โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บทบาท ความหมาย ของ จดหมายเหตุ สยามไสมย ช่องระบาย ทางสังคม

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 02.28 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 02.28 น.

บทความพิเศษ

บทบาท ความหมาย

ของ จดหมายเหตุ สยามไสมย

ช่องระบาย ทางสังคม

ในมุมมองของ กุลลดา เกษบุญชู คำกราบบังคมทูลของบรรดาเจ้านายและข้าราชการเป็นตัวอย่างของคำวิจารณ์จากภายในระบบราชการ ในขณะที่วารสาร “จดหมายเหตุสยามไสมย” เป็นพื้นที่แสดงความเห็นเชิงวิพากษ์จากภายนอกระบบราชการ

วารสารฉบับนี้ตีพิมพ์โดย “หมอสมิท” ระหว่าง พ.ศ.2424-2428 (ค.ศ.1881-1885)

เพื่อเป็นเครื่องมือในการเผยแผ่คริสต์ศาสนา และพร้อมกันนั้นก็วิพากษ์วิจารณ์ นโยบายสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างรุนแรงด้วย

วารสารนี้นำเสนอแนวคิดเรื่องชาตินิยมที่แตกต่างอย่างยิ่งจากแนวทางที่นำเสนอโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและกลุ่มผู้ถวายคำกราบบังคมทูล

ทั้งได้บ่มเพาะความคิดซึ่งจะผลิตดอกออกผลในคนรุ่นถัดไป

บทความต่างๆ ในวารสารหยิบยกเรื่องความสุขความเจริญของราษฎรเหนือสิ่งอื่นใด “จดหมายเหตุสยามไสมย” ได้ทวงถามถึงการปฏิรูปทางสังคมด้านต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้สัญญาไว้เมื่อทศวรรษที่แล้ว

แต่มิได้ดำเนินการให้ลุล่วงตามปณิธาน

เมื่อ กุลลดา เกษบุญชู ตรวจสอบผ่าน หจช.ร.5 ลบ.3/4 เอกสารกรมราชเลขาธิการรัชกาลที่ 5 เบ็ดเตล็ด เรื่องไปรเวทเรื่อง พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ขอกราบบังคมลาไปอยู่เมืองเซี่ยงไฮ้ก่อน (3 พฤษภาคม-24 กันยายน ร.ศ.109)

คำกราบบังคมทูลได้มีจดหมายทูลเชิญเร่งให้พระเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปแนบมาด้วย

และ หจช.ร.5 บ.1.4/2 เอกสารกรมราชเลขาธิการรัชกาลที่ 5 เบ็ดเตล็ด เรื่อง เจ้านายทูลเกล้าฯ ถวายความเห็นเพื่ออัญเชิญเสด็จประพาสยุโรปทอดพระเนตรกิจการ (8 มกราคม ร.ศ.103)

ผลเนื่องแต่ “จดหมายเหตุสยามไสมย”

พื้นที่ ไพร่ สามัญชน

จดหมายเหตุ สยามไสมย

ระบอบทาสซึ่งดำรงอยู่ในสังคมถูกมองว่าเป็นความไม่รักชาติ ในขณะที่สภาพอันเลวร้ายของไพร่ก็ไม่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

“วารสาร” ถูกพวก “ไพร่” ใช้เป็น “เครื่องมือ” ระบายความเดือดเนื้อร้อนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าเรื่องราวเหล่านี้จะไปถึงพระเนตรพระกรรณ และพวกเขาเองก็สิ้นหวังที่จะได้รับการบรรเทาทุกข์ผ่านกลไกของระบบราชการ

ชนชั้นปกครองถูกประณามอย่างรุนแรงว่าเมินเฉยต่อสภาพอันน่าเวทนาของพวกเขา

บทความหนึ่ง (จดหมายเหตุสยามไสมย, เล่ม 3 แผ่น 1 วันพุฒ เดือนสิบ ขึ้นเจ็ดค่ำ ปีวอก ฉอศก 1246) ซึ่งคาดว่าส่งมาจากผู้อ่านชนชั้นไพร่เล่าเรื่องราวของไพร่อย่างสิ้นหวังว่า

หลังจากสักเลกและให้แรงงานหรือชำระส่วยแล้วไพร่ยังต้องจ่ายภาษีอากรอีกเป็นจำนวนมากจนต้องขายลูกหลานไปเป็นทาส

และเมื่อนายสิ้นชีวิตไพร่สมจำต้องเปลี่ยนสถานะเป็นไพร่หลวง และต้องจ่ายภาษีแพงขึ้นพร้อมกับถูกเกณฑ์แรงงานอีกหลายประเภท บทความสรุปไว้ว่า วิธีเดียวที่จะหลีกหนีจากความทุกข์ยากเช่นนี้ได้

คือการทำบุญกุศลเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเกิดมาเป็นไพร่อีก

ปัญหาอีกประการหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกัน ได้แก่ การกดขี่ขูดรีดจากเจ้านายและขุนนางข้าราชการ

“จดหมายเหตุสยามไสมย” ถกปัญหาเรื่องนี้ด้วยหลักการที่คล้ายคลึงกันกับวาทศิลป์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก่อนหน้านี้ นั่นคือ ความสุขความเจริญของราษฎรเป็นสิ่งที่พึงประสงค์

ราษฎรเปรียบเหมือนห่านที่ออกไข่เป็นทองคำ หากราษฎรถูกข้าราชการเอาเปรียบย่อมไม่เป็นผลดีต่อชาติบ้านเมือง

ปัญหานี้จะแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อข้าราชการได้รับเงินเดือนอย่างเหมาะสม

และในทางกลับกัน ข้าราชการควรคำนึงถึงภาระหน้าที่ที่มีต่อราษฎรซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินเดือนแก่พวกตนทางอ้อมด้วย

เจ้าภาษี นายอากร

อภิสิทธิ์ จาก ระบบ

“จดหมายเหตุสยามไสมย” (เล่มที่ 1 แผ่น 6 วันพุฒ เดือนยี่ ขึ้นสองค่ำ จัตวาศก 1244 และเล่ม 2 แผ่น 10 วันพุฒ เดือนอ้าย แรมห้าค่ำ ปีมะแม เบญจศก 1245) ยังกล่าวถึง ปัญหาการจัดเก็บภาษี “อบายมุข”

อาทิ ภาษีฝิ่น อากรบ่อนเบี้ย และหวย

ซึ่งถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของความยากจน การขายตัวลงเป็นทาส และการลักขโมยในหมู่ราษฎร

วารสารยังได้หยิบยกเรื่องความสัมพันธ์พิเศษระหว่างเจ้าภาษีชาวจีนกับข้าราช การซึ่งอนุญาตให้เจ้าภาษีหลายคนติดหนี้แผ่นดินจำนวนมากด้วย

เราอาจยังจำกันได้ว่า เมื่อทศวรรษที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้หยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความชอบธรรมในการรวบอำนาจที่กระจัดกระจายในมือของขุนนางผู้ใหญ่

มาสู่สถาบันกษัตริย์

ปัญญา ความเฉลียวฉลาด

เงาสะท้อน จุดต่าง ชนชั้น

ข้อถกเถียงในมุมมองแบบชาตินิยมอีกประการหนึ่ง มุ่งไปที่ประเด็นเรื่องการให้ความสำคัญกับวุฒิการศึกษา “จดหมายเหตุสยามไสมย” เล่ม 4 แผ่น 25 วันพุฒ เดือนสาม แรมสิบสามค่ำ ปีระกา สัปตศก 1247

ชี้ว่า

ระบบการศึกษาได้หยิบยื่นโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกัน มีแต่บุตรหลานตระกูลเจ้านายและขุนนางเท่านั้นที่ได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ การกีดกันและเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งชนชั้นมาจากความเชื่อทางศาสนาที่ว่า

คนชาติตระกูลชั้นต่ำนั้นเป็นบาปกรรมมาแต่อดีตชาติ และดังนั้น จึงเกิดมาโง่เขลา

ขณะเดียวกัน กุลลดา เกษบุญชู ยังขมวดปิดประเด็นจากวารสาร “จดหมายเหตุสยามไสมย” ฉบับเดียวกัน แต่อยู่ในแผ่นที่ 28 ว่า แต่ “ข้าราชการระดับสูงหลายคนก็มาจากครอบครัวไพร่สามัญชนมาก่อน

ด้วยเหตุนี้ ปัญญา ความเฉลียวฉลาด จึงไม่อาจถือว่ามาจากชนชั้นทางสังคมได้”

จดหมาย สยามไสมย

ระบาย ความตึงเครียด

ในความเห็นของ กุลลดา เกษบุญชู วารสาร “จดหมายเหตุสยามไสมย” ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือบ่อนทำลายระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทั้งด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ตัวระบอบเองและการเสนอตัวเลือกการปกครองในระบอบอื่นๆ

ตัวอย่างเช่น

การอภิปรายเรื่องระบอบการปกครองของฝรั่งเศสซึ่งได้เปลี่ยนจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบรัฐสภาอันมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ

“จดหมายเหตุสยามไสมย” ต้องการสื่อประเด็นว่า ไม่ว่าประมุขแห่งรัฐจะเป็นกษัตริย์ จักรพรรดิ หรือประธานาธิบดี ผู้นั้นจะต้องได้รับการสนับสนุนจากราษฎร หากรัฐบาลขัดขวางความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจหรือไม่อาจรักษากฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยไว้

ก็ย่อมเป็นไปได้ที่ราษฎรจะลุกฮือก่อการจลาจล

สถานะของรัฐบาลขึ้นอยู่กับฉันทานุมัติจากราษฎรส่วนใหญ่ซึ่งอาจจะเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้เช่นกัน

“จดหมายเหตุสยามไสมย” เปิดพื้นที่ให้แก่การแสดงออกซึ่งความตึงเครียดขัดแย้งทางสังคมอันก่อตัวขึ้นหลังจากการปฏิรูประยะแรกของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

แม้วารสารนี้อาจเป็นเพียงภาพสะท้อนของผู้มีการศึกษาในกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นคนส่วนน้อย แต่ก็ได้ปลูกฝังความคิดที่จะบ่อนทำลายความชอบธรรม

ของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในท้ายที่สุด

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บทบาท ความหมาย ของ จดหมายเหตุ สยามไสมย ช่องระบาย ทางสังคม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...