โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซ้อมแผนเผชิญเหตุ แนะวิธีเอาตัวรอดเมื่อเด็กเล็กติดในรถยนต์ ด้านกรมควบคุมโรคเผยสถิติพบเด็กถูกลืมในรถกว่า 129 เหตุการณ์

TODAY

อัพเดต 31 ส.ค. 2565 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2565 เวลา 09.00 น. • workpointTODAY

เหตุการณ์ลืมเด็กนักเรียนไว้ในรถรับส่งเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสังคมไทย เช่น กรณีล่าสุดครูไม่ได้เช็กจำนวนนักเรียนลงจากรถ ส่งผลให้เด็กหญิงวัย 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2 ต้องติดอยู่ในรถตู้เป็นเวลานานกระทั่งเธอเสียชีวิต และกว่าครูจะทราบว่าเด็กนักเรียนหายไปก็คือเวลาเลิกเรียน นั่นหมายความว่าเด็กหญิงวัย 7 ขวบติดอยู่ในรถตั้งแต่เช้ารถเย็น

จากสถิติเด็กถูกลืมไว้ในรถรวบรวมโดยกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค พบว่าช่วงปี 2557-2563 เกิดเหตุการณ์เด็กที่ถูกลืมและทิ้งให้อยู่ในรถคนเดียวมาถึง 129 เหตุการณ์ มีเด็กเสียชีวิต 6 ราย อายุระหว่าง 2-6 ปี ทั้งหมดติดอยู่ในรถเกินกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งสอดคล้องกับศูนย์วิจัยสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี เคยให้ข้อมูลไว้ว่า เด็กส่วนใหญ่ที่ติดอยู่ในรถไม่ได้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ แต่เป็นเพราะความร้อนภายในรถที่สูงขึ้น หากเด็กติดอยู่ในรถที่จอดกลางแดด 5 นาที อุณหภูมิจะสูงขึ้นจนไม่สามารถทนอยู่ได้ หากติดนาน 10 นาที ร่างกายจะยิ่งแย่ และ 30 นาที เด็กจะเกิดภาวะเลือดเป็นกรด ช็อก หมดสติ สมองบวมตามมา จากนั้นอาจหยุดหายใจ อวัยวะทุกอย่างก็จะหยุดทำงาน และอาจเสียชีวิตได้

เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นหากทุกคนช่วยกันป้องกันใน 3 ข้อควรจำ คือ

  • นับ จำนวนเด็กก่อนขึ้นและหลังลงจากรถทุกครั้ง
  • ตรวจตรา ก่อนล็อคประตูรถ ตรวจดูให้ทั่วรถ
  • ไม่ประมาท ไม่ทิ้งเด็กไว้เพียงลำพัง แม้จะชั่วระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม

นอกจากนี้ครูและผู้ปกครองควรสอนให้เด็กรู้จักวิธีเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่ในรถ โดยใช้นิทานหรือสื่อการ์ตูนให้ความรู้ เช่น

- สอนเด็กให้รู้จักการบีบแตรเป็นจังหวะ เพื่อขอความช่วยเหลือ

- สอนวิธีปลดล็อกประตูรถ

- สอนให้เปิด-ปิดกระจกรถเป็น

- รู้จักเปิดไฟฉุกเฉิน หรือใช้ค้อนทุบกระจกให้แตก

และวิธีเอาตัวรอดจากการติดในรถอีกวิธีที่สำคัญคือ การติดต่อพ่อแม่ผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทวอทช์ ผู้ปกครองต้องสอนให้ลูกหลานใช้กดปุ่มโทรฉุกเฉินเป็น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...