โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ไจแอ้น ลูกชิ้นระเบิด’ จากร้านในตลาดนัด สู่บริษัทที่จะติดนามสกุล ‘มหาชน’ ในอีก 5 ปี

Positioningmag

อัพเดต 25 ก.พ. 2568 เวลา 12.57 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2568 เวลา 12.57 น.

เมื่อ 16 ปีก่อน ‘ไจแอ้น ลูกชิ้นระเบิด’ ได้ถือกำเนิดขึ้นมา จากการที่ ‘อนพ วัฒนกูล’ รู้สึกอิ่มตัวกับการเป็นพนักงานออฟฟิศ จึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดที่ทำมานานมากกว่า 20 ปี เพื่อมาทำธุรกิจของตัวเอง
ณ ตอนนั้น เขาศึกษาความเป็นไปได้ขอใสินค้าอยู่หลายตัว โดย วิธีคิด คือ อยากทำสินค้าที่อยู่คู่กับคนไทยแบบยั่งยืน ไม่ใช่ ‘แฟชั่น’ ที่ มาแล้วไปอย่างรวดเร็ว และสุดท้ายมาสรุปที่ ‘ลูกชิ้นทอด’ เพราะนอกจากจะเป็นสินค้าที่คนไทยบริโภคเป็นประจำตั้งแต่เด็กจนโตแล้ว ยังเห็นโอกาสทางธุรกิจ เพราะแม้ยุคนั้นจะมีลูกชิ้นทอดขายมากมายตามท้องตลาด แต่ไม่มีสักรายที่สร้างแบรนด์และทำการตลาดจริงจัง
เมื่อเห็นช่องทางการทำธุรกิจ อนพจึงเริ่มต้นซื้อลูกชิ้นของเจ้าหนึ่งมาทอดขายในตลาดนัดท่าอิฐ จังหวัดนนทบุรี เพื่อศึกษากระบวนการต่าง ๆ ทั้งเทคนิคการทอด วิธีการขาย การจัดส่งและการจัดเก็บ ฯลฯ กระทั่งมั่นใจจึงสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา ใช้ชื่อว่าไจแอ้น ลูกชิ้นระเบิด โดยชื่อมาจาก‘ความใหญ่ของตัวลูกชิ้น’ และได้เปิดขายแฟรนไชส์หลากหลายรูปแบบ ทั้งเคาน์เตอร์ รถเข็น มอเตอร์ไซด์พ่วงข้าง บูธ และซุ้ม
ตอนนี้จากร้านลูกชิ้นทอดในตลาดนัด ไจแอ้น ลูกชิ้นระเบิด มีสาขา 2,500 แห่งกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งตลาดนัด ชุมชน ปั๊มน้ำมัน ศูนย์การค้า ตลอดจนห้างหรูอย่าง Emporium และอภิมหาโปรเจ็ค One Bangkok ไม่รวมแฟรนไชส์ในกัมพูชาอีกกว่า 10 แห่ง
ทว่ากว่าจะประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นก็ต้องผ่านอุปสรรคมามากมายเช่นกัน

แผนธุรกิจที่ไม่มีคนเชื่อว่า เป็นไปได้

อนพ วัฒนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อร่อยระเบิด จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ ไจแอ้น ลูกชิ้นระเบิด เล่าว่า หลังจากมั่นใจจะขายอะไร เขาได้เขียนแผนธุรกิจ กำหนดสเปกลูกชิ้นปลาที่คิดค้นพัฒนาขึ้นมาเองในคอนเซปต์ ‘กรอบนอก นุ่มใน ไม่เหนียว ไม่เหี่ยว ไม่คาว’ ไปนำเสนอโรงงานลูกชิ้นที่มหาชัยมากกว่า 10 โรงงาน ปรากฏว่าถูกปฏิเสธทั้งหมด และบางแห่งไล่ตะเพิดเขาออกมา


“โรงงานเขาไม่เชื่อว่า แผนธุรกิจจะเป็นได้ด้วยข้อจำกัดที่มีสาขาเพียงแห่งเดียว สิ่งที่ผมทำ คือตัดสินใจใช้เงินจากการเออร์รี่ซื้อรถเข็น 20 คัน แล้วแจกเลย ทำให้ผมขยายสาขาได้ทันที 20 แห่ง ช่วยให้โรงงานเห็นวอลุ่มในการผลิต และทุกสาขาประสบความสำเร็จ ทำให้ภายในปีเดียวสามารถขยายสาขาเพิ่มเป็น 100 แห่ง จนผมได้โรงงานที่ยอมผลิตให้ผมเจ้าเดียวและเป็นพาร์ทเนอร์ที่เติบโตมาด้วยกันจนถึงวันนี้”

สำหรับจุดที่ทำให้ไจแอ้น ลูกชิ้นระเบิดเดินมาถึงทุกวันนี้ อนพยอมรับเป็นจังหวะและโอกาสในช่วงเวลานั้นด้วย คือ 1.เลือกโปรดักท์ถูก 2.ด้วยตัวเขาเองมีประสบการณ์ทำงานในบริษัทใหญ่มานาน ทำให้นำสิ่งที่เรียนรู้มาวางระบบให้กับธุรกิจตัวเอง 3. การที่เรียนด้านการตลาด บวกกับทำงานด้านนี้มานานกว่า 20 ปี ทำให้สามารถวางแผนการตลาดได้ดี
และ 4. ความหลากหลายของแฟรนไชส์ทั้งรูปแบบและราคาที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ โดยรูปแบบมีให้เลือกมากมาย เช่น เคาน์เตอร์ รถเข็น มอเตอร์ไซด์พ่วงข้าง บูธ และซุ้ม ส่วนราคาก็มีให้เลือกกว่า 10 ชุด เริ่มต้นตั้งแต่ราคาหลักพันไปจนห้าหมื่นกว่าบาท

“ตอนนั้นมีคนทำตลาดลูกชิ้นพอสมควร แต่คนสร้างแบรนด์และการตลาดจริงจังค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจจะถือเป็นความโชคดีของเราด้วย เราเก่งการตลาด เราก็ทำอย่างเดียว ไม่สร้างโรงงาน ทำให้คล่องตัว มีโฟกัสชัดเจน ช่วยให้ธุรกิจเราประสบความสำเร็จได้ภายในปีเดียว”


อีก 5 ปี นำบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

จากร้านลูกชิ้นทอดในตลาดนัดเมื่อ16 ปีก่อน ปัจจุบันไจแอ้น ลูกชิ้นระเบิด มีสาขา 2,500 แห่งกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งตลาดนัด ชุมชน ปั๊มน้ำมัน ศูนย์การค้า ตลอดจนห้างหรูอย่าง Emporium และอภิมหาโปรเจ็ค One Bangkok ไม่รวมแฟรนไชส์ในกัมพูชาอีกกว่า 10 แห่ง
และแน่นอนว่า การเดินทางของร้านลูกชิ้นทอดแห่งนี้ยังมีเส้นทางอีกยาวไกล เพราะในอีก 5 ปีข้างหน้า อนพวางแผนจะนำแบรนด์และบริษัทที่เขาปลุกปั้นขึ้นมาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่ง ณ วันนั้นไจแอ้น ลูกชิ้นระเบิดต้องมีสาขา 5,000 แห่ง และต้องมีธุรกิจมากกว่าลูกชิ้นทอด
โดยโจทย์นี้ถูกส่งผ่านมาสู่ทายาทอย่าง ‘สารัช วัฒนกูล’ ที่เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจแทนผู้เป็นพ่อเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขาย และการตลาด บริษัท อร่อยระเบิด จำกัด


“รุ่นคุณพ่อ เป็นการเริ่มต้นธุรกิจด้วยการอยากสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้คนไทย มาถึงตอนนี้แบรนด์เราเดินทางมา 16 ปี เป็นที่รู้จักแล้ว โจทย์ของผม คือ ทำอย่างไรถึงจะรักษาคุณภาพ มาตรฐาน และสร้างให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่องไปให้ได้ การเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็เป็นวิธีหนึ่ง”

สารัชเข้ามารับช่วงธุรกิจในยุคที่การตลาดเปลี่ยนผ่านจากแบบดั้งเดิม เน้นสื่อสารและโฆษณาตามนิตยสารหรือเปิดบูธตามงานต่าง ๆ มาสู่ยุคดิจิทัล ทำให้เขาโฟกัสในเรื่องนี้ โดยเน้นทำการตลาดออนไลน์ในทุกช่องทางและมีโซเชียลมีเดียเป็นของตัวเองในทุกแพลตฟอร์ม
ขณะเดียวกัน พยายามเพิ่มยอดขายให้แฟรนไชส์แต่ละแห่ง ด้วยการพัฒนามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐานคุณภาพรสชาติและความปลอดภัย รวมถึงเซ็ทระบบต่าง ๆ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น การตรวจสอบยอดขาย การใช้วัตถุดิบของลูกค้าที่ซื้อแฟรนไชส์ เป็นต้น เพื่อสร้างความไว้วางใจต่อผู้บริโภค
นอกจากนี้ ยังต้องพยายามมองหาตลาดใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้า อย่างเช่น การไปออกบูธตามคอนเสิร์ต งานอีเวนท์ต่าง ๆ และการจัดเลี้ยงนอกสถานที่


รวมถึงพยายามออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแปลกใหม่และดึงให้ลูกค้าเข้าร้านบ่อยที่สุด ซึ่งภายในปีนี้จะมีโปรเจคใหม่ที่ถือว่าใหญ่สำหรับสร้างการเติบโตให้กับไจแอ้น โดยอาจจะมีการเปิดแบรนด์ใหม่ที่ไม่ใช่ ‘ลูกชิ้น’ แต่เป็น ‘อาหารจานหลัก’ สไตล์สตรีทฟู้ดส์ ซึ่งจะเห็นช่วงไม่เกินไตรมาส 3 ของปีนี้

“ตอนนี้โลกเปลี่ยน คนเปลี่ยน คู่แข่งก็เยอะ มีการแข่งขันมากขึ้นไม่เฉพาะในตลาดลูกชิ้น ยังหมายรวมถึงในตลาดสินค้าทดแทนอื่น ๆ ถ้าวันไหนเราหยุดเติบโต ลูกค้าที่ซื้อแฟรนไชส์ไปก็หยุดเติบโตไปด้วย ดังนั้น เราต้องหาทางโตต่อเนื่อง และเรายังยึดมั่นในสตรีท ฟู้ดส์ เพราะเป็นอะไรที่อยู่คู่คนไทย”

ส่วนเทรนด์สุขภาพที่มาแรง จะมีผลต่อยอดขายของลูกชิ้นทอด พระเอกหลักในตอนนี้หรือไม่
ทั้งอนพและสารัชมีความเห็นตรงกันว่า ‘ไม่’ เนื่องจากที่ผ่านมาทางไจแอ้นท์มีการออกเมนูสุขภาพ เช่น ลูกชิ้นนึ่ง แต่ขายดีสู้ตัวทอดไม่ได้ ทำให้เห็นว่า แม้กระแสสุขภาพมาแรง แต่สุดท้ายคนก็ยังชอบของทอดอยู่ดี ไม่เช่นนั้น ‘เคเอฟซี’ คงไม่สามารถอยู่รอดและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...