โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อนักวิทย์ช่วยนกฮูกมีแฟน ด้วยการเป็นแม่สื่อหาคู่ที่เหมาะสม

Environman

เผยแพร่ 03 มี.ค. 2568 เวลา 13.00 น.

ควันหลงวาเลนไทน์ ความรักเป็นเรื่องลำบากแม้แต่กับนกฮูกเอง ทว่านักวิทยาศาสตร์ผู้ทุ่มเทกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือนกฮูกผู้ผิดหวังให้ความรักเหล่านี้

เดือนกุมภาพันธ์นั้นเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นฤดูผสมพันธ์ของนกฮูกเบอร์โรวิ่ง (Burrowing Owl) ซึ่งมีจำนวนน้อยทว่ากำลังค่อย ๆ เติบโตขึ้นในเขตอ่าวซานฟรานซิสโก ช่วงเวลาเหล่านี้เป็นช่วงที่สำคัญต่อการอยู่รอดและนักวิทยาศาสตร์หวังให้พวกมันได้ผสมพันธุ์อย่างเหมาะสมกันจริง ๆ

เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วประชากรสิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนน้อยนั้นมักประสบปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งคือ ความหลากหลายทางพันธุ์กรรม นกฮูกเหล่านี้ถูกบังคับกลาย ๆ ให้ต้องกับตัวที่ใกล้ชิดกับตนเองเพราะมีตัวเลือกน้อย (หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเลือดชิด) และทำให้สายพันธุ์อ่อนแอได้พร้อมกับมีโอกาสรอดน้อยลง

ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น นักวิจัยจึงได้จัดตั้งโครงการที่ชื่อว่า Bird Genoscape Project ซึ่งเป็นการใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ ติดตาม ศึกษา และคัดเลือกพันธุกรรมของนกฮุกเบอร์โรวิ่งให้มีการผสมพันธุ์กันอย่างเหมาะสมที่สุด

นักวิทยาศาสตร์หวังว่าพวกเขาจะช่วยให้นกฮูกเหล่านั้นประสบความสำเร็จในความรัก เพราะหลายครั้งนกฮูกตัวเมียมักจะปฏิเสธของรางวัลจากตัวผู้ที่พยายามในการออกล่า ดำน้ำ และโฉบลงมาเสิร์ฟอาหารแสนอร่อยอยู่หลายครั้ง แต่ตัวเมียก็มักจะไม่สนใจแถมยังหนีไปอย่างไร้เยื่อใย

“มัน(ตัวเมีย)จะคว้าอาหารแล้ววิ่งลงไปใต้ดิน” ดร. Lynne Trulio ศาสตราจารย์ด้านการศึกษาสิ่งแวดล้อมที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานโฮเซ กล่าว “วิธีที่นกฮูกวิ่งไปตามพื้นดินนั้นน่ารักมาก”

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงพฤษภาคม ลูกนกที่น่าเอ็นดูก็จะเริ่มฟักออกมา และเมื่อพวกมันโตพอแล้วนักวิทยาศาสตร์ก็จะเข้ามาทำหน้าที่ พวกเขาจะจับลูกนกที่มีอายุถึงเกณฑ์และจากรังที่มีลูกมากกว่า 2 ตัวขึ้นไปเท่านั้น หลังจากตรวจสุขภาพและร่างกายทั้งหมด ลูกนกฮูกเบอร์โรวิ่งจะใช้เวลาช่วงฤดูหนาวร่วมกันในที่กักขัง

การทำเช่นนี้ให้ประโยชน์มากมาย ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ลูกนกมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น(ในธรรมชาติลูกนกมีโอกาสรอด 30%) แต่ยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มีเวลาศึกษาพันธุกรรมนกแต่ละตัวเพื่อจุดประสงค์ที่แท้จริงคือ การจับคู่ทางพันธุกรรมที่ดีที่สุดให้กับพวกมันก่อนจะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

“พวกมันต้องการอยู่ด้วยกันจริง ๆ ดังนั้นพวกมันจึงอยู่กับคู่ตัวหนึ่งนานกว่า 1 ฤดูกาล ทว่านั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการจับคู่เพิ่มเติมหรืออะไรทำนองนั้น มันมีแน่นอนแต่ส่วนใหญ่แล้ว พวกมันจะอยู่กับคู่ตัวเดียว” ดร. Trulio บอก

แต่ละคู่ที่ถูกจับจะได้อยู่ในรังเทียมที่สร้างขึ้นพร้อมกับอาหารจำนวนหนึ่ง โดยหวังว่าทั้งคู่จะวางไข่ที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมได้มากที่สุด แม้ว่าจนถึงขณะนี้ตัวชี้วัดภาคสนามในระยะสั้นเกี่ยวกับความสำเร็จของการจับคู่คของนกฮูกรวมถึงอายุขัยและจำนวนลูกจะไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และจำเป็นต้องมีข้อมูลในระยะยาว

แต่ก็เริ่มมีสัญญาณว่าการจับคู่บางส่วนประสบความสำเร็จ ลูกนกที่นักวิทยาศาสตร์จับคู่ให้นั้นมีสิ่งที่เรียกว่า ‘เทโลเมียร์’ ยาวขึ้น 2 เท่า (สำหรับมนุษย์ ส่วนประกอบนี้ช่วยปกป้องดีเอ็นเอและอาจบ่งบอกว่ามีสุขภาพดี) ซึ่งนี่อาจเป็นตัวบ่งชี้ถึงความหลากหลายทางพันธุกรรมที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบันโครงการนี้มีนกฮูกตัวเต็มวัยเกือบ 100 ตัวแล้ว และนกฮูกที่พร้อมผสมพันธุ์ก็เกิน 200 ซึ่งเป็นก้าวแรกแห่งความสำเร็จที่น่าประทับใจ และที่สำคัญสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดของนกฮูกนั้นก็ไม่มีปัญหาใด ๆ พวกมันจับหนูป่าได้ดี และเข้าใจว่าเสียงร้องของเหยี่ยวหางแดงก็หมายถึงต้องเฝ้าดูท้องฟ้า และซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน

“การจับคู่ระหว่างทีมภาคสนามและทีมจีโนมิกส์ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ เราไม่สามารถบรรลุได้หากขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป” ดร. Trulio ทิ้งท้าย

ที่มา

https://www.birdgenoscape.org/burrowing-owl/

https://www.nationalgeographic.com/…/burrowing-owls…

Photo: Charles J. Sharp/sharpphotography.co.uk/commons.wikimedia.org

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...