลลังก์ เป็นตำแหน่ง ‘ศูนย์กลางชมพูทวีป’ คือข้อเสนอของผม” ศ.ดร.ชาตรีกล่าว ก่อนพาไปดูจุดที่ซัพพอร์ตข้อเสนอดังกล่าว

ศ.ดร.ชาตรีชี้ว่า วัดโพธิ์สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 1 โดยสมัยนั้นมีการสร้างพระพุทธรูปเป็นพันองค์ และอัญเชิญจากหัวเมืองเหนือ ซึ่งสำคัญในแง่การรับรู้ ‘สุโขทัย’ ในฐานะราชธานีแห่งแรกของไทย

โดยภายในเขตพุทธาวาส แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของรัชกาลที่ 1 และส่วนเพิ่มขึ้นสมัยรัชกาลที่ 3 เช่น วิหารพระนอน เป็นต้น โดยจะพานำชมในเขตพุทธาวาสส่วนหลักที่มี‘พระอุโบสถเป็นศูนย์กลาง’ ซึ่งวัดนี้มีความพิเศษคือล้อมรอบด้วย‘ระเบียงคด’ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคติเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก โดยจะมีเขามอ เจดีย์ ศาลา เป็นต้น

“ในสมัยรัชกาลที่ 3 ระหว่างพระระเบียงชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ยังมีการปลูกต้นตาลในบริเวณเหล่านี้ สะท้อนถึงการเป็นศีรษะแผ่นดิน หรือ‘ชมพูทวีป’ ซึ่งมีการกล่าวถึง ในไตรภูมิ”

“สำหรับพระพุทธรูปแทบทั้งหมด เป็นพระพุทธรูปที่อัญเชิญจากหัวเมือง โดยเฉพาะหัวเมืองเหนือ เนื่องด้วยพระพุทธรูปจากหินหรืออิฐ มีน้ำหนักมากในการขนย้าย อีกทั้งด้วยวัฒนธรรมของหัวเมืองเหนือ ที่นิยมหล่อพระด้วยโลหะ จึงเป็นเหตุผลที่การอัญเชิญพระพุทธรูปสมัยรัชกาลที่ 1 จากทางเหนือ ด้วยเงื่อนไขทาง ‘วัสดุศาสตร์’ โดยเฉพาะ” ศ.ดร.ชาตรีระบุ

จากนั้น พาเข้าไปชมภายใน‘วิหารพระพุทธโลกนาถ’ ในเขตพุทธาวาส ของพระศรีสรรเพชญ์ เมื่อรัชกาลที่ 1 ย้ายศูนย์กลางมาอยู่รัตนโกสินทร์ตะวันออก เพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่า เป็นเหมือน‘อยุธยาที่ฟื้นคืนชีพกลับขึ้นมา’ ซึ่งเป็นแนวคิดหลัก โดยพระเจ้าตากสินมหาราช สร้างบนฐานความเชื่อเป็นรัฐที่ไม่ได้มีความเชื่อมต่อจากอยุธยาเท่าใดนัก ซึ่งหากอ่านจากงานเขียน ของศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ จะเห็นภาพชัดขึ้น เป็นความต่างทางแนวคิดระหว่าง พระเจ้ากรุงธนบุรีกับรัชกาลที่ 1

ศ.ดร.ชาตรีชี้ว่า จะเห็นว่าชื่อต่างๆ คล้ายอยุธยาอย่างมาก อาทิ ชื่อคลองมหานาค ชื่อวัดมหาธาตุ เป็นต้น ซึ่งเป็นการ‘จำลองอยุธยา’ โดยอัญเชิญ ‘พระศรีสรรเพชญ์’ ที่เป็นดั่งหัวใจของอยุธยามาประดิษฐาน แต่ด้วยความเสียรูปจึงเห็นว่าไม่ควรบูรณะ และได้นำ ‘พระศรีสรรเพชญดาญาณ’ ไปไว้ในเจดีย์วัดโพธิ์ จะเห็นภาพการย้ายพระพุทธรูปที่สำคัญของอยุธยา

“กรุงเทพฯ จึงเป็นเหมือนลูกหลานของกรุงศรีอยุธยา ให้ฟื้นกลับคืนมาอีกครั้ง คือนัยยะที่สำคัญมากของการนำ พระพุทธรูป 2 องค์นี้กลับมา”

ทั้งนี้ มีข้อถกเถียงเรื่อง พระศรีสรรเพชญ์ ว่าน่าจะไม่มีเศียรมาด้วย ซึ่งตนมองว่าน่าจะพิสูจน์ได้ง่ายมาก ด้วยการใช้เทคโนโลยีในปัจจุบัน ‘สแกน’ ให้เห็นข้างใน

ศ.ดร.ชาตรีกล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2‘พระอุโบสถวัดโพธิ์’ เมื่อครั้งที่สร้างสมัยรัชกาลที่ 1 ที่เป็นประเด็นถกเถียงประการหนึ่ง

“นี่คือบทที่สร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 เราไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ไม่ทันเห็น เพราะเกิดในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่ทรงสันนิษฐานว่า โบสถ์วัดโพธิ์น่าจะมีหน้าตาเหมือนโบสถ์วัดสระเกศ แต่มีเฉลียงโดยรอบ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ต่อเนื่องกันมาโดยตลอดในหมู่นักวิชาการ กระทั่งผมได้ศึกษาเรื่องวัดโพธิ์โดยตรงมีข้อสังเกตบางประการ เช่นภาพพิมพ์แกะไม้ ที่แกะโดย จอห์น ครอว์เฟิร์ด ทูตสยาม ที่เข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 2 เพื่อทำสนธิสัญญา (แต่ไม่สำเร็จ) แต่เขาเขียนว่า Siamese Temple เฉยๆ ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นโบสถ์ในสมัยรัชกาลที่ 1 เนื่องจากภาพทั้งหมดที่ตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนั้นส่วนใหญ่กว่า 60% เป็นวัดโพธิ์”

“ประการที่ 2 ในบทที่ตีพิมพ์ภาพนี้ อุทิศให้กับการอธิบายถึงวัดโพธิ์ทั้งหมด เรียกว่า The people’s temple สอดคล้องกับการที่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรก เปิดให้ประชาชนเข้ามา จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นภาพโบสถ์วัดโพธิ์ ซึ่งเป็นภาพพิมพ์แกะไม้ที่ลงรายละเอียดลึก ไม่ใช่อย่างหยาบๆ จะเห็นถึงรายละเอียดสถาปัตยกรรมไทย มีประตู 3 บาน ตรงกลางเป็นเครื่องยอดทรงมณฑป ข้างๆ เป็นซุ้มบรรพแถลง ซึ่งวัดพระแก้วไม่ใช่ลักษณะนี้ แต่จะมีเฉลียงรอบ ต่างจากที่นี่ซึ่งไม่มี รวมถึงจำนวนช่วงเสา และการซ้อนหลังคา มีความแตกต่าง” ศ.ดร.ชาตรีกล่าว และว่า

ดังนั้น ถ้าไม่ใช่วัดพระแก้ว วัดระฆัง น่าจะต้องเป็นวัดสำคัญของรัชกาลที่ 1 ถึงขนาด ‘ทำซุ้ม 5 ยอด’ จึงสันนิษฐานว่าเป็นวัดโพธิ์

ขณะเดียวกันใน จดหมายเหตุการซ่อมวัดโพธิ์ บอกว่า ตำแหน่งที่เป็นซุ้มเสมาเดิมของ ร.1 มีการก่อผนังเป็นแนวกำแพงใหม่ นี่คือแนวใบเสมาเดิมสมัย ร.1 ดังนั้น เมื่อนำจดหมายเหตุ มาเทียบกับ ภาพสเกตของจอห์น จะเห็นความสอดคล้อง

“หากสังเกตจากลายเส้น จะเห็นว่าหน้าบันวัดโพธิ์ทำอย่างละเอียด เป็นรูป ‘พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ’ สอดคล้องกับวัดพระแก้ว และงานหลายอย่างของรัชกาลที่ 1 ที่มักใช้คติเกี่ยวกับพระอินทร์เป็นหลัก ในการออกแบบในรัชสมัย ซึ่งในประวัติศาสตร์ไทยบอกว่า กษัตริย์ไทยมักเปรียบเสมือนเป็นพระนารายณ์ พระอิศวร เป็นหลัก” ศ.ดร.ชาตรีระบุ

ศ.ดร.ชาตรีชี้ว่า เมืองรัตนโกสินทร์ แปลว่าแก้วของพระอินทร์ ซึ่ง ‘คติพระอินทร์’ จะมีเวลากำหนด กล่าวคือมี ‘วาระ’ จะเห็นว่ารัชกาลที่ 1 มีความสนพระทัยในพระอินทร์อย่างมาก คำถามสำคัญที่เกี่ยวกับเรื่องนี้คือ เพราะเหตุใดจึงสนใจ

“ข้อเสนอของผมคือ เราต้องดูบริบทของการตั้งกรุงเทพฯ และเชื้อสายของรัชกาลที่ 1 ที่เป็นขุนนาง ไม่ได้สืบเชื้อสายจากกษัตริย์ ด้วยจุดนี้เองอาจทำให้เห็นถึงความน่าสนใจ เป็นตำแหน่งที่มีขึ้น มีหมด ไม่ใช่หน่อเนื้อ ขึ้นอยู่กับบุญบารมีที่ทำ ไม่ใช่ด้วยชาติกำเนิด” ศ.ดร.ชาตรีชี้

ศ.ดร.ชาตรีกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากย้อนไปดูประวัติศาสตร์อยุธยา สมเด็จพระเจ้าปราสาททองก็มีความสนใจในคติพระอินทร์เช่นเดียวกัน วัดโพธิ์จึงเป็นหลักฐานสำคัญในการสนับสนุน เรื่องคติพระอินทร์ด้วย

จากนั้น ศ.ดร.ชาตรีพาไปยังจุดต่อไป พระวิหารทางทิศเหนือ พร้อมอธิบายว่า ตามความเชื่อเรื่องโลกและจักรวาล คติพุทธศาสนาเชื่อว่า จักรวาลมีศูนย์กลางหลักที่เป็นแกนคือ‘เขาพระสุเมรุ’

เขาพระสุเมรุ ล้อมรอบด้วยมหาสมุทร มีเกาะแก่ง 5,000 กว่า โดยมีเกาะสำคัญอยู่ใน 4 ทิศหลัก เหนือ ใต้ ออก ตก ซึ่งทิศใต้เป็นทิศเดียวที่มีมนุษย์เกิดและอาศัยอยู่ เรียกว่า ‘ชมพูทวีป’ สำคัญที่สุดในทางพุทธศาสนา เพราะพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ต้องเกิดในทวีปนี้ทวีปเดียวเท่านั้น ซึ่งคตินี้ที่ปรากฏให้เห็นร่องรอยเช่นในวัดเกาะแก้วสุทธาราม ที่สระบุรี เป็นต้น

โดยมีลักษณะบ่งชี้เฉพาะ เป็นภาพคัมภีร์โบราณ สมุดภาพไตรภูมิ (ทางล้านนา) ซึ่งจะเห็นต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ มีสัญลักษณ์ 6 อย่าง เป็นเจดีย์บ้าง ต้นไม้บ้าง เรียกว่า ‘สัตตมหาสถาน’ เป็นการเสวยวิมุตติสุขเป็นเวลา 49 วัน ใน 7 ที่ (ที่ละ 7 วัน)

“เป็น 7 สถานที่สำคัญในพระพุทธศาสนา ล้อมรอบด้วยมหานครใหญ่และล้อมรอบด้วยชนบทที่เป็นมหานครพุทธศาสนา ความเชื่อที่เก่าแก่”

“รวมถึงทรงแสดง‘อัฏฐมหาสถาน’ สถานที่แสดงปาฏิหาริย์ใน 8 แห่ง แต่คอนเซ็ปต์ของรัชกาลที่ 1 เพิ่มโครงสร้างวงล้อมขึ้นมาอีก 1 ชั้น ซึ่งถูกแปลออกมาเป็น‘แปลน’ ทางสถาปัตยกรรมของวัดโพธิ์” ศ.ดร.ชาตรีกล่าว

จากนั้น ศ.ดร.ชาตรีชี้ให้เห็นภาพประกอบคือ ‘สมุดภาพไตรภูมิ’ ในจุดที่เป็นพื้นที่สีส้ม จะมีสัญลักษณ์ 7 อย่าง ซึ่งคือ‘สัตตมหาสถาน’ ที่ระบุชื่อเมือง รวมถึงหากดูจากแปลนของวัดโพธิ์แล้วจะเห็นการแบ่งตาม ‘อัฏฐมหาสถาน’ อย่างชัดเจน

ศ.ดร.ชาตรียังกล่าวถึง‘ชาดก 550 ชาติ’ ซึ่งก็นับเป็นการนำเสนอถึงฉากต่างๆ ของป่าหิมพานต์

นอกจากนี้ใน ‘จารึก’ ยังบอกด้วยว่า วิหารทิศเหนือของวัดโพธิ์ มีภาพจิตรกรรมไตรภูมิ ซึ่งนิยมเขียนภาพตอน พระพุทธเจ้าเสด็จฯ ลงจากดาวดึงส์

จากนั้นพาไปยัง‘พระวิหารทิศใต้’ ซึ่งประดิษฐาน‘พระพุทธรูปปางเสด็จโปรดพระปัญจวัคคีย์’ โดยการแสดงปฐมเทศนา นับเป็นหนึ่งในการแสดง 8 ปาฏิหาริย์ ซึ่งในจารึกบอกด้วยว่าภายในวิหารแห่งนี้เคยมีภาพจิตรกรรม ที่เขียนถึงพระพุทธเจ้า ครั้งเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ นอกจากนี้อีกจุดที่น่าสนใจคือ พระพุทธรูป ที่ในจารึกระบุว่าคือพระพุทธชินราช มาจากสุโขทัย

“ส่วนวิหารทางทิศตะวันตก คือ พระนาคปรก (พระพุทธชินราช) มาจากลพบุรี เหมือนปัจจุบัน หลวงพ่อโสธรดัง ก็จะมีการจำลองเช่นเดียวกับที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา” ศ.ดร.ชาตรีระบุ

ศ.ดร.ชาตรีชี้ให้เห็น เจดีย์เล็กๆ โดยรอบ ซึ่งเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นการต่อแนวคิดให้ชัดขึ้น เป็นเขาที่มีสัตว์และป่าหิมพานต์

จากนั้นชี้ให้เห็น ‘เจดีย์พระศรีสรรเพชญดาญาณ’ คือแนวแกนที่ทำให้มองเห็น พระพุทธรูปสำคัญของอยุธยา 2 องค์ โดยเจดีย์ทั้ง 2 องค์ สร้างขึ้นเป็นสัญลักษณ์ของ ร.3 และพระบิดา ต่อมาสร้างของ ร.4 และสิ้นสุดเพียงเท่านี้ จึงเป็นเจดีย์ 4 รัชกาล

โดยสรุปแล้ว ทุกองค์ประกอบทั้งวิหารและภาพจิตรกรรมฝาผนัง ล้วนพูดถึงเรื่อง ‘อัฏฐมหาสถาน’ และ ‘สัตตมหาสถาน’ สะท้อนสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร และเมืองที่ล้อมรอบ

จากนั้น ศ.ดร.ชาตรีพาชมอุโบสถ ภายในประดิษฐาน‘พุทธรูปปางสมาธิ’ โดยการทำพระพุทธรูปเพื่อสะท้อนถึงการที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้น ส่วนมากมักสร้าง‘พระพุทธรูปปางมารวิชัย’ ขณะที่ในพระอุโบสถแห่งนี้คือ ‘ปางสมาธิ’ ที่แสดงถึงการเสวยวิมุตติสุข แต่ก็สะท้อนถึงโมเมนต์ตรัสรู้ ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น การนั่งสมาธิสะท้อนได้ 2 เหตุการณ์คือ ตรัสรู้ และเสวยวิมุตติสุข

ทั้งนี้ มีเรื่องราวที่เขียนด้วยว่า ‘ศีรษะแผ่นดิน’ จะเป็นแผ่นดินผืนสุดท้ายที่ไม่จมน้ำ หากโลกถูกทำลายลง โดยรัชกาลที่ 1 ได้เติมสตอรี่เข้าไปอีกว่า แผ่นดินแรกที่จะผุดขึ้นมาหลังน้ำลดคือ‘ศีรษะแผ่นดิน’ ซึ่งยังเกี่ยวข้องกับบริบทสังคมไทยคือ‘อยุธยา’ ที่เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาได้ถูกทำลาย

“กรุงเทพฯ ก็เหมือนการสร้างโลกพระพุทธศาสนาขึ้นใหม่ พื้นที่แรกที่จะเกิดขึ้นคือ‘ศีรษะแผ่นดิน’ และเกิดขึ้นแล้วคือวัดโพธิ์แห่งนี้ ในกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพื้นที่สุดท้ายในพุทธศาสนาที่จะหลงเหลืออยู่ จึงเป็นเหตุผลที่รัชกาลที่ 1 ให้ความสำคัญกับคตินี้อย่างมาก ตำแหน่งนี้จึงสามารถเป็น‘โพธิบัลลังก์’ ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องสร้างต้นโพธิ์พระองค์ประกอบครบทั้งหมด” ศ.ดร.ชาตรีกล่าว และว่า

โดยจุดที่สนับสนุนข้อเสนอนี้ คือ ‘แนวกำแพง’ กล่าวคือ ทุกองค์ประกอบทางศิลปะรวมถึงภาพจิตรกรรมฝาผนัง ชี้ให้เห็น ความต้องการให้วัดโพธิ์เป็นเหมือน ‘ศีรษะของชมพูทวีป’ หากย้อนไปในคติของอยุธยา ที่นิยมสร้างเขาพระสุเมรุ เป็นคอนเซ็ปต์ย่อยๆ เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นคาแร็กเตอร์ของวัดในรัชกาลที่ 1

ต่อมาเวลา 11.30 น. ศ.ดร.ชาตรีพาชมด้านนอกของศาลาแดง ตึกทรงฝรั่งในวัดโพธิ์ เขตสังฆาวาส อาคารหลังนี้ออกแบบโดยสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร
เป็นอาคารเล็กๆ สร้างขึ้นเมื่อปี 2469

“เมื่อก่อนคนที่ทำงานสถาปนิก จะเป็นช่าง ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 มีการส่งนักเรียนไปเรียนวิชา architecture (สถาปัตยกรรม) เมื่อกลับมาคนกลุ่มนี้เริ่มมีสำนึกทั้งอาชีพใหม่ ไม่ใช่ช่างตามประเพณี เกิดการก่อตั้งสมาคมสถาปนิกสยาม รวมถึงมหาวิทยาลัยที่สอนสถาปัตยกรรม ซึ่งคนแรกๆ คือหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ ซึ่งสร้างหลายตึก เช่นพระที่นั่งมงคลชาลีอาสน์ ที่จังหวัดนครปฐม ออกแบบพระตำหนักเปี่ยมสุข ที่วังไกลกังวล เป็นสไตล์ที่นิยมในสมัยต้นรัชกาลที่ 6 – ปลายรัชกาลที่ 7 ปรับให้เข้ากับภูมิอากาศไทย คือมีชายคายื่นยาว มีใต้ถุนทำช่องระบายอากาศ ให้ความชื้นไม่ขึ้นมาถึงข้างบน โดยยังคงคาแร็กเตอร์แบบตะวันตก เช่น ซุ้มประตูโค้ง”

“ข้างในยังมีงานเขียนที่สำคัญ ภาพเฟรสโก เป็นภาพสเกตช์‘สัตตมหาสถาน สัปดาห์ที่ 4’ ที่มีความพ้องกันโดยบังเอิญ ซึ่งใต้ภาพนั้นยังเป็นที่บรรจุอัฐิของสายตระกูล ปัจจุบันเป็นศาลาสำหรับให้สงฆ์ใช้ศึกษา

นอกจากนี้ ด้านหลังยังมีจารึก ‘โรหิตัสสสูตร’ ซึ่งพระพุทธเจ้ากล่าวกับเทพ ที่ถามถึงจุดอันเป็นที่สุด โดยพระพุทธเจ้าสะท้อนถึงการไม่ต้องไปเกิดอีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาตรี เปิดจักรวาล ‘วัดโพธิ์’ โชว์มุมมองใหม่ ‘ไม่ใช่เขาพระสุเมรุ’ พาเดินลัด สแกนหลักฐาน ‘ฟื้นชีพอยุธยา’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...