โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มเจอด่าน ซิ่งกระบะหนี ตัดสินใจหักหลบยูเทิร์นพุ่งชนพ่วง 18 ล้อ รถพังยับ ค้นเจอยาบ้า 5 ล้านเม็ด

Khaosod

อัพเดต 04 มี.ค. 2568 เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2568 เวลา 18.50 น.

หนุ่มเจอด่าน ซิ่งกระบะหนี ตัดสินใจหักหลบยูเทิร์นพุ่งชนพ่วง 18 ล้อ รถพังยับ ค้นเจอยาบ้า 5 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจตามรวบได้ทันควัน

เมื่อเวล 20.00 น. วันที่ 3 มี.ค.2568 พล.ต.ต.โอภาส คงเมือง ผบก.ภ.จว.กำแพงเพชร พ.ต.อ.กรวิทย์ อ่อนทอง ผกก.สภ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจวัดบาง สถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร ว่ามีรถกระบะหลบหนีด่านตรวจบริเวณแยกไฟแดง กศน.ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ไปเฉี่ยวชนกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ

และทำการควบคุมตัวผู้ขับขี่ไว้ได้และค้นรถคันดังกล่าวพบวัตถุคล้ายยาบ้าบรรจุมาเต็มคันรถจึงเดินทางไปตรวจสอบเหตุดังกล่าว พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างกำแพงเพชร ธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณจุดกลับรถหน้าสนามยิงปืนกำแพงเพชร ตำบลคลองแม่ลาย อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร พบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค สีขาว โดยใช้หมายเลขทะเบียนปลอมเป็นของจังหวัดสุโขทัย และจังหวัดอื่นๆอีกหลายแผ่น ส่วนทะเบียนจริงเป็นทะเบียนหมายเลข กธ 3525 พะเยา สภาพหน้ารถพังยับเยิน ส่วนคนขับคือนายกฤษดา อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ บาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ

ห่างออกไปประมาณ 50 เมตรพบรถพ่วงยี่ห้อฮีโน่สีขาว ส่วนหัว ทะเบียน 70 -2090 กำแพงเพชร ส่วนลูกหมายเลขทะเบียน 70-2091 กำแพงเพชรจอดอยู่ข้างทาง สภาพส่วนหัวล้อหลังด้านขวายาวแตกเพลาหลุด ส่วนลูกยางด้านขวารั่ว มีนายเสน่ห์ อายุ 53 ปี ชาวตำบลท่าขุนราม อกเภอเมืองกำแพงเพชรเป็นผู้ขับขี่ โดยเล่าให้ฟังว่าตนขับรถจะไปส่งปุ๋ยที่ตำบลท่าขุนรามวิ่งมาตามถนนปกติจู่ๆรถกระบะก็พ่งจากยูเทิร์นมาชนรถตนเข้าเต็มแรง

หนุ่มเจอด่าน ซิ่งกระบะหนี ตัดสินใจหักหลบยูเทิร์นพุ่งชนพ่วง 18 ล้อ รถพังยับ ค้นเจอยาบ้า 5 ล้านเม็ด

หนุ่มเจอด่าน ซิ่งกระบะหนี ตัดสินใจหักหลบยูเทิร์นพุ่งชนพ่วง 18 ล้อ รถพังยับ ค้นเจอยาบ้า 5 ล้านเม็ด

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกำแพงเพชร ได้ร่วมกันตรวจสอบวัตถุที่บรรจุอยู่บริเวณกระบะหลังรถและในห้องโดยสารพบเป็นยาบ้าขนมาเต็มคันรถจึงได้เก็บพยานวัตถุพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุโดยละเอียดก่อนจะเคลื่อนย้ายรถของกลางไปยังหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชรเพื่อตรวจนับและตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดไว้พร้อมนำตัวผู้ต้องหาฝากขังเพื่อเตรียมดำเนินคดี

โดยยาบ้าที่ซุกซ่อนในรถคันดังกล่าวแบ่งเป็นกระบะหลังรถ 8 กระสอบ ที่นั่งหลังคนขับ 10 กระสอบ และที่นั่งข้างคนขับ อีก 2 กระสอบ รวมทั้งหมดมียาบ้าซุกซ่อนทั้งหมด 5 ล้านเม็ด มีสัญลักษณ์เป็นเลข 999 ดาว 5 ดวง และรูปเชเกวารา อยู่ด้วย

สำหรับพฤติกรรมการจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจอยู่บริเวณสามแยก กศน ผู้ต้องหาได้ขับรถคันเกิดเหตุมายังไม่ทันเข้าด่าน แต่กลับหยุดรถและหันหัวกลับหลบหนีด่านแบบผิดสังเกตเจ้าหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์พร้อมสายตรวจรถยนต์จึงได้ขับตามไปตรวจสอบแต่รถคันดังกล่าวได้เร่งเครื่องหลบหนีเข้าไปแยกศาลหลักเมือง ผ่านหน้าอำเภอเมืองหลังเก่า แยกโอท็อป

ย้อนศรแยกไปรษณีย์ ย้อนศรผ่านหน้าสำนักงานประปา เข้าหลังสนามกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร ย้อนศรถนนคู่ขนานสะพานข้ามแม่น้ำปิงเข้าวงเวียนวนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำปิง ลงฝั่งนครบุม ออกสี่แยกนครชุม เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพหลโยธินขาล่อง ก่อนจะไปถึงยูเทิร์นหน้าสนามยิงปืนกำแพงเพชร ตำบลคลองแม่ลาย อำเภอเมืองกำแพงเพชรก่อนจะเลี้ยวตัดเข้ายูเทิร์นเพื่อเตรียมหลบหนีเข้าถนนพหลโยธิาขาขึ้นแต่ไปพุ่งชนเข้ากับรถพ่วง 18 ล้อเต็มแรง จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวได้ดังกล่าว

ซึ่งผู้ต้องหายังคงไม่ให้ข้อมูลอะไรมากนักเพียงแต่อ้างว่าขนยาบ้ามาจากภาคเหนือผ่านจังหวัดกำแพงเพชรมุ่งหน้าไปจังหวัดทางภาคกลางเท่านั้น โดยระหว่างที่ขนยาบ้ามาผ่านจังหวัดไหนก็จะสลับป้ายทะเบียนตบตาคนมาตลอดระยะทางไปเรื่อยๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่มเจอด่าน ซิ่งกระบะหนี ตัดสินใจหักหลบยูเทิร์นพุ่งชนพ่วง 18 ล้อ รถพังยับ ค้นเจอยาบ้า 5 ล้านเม็ด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...