กกร. หวั่นภาษี`ทรัมป์` ฉุดจีดีพีไทยปีนี้อีก 0.2 - 0.6% จากเป้าหมายเดิม 2.4-2.9%
กกร. หวั่นภาษี"ทรัมป์" ฉุดจีดีพีไทยปีนี้อีก 0.2 - 0.6% จากเป้าหมายเดิม 2.4-2.9%
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 เม.ย. 68 13:00 น.
กกร. แนะจับตามาตรการภาษีตอบโต้ทรัมป์คืนนี้ หากรุนแรงหวั่นกระทบจีดีพีไทยปีนี้ลงอีก 0.2 - 0.6% จากเป้าจีดีพีปีนี้ที่คาดไว้ที่ 2.4-2.9% ด้านสมาคมธนาคารไทย ระบุรอดูผลกระทบจากแผ่นดินไหว ก่อนออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่ม
นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานอาวุโส สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กกร.) เปิดเผยในงานแถลงข่าวว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญหลายปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้จีดีพีปี 68 ต่ำกว่าที่เคยคาด จากกรอบประมาณการเดิมอยู่ในช่วง 2.4-2.9% ซึ่งได้คำนึงถึงผลกระทบบางส่วนจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ไว้แล้ว แต่ยังมีความไม่แน่นอนถึงขนาดและขอบเขตของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในคืนวันนี้ ซึ่งอาจจะกระทบต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นอีกราว 0.2-0.6%
"ยังไม่แน่นอนว่าคืนนี้ การประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของโดนัลด์ ทรัมป์ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เบื้องต้นวันนี้เรายังคงคาดจีดีพีปีนี้โต 2.4 - 2.9%, ส่งออกโต 1.5 - 2.5% และเงินเฟ้อ 0.8 - 1.2% แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมา เราคาดว่าอาจจะกระทบจีดีพีได้ประมาณ 0.2 - 0.6% ซึ่งตอนนี้เรายังไม่รู้ แต่ประมาณการณ์แค่นี้ก่อน" นายทวีกล่าว
นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังอาจถูกกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวได้ช้า และเหตุการณ์แผ่นดินไหว ฉะนั้นไทยต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งจากภายใน โดยเร่งดำเนินการผ่าน
1) นโยบายระยะสั้น มุ่งลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนภายนอก ปรับกรอบนโยบายมหภาคให้เอื้อต่อการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และ
2) นโยบายระยะยาว มุ่งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านต่าง ๆ และยกระดับขีดความสามารถภาครัฐ
โดยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ที่ประชุมกกร.ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นว่าขณะนี้เป็น Moment of opportunity ในการสร้างความเชื่อมั่นท่ามกลางความไม่แน่นอนรอบด้าน จากทั้งเรื่องของสงครามการค้า และเหตุแผ่นดินไหวที่เพิ่งเกิดขึ้น โดยร่วมกันบูรณาการความร่วมมือ ทั้งในส่วนกระบวนงานของส่วนราชการและองค์กรภาคเอกชนที่ควรมีการปฏิรูป
โดยให้ความสำคัญกับการมีข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ประกอบการพิจารณาแผนการรับมือและการจัดการกับปัญหา ทั้งนี้ เห็นว่า ควรใช้โอกาสที่มีการสำรวจความปลอดภัยของอาคารและสิ่งปลูกสร้างจากเหตุแผ่นดินไหว เปิดเผยข้อมูลการสำรวจอย่างโปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน รวมถึงนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากต่างประเทศ
ส่วนมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ยกระดับขึ้น สหรัฐฯ ดำเนินนโยบายการค้าที่มีความไม่แน่นอนสูง นโยบายสำคัญที่เตรียมจะประกาศใช้ คือ ภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และภาษีศุลกากรเฉพาะสินค้า (Specific Tariffs) ซึ่งคาดว่าจะกระทบประเทศคู่ค้าและสินค้าเป็นวงกว้าง ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้กับประเทศที่มีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในระดับสูง โดยอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้จะขึ้นอยู่กับส่วนต่างระหว่างภาษีศุลกากรที่ประเทศคู่ค้าเรียกเก็บจากสหรัฐฯ กับอัตราที่สหรัฐฯ เรียกเก็บ
จับตามาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กระทบส่งออกไทย โดยไทยถือเป็นประเทศเป้าหมายหนึ่ง เนื่องจากมีส่วนต่างอัตราภาษีศุลกากรและการเกินดุลกับสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูง ธุรกิจอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ปิโตรเคมี ของไทย อาจเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นจากนโยบาย Reciprocal Tariffs ของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังต้องจับตาผลกระทบทางอ้อมผ่านคู่ค้าสำคัญ เช่น จีน ในอุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง นอกจากนี้ ปัญหาสินค้าจีนทะลักเข้ามาไทยอาจรุนแรงขึ้น รวมถึงสินค้าจากสหรัฐฯ ที่ไทยอาจต้องนำเข้าเพิ่มขึ้นหลังการเจรจาการค้า
ด้านนายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากกรณีแผ่นดินไหวภาคธนาคารได้คุยร่วมกันว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาเพิ่มเติมหรือไม่ จากเดิมที่แต่ละธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวแล้วทันที เช่น เพิ่มวงเงินสินเชื่อ หรือการปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งนอกเหนือจากความช่วยเหลือเหล่านี้ จะต้องใช้เวลาสำรวจผลกระทบโครงสร้าง สถาปัตยกรรม อสังหาริมทรัพย์ และรอดูข้อมูลการเคลมประกันต่างๆ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
"แบงก์คงไม่ได้หยุดปล่อนสินเชื่อคอนโดไปเลย เพียงแต่ว่าการปล่อนสินเชื่อคงต้องให้เป็นมาตรการฐานบริหารความเสี่ยง โดยหลังจากนี้ธนาคารขอหารือกันก่อนว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมใดที่สามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับกระทบจากแผ่นดินไหว" นายกอบศักดิ์กล่าว
รายงาน โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ