“สหรัฐ” เดินหน้าเปิดพื้นที่น้ำมัน-ก๊าซในรัฐอะแลสกา ท่ามกลางแรงต้าน
"สหรัฐ" เดินหน้าเปิดพื้นที่น้ำมัน-ก๊าซในรัฐอะแลสกา รัฐบาลทรัมป์เปิดทางแม้เสียงค้านจากนักอนุรักษ์ รับมืออนาคตพลังงานโลก
วันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 06.32 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าDoug Burgum รัฐมนตรีมหาดไทยของสหรัฐ ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีถึงมาตรการใหม่ในการเปิดพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับการให้สัมปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในรัฐอะแลสกา รวมถึงยกเลิกข้อจำกัดต่อโครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซ LNG และถนนเหมืองแร่ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีเป้าหมายเพื่อเร่งปลดล็อกอุปสรรคด้านพลังงานในรัฐอะแลสกา
รัฐมนตรีมหาดไทยของสหรัฐ ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยมีแผนจะเปิดพื้นที่ 82% ของเขตสงวนน้ำมันแห่งชาติอะแลสกา (National Petroleum Reserve-Alaska) เพื่อให้สัมปทานการพัฒนา และเปิดพื้นที่ชายฝั่งขนาด 1.56 ล้านเอเคอร์ของเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งชาติอาร์กติก (ANWR) เพื่อสำรวจและผลิตน้ำมัน
นอกจากนี้รัฐบาลทรัมป์ยังเตรียมเพิกถอนข้อจำกัดบนพื้นที่ตามแนวท่อส่งน้ำมัน Trans-Alaska และทางหลวง Dalton ทางตอนเหนือของแม่น้ำ Yukon และโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้แก่รัฐอะแลสกา เพื่อเปิดทางให้เกิดโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการถนนเหมืองแร่ Ambler Road โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติเหลว Alaska LNG Pipeline
รัฐมนตรีมหาดไทยของสหรัฐ กล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่สหรัฐจะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ของอะแลสกา เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประเทศและประชาชนในพื้นที่”
ทั้งนี้ การเจาะสำรวจในพื้นที่ธรรมชาติของอะแลสกา โดยเฉพาะในเขต ANWR เป็นประเด็นถกเถียงมาอย่างยาวนานระหว่างฝ่ายสนับสนุนในรัฐอะแลสกา รวมถึงนักการเมืองท้องถิ่น และกลุ่มชนพื้นเมืองบางส่วน ที่มองว่าการพัฒนาแหล่งพลังงานจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ กับฝ่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและรัฐบาลจากพรรคเดโมแครตในอดีตที่พยายามคุ้มครองระบบนิเวศอันเปราะบาง เช่น ฝูงกวางเรนเดียร์ หมีขั้วโลก และนกอพยพจำนวนมาก
ในยุครัฐบาลไบเดน กระทรวงมหาดไทยเคยจัดการประมูลสัมปทาน ANWR เมื่อวันที่ 8 มกราคม แต่ไม่ได้รับความสนใจจากบริษัทพลังงานแม้แต่รายเดียว ขณะเดียวกันยังปฏิเสธโครงการถนน Ambler Road ในปีที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บริษัท Kaktovik Iñupiat Corporation ซึ่งเป็นตัวแทนชุมชนพื้นเมืองเพียงแห่งเดียวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขต ANWR ออกแถลงการณ์สนับสนุนมาตรการของรัฐบาล โดยประธานบริษัทกล่าวว่า“เรายินดีกับการตัดสินใจของกระทรวงมหาดไทย เราต่อสู้มาหลายปีเพื่อสิทธิในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นบนผืนดินของบรรพบุรุษเรา”
ในขณะเดียวกันกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น Earthjustice แสดงความไม่พอใจ โดย คาโรล โฮลลีย์ ทนายประจำสำนักงานอะแลสกา กล่าวว่า “การขยายการขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่สาธารณะของอาร์กติกเป็นความเสี่ยงอย่างมาก ไม่เพียงแต่ต่อสุขภาพของคนท้องถิ่นและสัตว์ป่า แต่ยังส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศโดยรวม”
แม้รัฐบาลทรัมป์จะเร่งเปิดพื้นที่ แต่ภาคอุตสาหกรรมพลังงานยังคงระมัดระวัง เนื่องจากมองว่า อะแลสกาเป็นพื้นที่ลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง และยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจทำให้รัฐบาลในอนาคตกลับมาล็อกพื้นที่อีกครั้ง