โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทิศทางวงการศิลปะไทย ความท้าทายและโอกาสในระบบนิเวศที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ONCE

เผยแพร่ 15 มี.ค. 2568 เวลา 07.04 น.

มูลค่าสินทรัพย์ศิลปะไทยที่พุ่งสูงถึง 24,000 ล้านบาท และการซื้อขายประจำปีที่ 1,400 ล้านบาท ไม่ใช่เพียงตัวเลขที่น่าตื่นเต้น แต่เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในวงการศิลปะไทย การเสวนาล่าสุดที่จัดโดย "อาร์ต แท็งก์ กรุ๊ป" เผยให้เห็นถึงภาพของระบบนิเวศศิลปะที่กำลังปรับตัวท่ามกลางพลวัตของตลาดโลก และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

เมื่อนักสะสมรุ่นใหม่เปลี่ยนเกมการเล่น

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดศิลปะไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีปัจจัยสำคัญมาจากการปรากฏตัวของนักสะสมรุ่นใหม่ ซึ่งมีพื้นฐานทางความคิดและรสนิยมแตกต่างจากนักสะสมรุ่นก่อน กิตติภรณ์ ชาลีจันทร์ อดีตนายกสมาคมนักสะสมงานศิลปะไทย ชี้ให้เห็นว่ากระแส ART TOY กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่นำคนรุ่นใหม่เข้าสู่วงการสะสมศิลปะ

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการบรรจบกันระหว่างวัฒนธรรมร่วมสมัย (Contemporary Culture) กับโลกของศิลปะชั้นสูง (High Art) ซึ่งเคยแยกขาดจากกันอย่างชัดเจน นักสะสมรุ่นใหม่เหล่านี้มักจบการศึกษาจากต่างประเทศ มีประสบการณ์ในการเข้าถึงพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ระดับโลก จึงมีมุมมองที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงกับแนวโน้มศิลปะระดับสากล ต่างจากนักสะสมยุคก่อนที่มักจำกัดตัวเองอยู่ในกรอบของศิลปะแบบดั้งเดิม

คุณเสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท อาร์ต แท็งก์ กรุ๊ป จำกัด

สิ่งที่ไทยยังขาด

แม้ตลาดจะเติบโต แต่ในวงเสวนานี้ก็ยังชี้ให้เห็นช่องว่างสำคัญในระบบนิเวศศิลปะไทยที่ยังต้องได้รับการพัฒนา:

1.การศึกษาด้านศิลปะ - เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท อาร์ต แท็งก์ กรุ๊ป จำกัด มองว่าปัญหาสำคัญของประเทศไทยไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของศิลปินหรือผลงาน แต่อยู่ที่ระบบการศึกษาซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนารสนิยมทางศิลปะตั้งแต่วัยเยาว์ การขาดการปลูกฝังความซาบซึ้งในศิลปะตั้งแต่เด็กส่งผลให้ฐานผู้บริโภคศิลปะในประเทศยังมีจำนวนจำกัด

2.ความต่อเนื่องของแกลเลอรี่ - แกลเลอรี่เป็นตัวกลางสำคัญในการสร้างตลาดศิลปะ แต่ปัญหาอัตราการปิดตัว (Turn Over) ที่สูงของแกลเลอรี่ในไทย เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างศิลปิน แกลเลอรี่ และนักสะสม ซึ่งเป็นรากฐานของตลาดศิลปะที่เข้มแข็ง

3.โครงสร้างพื้นฐาน - กิตติภรณ์ตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศไทยยังล้าหลังในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับวงการศิลปะระดับนานาชาติ ทั้งในด้านพื้นที่จัดแสดง ระบบการประกันและดูแลผลงานศิลปะ ตลอดจนการเชื่อมโยงกับเครือข่ายศิลปะระดับโลก

ความท้าทายที่รออยู่

ขณะที่รัฐบาลไทยประกาศนโยบายผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรม การวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญเผยให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะสิงคโปร์ ฮ่องกง ซึ่งมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางศิลปะอย่างจริงจังมาเป็นเวลานาน

ความท้าทายของไทยจึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาตลาดภายในประเทศ แต่ยังต้อง "ตีโจทย์ให้แตก" เพื่อค้นหาจุดเด่นที่แตกต่างในบริบทของตลาดศิลปะระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและโลกาภิวัตน์ทำให้พรมแดนทางศิลปะเลือนรางลง

สามเสาหลักสู่ระบบนิเวศที่ยั่งยืน

เพราะนิเวศศิลปะที่ยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ต้องมีปัจจัยที่เอื้อต่อการเติบโต ผู้เชี่ยวชาญยังเสนอแนวทางการพัฒนาสามประการที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศศิลปะไทย:

1.การขยายพื้นที่ศิลปะ - อดุลญา ฮุนตระกูล ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มองว่าการเพิ่มพื้นที่แสดงงานศิลปะทั้งในเชิงปริมาณและการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ จะช่วยสร้างการเข้าถึงศิลปะในวงกว้าง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างผู้บริโภคศิลปะในระยะยาว

2.การเสริมความเข้มแข็งให้แกลเลอรี่ - แกลเลอรี่เป็นเสมือนระบบนิเวศย่อยที่เชื่อมโยงระหว่างศิลปิน ผู้ชม และตลาด การสนับสนุนให้แกลเลอรี่มีความยั่งยืนทางธุรกิจ จึงเป็นการลงทุนในโครงสร้างที่จะช่วยพัฒนาตลาดศิลปะอย่างเป็นระบบ

3.การเสริมสร้างความหลงใหลในศิลปะ - การปลูกฝังความเข้าใจและซาบซึ้งในศิลปะตั้งแต่วัยเด็ก ไม่เพียงแต่จะสร้างผู้บริโภคศิลปะในอนาคต แต่ยังเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ใส่คำบรรยายภาพ

สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลง

นอกจากการพูดคุยที่ได้ความรู้มากมายในวงเสวานี้แล้ว ยังมีการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของวงการอาร์ต นั่นคือ ผลิตภัณฑ์ "ART IN-SURE" ประกันภัยคุ้มครองงานศิลปะแห่งแรกในประเทศไทย จากความร่วมมือระหว่าง Art Tank Group และบริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไม่เพียงเป็นการเติมเต็มช่องว่างในระบบนิเวศศิลปะ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเติบโตของตลาดศิลปะไทย

สิ่งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการยกระดับวงการศิลปะไทยสู่มาตรฐานสากล และเป็นสัญญาณที่ดีว่าภาคเอกชนกำลังมองเห็นศักยภาพและโอกาสในการลงทุนในวงการศิลปะมากขึ้น

ใส่คำบรรยายภาพ

โอกาสและความท้าทาย

ด้วยแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนและความพยายามในการพัฒนาระบบนิเวศศิลปะจากทุกภาคส่วน ประเทศไทยมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางศิลปะที่สำคัญในภูมิภาค แต่การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นที่เป็นจุดอ่อนเชิงโครงสร้าง

ความท้าทายที่สำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเชิงพาณิชย์กับการรักษาคุณค่าทางศิลปะ และการหาจุดยืนที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยในเวทีศิลปะโลก โดยไม่ละทิ้งรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศ

ทุกภาคส่วนสามารถร่วมมือกันอย่างมีทิศทางในการพัฒนาระบบนิเวศศิลปะตามแนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญเสนอแนะ ศิลปะไทยมีแนวโน้มที่จะไม่เพียงเติบโตในเชิงมูลค่า แต่ยังจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศในอนาคตอันใกล้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...