โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มคนดัง เปิดใจสุดช้ำ! ปีที่แล้วโดนของ ทำอะไรก็เจ๊ง

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ก.พ. 2568 เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2568 เวลา 08.44 น. • The Bangkok Insight

ครูไพบูลย์ แสงเดือน หนุ่มคนดัง เปิดใจ เล่าเรื่องราวสุดช้ำที่ทำธุรกิจเจ๋ง สูญเงินหลายล้าน

ปิดตำนาน กงยูเมืองไทย พร้อมเปิดตำนานบทใหม่เป็น มาดามบูลนี่ สำหรับ ครูไพบูลย์ แสงเดือน ที่วันนี้จะมาตอบกระแสหลังเจ้าตัวสลัดลุคหนุ่มก้ามปู มาแต่งหญิง จนฮือฮาไปทั้งโลกออนไลน์ พร้อมเคลียร์ใจโดนชาวเน็ตแซะ โสดจนสติแตก อีกทั้งยังเล่าเรื่องราวสุดช้ำที่ทำธุรกิจเจ๋ง สูญเงินหลายล้าน แถมยังเจอคนรอบข้างทักครูไพบูลย์โดนทำของใส่ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี ชมพู่ ก่อนบ่าย และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ครูไพบูลย์ แสงเดือน เปิดใจสุดช้ำ! ปีที่แล้วโดนของ ทำอะไรก็เจ๊งล้าน

ก่อนหน้านี้ก็ทำลูกชิ้นมีหู ตอนนี้ยังมีอยู่ไหม?

ครูไพบูลย์ : ยังอยู่ แต่เราพักไว้ก่อน ต้นทุนมันสูง แล้วการขนส่งมีปัญหา เพราะมันเป็นของสด ต้องแช่ฟิต ใส่โฟม ใส่น้ำแข็ง เยอะแยะมากมาย เลยพักไว้ก่อน มาทำอะไรที่มันง่าย

ก่อนหน้านี้เคยทำธุรกิจ สูญเงินไป 5,000,000 ?

ครูไพบูลย์ แสงเดือน : เราลงทุนทำร้านอาหารกึ่งผับ ที่ประเทศลาว เรามีเพื่อน มีพี่ เป็นคนในพื้นที่ตรงนั้น ตอนแรกทำ 3-4 คน เพราะมันเป็นร้านไม่ใหญ่ แต่จะเป็นสองชั้น สไตล์คนลาวเขาชอบ

ลงทุนไปแล้วเป็นรูปเป็นร่างไหม หรือไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย?

ครูไพบูลย์ : ทำเสร็จ ทำอยู่ประมาณเกือบหนึ่งปี เพิ่งเลิกทำเมื่อ 3-4 เดือนที่แล้ว

ก็เหมือนจะไปได้สวย ?

ครูไพบูลย์ : ช่วงแรกก็เหมือนได้ ช่วง 3-4 เดือนมันได้ แต่พอหลังๆ มา ผมเห็นค่าใช้จ่ายมากขึ้น แล้วค่าใช้จ่ายที่ผมลงทุนไปผมเอากลับมาไม่ได้แล้ว ของที่ซื้อไว้ก็เอากลับมาไม่ได้

ก็เจ๋งเลย ?

ครูไพบูลย์ : ตอนแรกปล่อยให้คนมาเซ้ง ก็ไม่มีใครเอา เพราะยอดมันสูง เราลงทุนไป 4-5 ล้าน ใครเขาจะมาเซ้งราคานี้

เครียดไหม?

ครูไพบูลย์ แสงเดือน : เครียด เราไม่มีความรู้ด้วย แต่ด้วยความที่เราอยากทำ มีความฝันว่าฉันอยากทำผับนะ แต่พอทำไปจริงๆ มันไม่ใช่ มันซับซ้อน รายละเอียดมันเยอะ ผมเลยยอม

ถ้าหลังจากนี้มีคนมาชวนทำเกี่ยวกับร้านอาหารอีกจะทำไหม ?

ครูไพบูลย์ : ก็ต้องดูก่อน เพราะยังชอบอยู่ ยังไม่ได้ให้คำตอบตัวเองว่าฉันยอมแพ้แล้ว ยังอยากทำอยู่ แต่ขอทำที่มันชัวร์กว่านี้ ที่เราถนัดมากกว่านี้

ที่สูญเงินไป 4-5 ล้าน ตอนนี้ทำยังไง ผ่านมันไปได้ยังไง?

ครูไพบูลย์ : ก็ต้องเริ่มต้นใหม่ คิดซะว่าเราซื้อหวยไม่ถูก เราใช้ชีวิตแบบเสเพล ก็เหมือนเป็นการซื้อเวลาชีวิตตัวเองในการที่ดาวน์ ถือเป็นบทเรียนของชีวิตและมีสติ

ตอนนั้นเครียดขนาดไหน?

ครูไพบูลย์ : เครียดถึงขั้นผมไม่ทำอะไร คือมันช่วงเดียวกันเลย ช่วงดราม่า ร้านอาหารก็ปิด ผมมี 2 ร้าน ที่ไทยก็มี อยู่ที่บ้านต่างจังหวัด เป็นคาเฟ่ ผมก็ได้ปิดปรับปรุงเหมือนกัน แต่เป็นการปิดปรับปรุงแบบถาวร

มีแว๊บนึงที่มันดิ่งสุดไหม ?

ครูไพบูลย์ : เคยครับ เคยคิดเครียดแค้นด้วยนะ คือหมายความว่าใครทำให้เราเป็นแบบนี้ คือโทษคนอื่นด้วย แล้วก็โทษตัวเองด้วย เคยคิดว่าชีวิตต้องแลกด้วยชีวิตเลยนะ ชีวิตผมอยู่ดีๆ ก็มาพัวพันเรื่องคดีความ เรื่องคนใส่ความนู่นนั่นนี่ เป็นดราม่าไม่จบ ไม่สิ้น ก็คิดว่ามันต้องจบแบบไหน

แล้วผ่านมาได้ยังไง ?

ครูไพบูลย์ : ลูกครับ ผมกลับไปหาลูก ทุกครั้งที่รู้สึกแบบนี้จะรีบกลับไปหาลูกก่อน ไปอยู่กับเขา เพราะนี่คือความหวังของเรา แล้วเราคือความหวังของเขา ถ้าเราพลาดไปมากกว่านี้ คือเราแย่มากเลยนะ เราทิ้งเขาเลยนะ มันไม่มีความเป็นพ่อเลย ก็เลยดึงตัวเองกลับมา ใช้ชีวิตให้มีความสุข และให้เขาเห็นเราในมุมที่ดีที่สุด ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ แล้วทำทุกอย่างเพื่อเขา

จะแต่งตัวยังไงจะทำอะไร ขอให้มีรายได้เข้ามา เพื่อลูก?

ครูไพบูลย์ : ใช่ ผมไม่มีรายได้มาหนึ่งปี ธุรกิจที่ลาวก็เจ๊ง ค่ายเพลงก็ไม่มีคนดัง เลิกกับแฟน ผมไม่มีรายได้ ดาวน์มาก แต่รายจ่ายผมยังเท่าเดิม ผมต้องดิ้นรนทุกอย่าง บางทีผมไปกู้เครดิตไม่ผ่านบ้าง เพราะเราไม่เคยกู้ ไม่เคยเป็นหนี้ เราไม่มีเครดิตในแบงก์ต่างๆ เราซื้อสดตลอด ตอนที่เราหาเงินได้ พอเราจะกู้เราทำไม่ได้ มันเครียดมาก เลยมาเจอเพื่อนนี่แหละเมื่อปีที่แล้ว เขาพาเราทำออนไลน์

เห็นว่ากว่าจะผ่านมาได้ ไม่รู้ช่วงไหน เห็นว่าเคยเกิดเรื่องเฉียดตาย?

ครูไพบูลย์ : อันนี้คือตอนไปคอนเสิร์ตกับน้อง ตรงนั้นมันเป็นพื้นที่ชายแดน ไปเล่นคอนเสิร์ตกัน ตอนเล่นมันก็ดีอยู่ จังหวะสนุก เหมือนงานอีกครึ่งชั่วโมงจะเลิก วัยรุ่นเริ่มรู้งานแล้ว ก็ตีกัน แรกๆ ใช้มือ หลังๆ มา เริ่มได้ยินเสียงระเบิด มีเสียงปืนด้วย ตอนแรกเราก็คิดว่าจุดประทัดกันหรือเปล่า แต่มันดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนสงครามเลย

แล้วตอนนั้นครูอยู่ตรงไหน ?

ครูไพบูลย์ : ตอนนั้นคนเริ่มวุ่นวายแล้ว เรารีบกระโดดลงจากเวที และรถเราจอดอยู่หลังเวที ผมพาน้องๆ ขึ้นไปอยู่บนรถ จะเกิดอะไรขึ้นก็แล้วแต่เราอยู่ในรถก่อน ตอนนั้นเสียงน่ากลัวมาก มันเป็นประสบการณ์ครั้งใหญ่ที่ไปคอนเสิร์ตแล้วมีการตีกันแบบรุนแรง แต่ก็รอดมาได้

โดนทำของใส่มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ?

ครูไพบูลย์ : เมื่อปีที่แล้ว

ใครทำเรารู้ตัวไหม ?

ครูไพบูลย์ : ไม่รู้ คือเรารู้ตัวแต่เพื่อนบอกว่า เธอเป็นอะไร หน้าเธอนับวันยิ่งคล้ำ ผอม แล้วดำลงเรื่อยๆ ไม่มีความสุขเลย แล้วแววตาเธอเศร้าตลอดเวลา เป็นอะไร ลูกน้องที่ทำงานก็เหมือนกัน ทักว่าเป็นอะไร ถูกของใคร ทำไมหน้าเศร้าตลอดเวลา แล้วทำอะไรก็ไม่ได้ ต้องอยู่ในบ้าน

ตัวเราเองรู้สึกไหมว่ามันมีอะไรเปลี่ยนไป ?

ครูไพบูลย์ : ผมรู้สึกแค่ว่าทำไมทำอะไรยากจัง หาเงินยากมาก ทำอะไรก็ยังไม่ดี เหนื่อย แล้วไม่อยากทำอะไรเลย มีแต่อยากไปเที่ยว อยากดื่ม

เห็นว่าตอนแรกคนทักอะไรก็ไม่เชื่อ คิดว่าตัวเองเป็นช่วงดิ่ง?

ครูไพบูลย์ : ใช่

แต่มีประโยคที่เพื่อนทักทำให้รู้สึกว่าต้องไปถอนของคืออะไร ?

ครูไพบูลย์ : เธอเชื่อไหมว่าทำอะไรมันก็จะไม่ดีขึ้น เพราะเธอโดนของด้วยการครอบเอาไว้ เราก็มาคิด มันก็ใช่นะ รู้สึกว่าทำอะไรก็เจ๊ง ดาวน์มาตลอด จะทำอาหารเสริมมาขาย ก็เจ๊งอีก

พอเชื่อแล้วไปแก้ยังไง ?

ครูไพบูลย์ : ก็มีการสวด อาบน้ำมนต์ ฝังตะกรุด

แล้วพอถอนปุ๊บเป็นยังไง ?

ครูไพบูลย์ : ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น คือมันเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วที่ได้รู้จักเพื่อน ก็เริ่มวางแผนเดี๋ยวเธอต้องเข้าโรงงานนี้นะ เพื่อหาผลิตภัณฑ์ใหม่

ครูรู้ว่าใครเป็นคนทำของใส่ ?

ครูไพบูลย์: ไม่รู้เลยเพราะเราเจอคนเยอะ แต่เขาบอกว่าเป็นผู้หญิง ตอนไปแก้ก็มีทั้งพระ พราหมณ์ ทุกอย่างทัก เพื่อนพาไปแทบทุกที่ และเป็นการทำให้เราสบายใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...