เปิดปากหนุ่มฆ่าหั่นศพกิ๊กสาว แซวตำรวจ “เร็วจัง”
สำนักข่าวไทย Online
อัพเดต 02 ต.ค. 2565 เวลา 12.27 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2565 เวลา 12.27 น. • สำนักข่าวไทย อสมทสมุทรปราการ 2 ต.ค.-หนุ่มมือฆ่าหั่นศพกิ๊กสาว ฝังอำพรางบริเวณใต้ทางด่วนย่านนวมินทร์ พูดแซวตำรวจขณะถูกจับว่า “เร็วจัง” รับหึงหวงและแค้นที่ฝ่ายหญิงตีจาก เตรียมการไว้ล่วงหน้านาน 2 เดือน วันนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ลงพื้นที่ สภ.สำโรงเหนือ แถลงผลการจับกุมด้วยตนเอง
ตำรวจบุกรวบตัว นายชาญวิทย์ หรือดอน อายุ 35 ปี ภายในห้องพักที่เกิดเหตุ ทันทีที่เจ้าตัวกลับเข้าห้องพักอีกครั้ง หลังจากฝั่งอำพรางชิ้นส่วนผู้เสียชีวิต ซึ่งก็คือ น.ส.อรนันท์ หรือพิน อายุ 30 ปี กิ๊กสาวเรียบร้อยแล้ว โดยตำรวจได้ขอให้ทางคอนโดที่เกิดเหตุมาเคาะประตูเรียกให้นายชาญวิทย์ เปิด ประตูให้ ทันทีที่ประตูถูกเปิด ตำรวจซึ่งนำโดย พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สมุทรปราการ ก็ได้เข้าไปชาร์จตัวนายชาญวิทย์ ทันที ซึ่งเจ้าตัวก็มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้มีท่าทีตกใจ หรือ ขัดขืนการควบคุมตัวแต่อย่างใด ทั้งยังรับสารภาพโดยง่ายดายว่าลงมือก่อเหตุจริง แถมเจ้าตัวยังพูดแซวตำรวจว่า “เร็วจัง” เพราะคิดไว้แล้วว่าหลังก่อเหตุคงหนีไม่รอด แต่ไม่คิดว่าจะถูกจับเร็วขนาดนี้ นอกจากนี้นายชาญวิทย์ ยังชักชวนตำรวจให้ไปคุยกันที่โรงพักด้วย
นายชาญวิทย์ บอกว่า ตอนนี้ว่างงานหลังลาออกจากอาชีพขายอสังหาริมทรัพย์ที่เคยทำอยู่ด้วยกันกับ น.ส.อรนันท์ ผู้ตาย ตนเองกับ น.ส.อรนันท์ แอบคบหากันมากว่า 2 ปี ตนเองได้ให้เงินเลี้ยงดู แต่ก็ไม่มีสถานะที่ชัดเจน ต่อมาระยะหลัง ฝ่ายหญิงเริ่มตีตัวออกห่าง เพราะรู้ว่าตนเองมีภรรยาอยู่ก่อนเเล้ว ทำให้เกิดความคับแค้นใจ จึงวางแผนฆ่าในช่วง 2 เดือนมานี้ นอกจากนี้ตนเองยังแอบไปขุดหลุมที่ใต้ทางด่วนเอาไว้ เพื่อฝังอำพรางศพก่อนลงมือฆ่า โดยได้ซื้อน้ำยาล้างห้องน้ำจำนวนมาก รวมถึงเครื่องมือหั่นศพ เช่น เลื่อยไฟฟ้า เตรียมไว้ในรถ แต่ยังไม่สบโอกาสลงมือ
กระทั่งวันที่ 28 กันยายน ได้นัดให้ฝ่ายหญิงมาหาที่ซอยลาซาล จากนั้นได้เปิดห้องพักรายวันที่ย่านสำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ(ที่เกิดเหตุ) เป็นเวลา 5 วัน เพื่อเคลียร์ปัญหา แต่เคลียร์ไม่ได้ ซ้ำยังมีปากเสียงเรื่องความหึงหวง จึงใช้มีดที่เตรียมมาแทงฝ่ายหญิง รวม 7 แผล จนฝ่ายหญิงแน่นิ่ง เมื่อแน่ใจว่าเสียชีวิตแล้ว จึงลากศพไปไว้ในห้องน้ำ จากนั้นไปซื้ออุปกรณ์หั่นศพ ที่ห้างสรรพสินค้าย่านบางแก้ว จากนั้นก็ได้กลับไปนอนที่บ้านพัก ย่านวัชรพล โดยทิ้งศพ น.ส.อรนันท์ ไว้ในห้องน้ำเพียงลำพัง
กระทั่งวันต่อมา (29 ก.ย.) นายชาญวิทย์ กลับมาที่คอนโดอีกครั้ง เพื่อลงมือหั่นร่าง น.ส.อรนันท์เป็นชิ้นส่วนต่างๆ จากนั้นได้นำชิ้นส่วนผู้เสียชีวิตใส่ถุงขยะสีดำ เตรียมนำไปฝังดิน โดยการใช้เวลาหั่นศพ และพยายามทำลายหลักฐาน หลายชั่วโมง ระหว่างนี้มีการเปิดน้ำในห้องน้ำตลอดเวลา
30 ก.ย. ประมาณ 2 ทุ่ม 10 นาที นายชาญวิทย์ ได้หิ้วชิ้นส่วนศพออกจากคอนโด แม่บ้านของคอนโด ได้ขึ้นไปทำความสะอาดชั้นที่นายชาญวิทย์ พักอาศัย แล้วได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งรุนแรง จึงเปิดห้องเข้าไปดู พบร่องรอยคราบเลือด ร่องรอยการทำความสะอาดและพบว่าเปิดน้ำทิ้งเอาไว้ จึงแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ เมื่อตำรวจมาถึงก็ได้เข้าไปตรวจสอบภายในห้องและตรวจสอบกล้องวงจรปิด คาดว่าน่าจะเป็นเหตุไม่ปกติ จึงได้วางแผนดักซุ่มรอผู้ก่อเหตุ
1 ต.ค. นายชาญวิทย์ กลับเข้ามาที่ห้องพักอีกครั้ง ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวสอบสวน และนำตัวไปชี้จุดฝังชิ้นส่วนศพ น.ส.อรนันท์ ที่บริเวณใต้ทางด่วน ย่านนวมินท์ ใกล้กับตลาดหัวมุม โดยจุดนี้พบถุงมือผ้าสีเขียว เสียมที่ใช้ขุดดิน จากนั้นได้ควบคุมตัวไปหาหลักฐานที่นำไปทิ้งน้ำที่คลองบางขวด ห่างจากตลาดนัดราว 100 เมตร จุดนี้พบ มีด เลื่อย ขวาน (ที่ใช้ก่อเหตุ) แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือของผู้ตาย และจากการขุดหลุมฝังชิ้นส่วนร่างผู้เสียชีวิต และนำขึ้นมาให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ พบว่ามีทั้งหมด 7 ถุง
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตำรวจได้สอบปากคำผู้ก่อเหตุอย่างละเอียดแล้ว ทำให้ทราบว่าผู้ก่อเหตุ มีภรรยาอยู่แล้ว แต่แอบมาคบกับผู้ตาย ผู้ตายจึงตีตัวออกห่าง ไม่รับโทรศัพท์ ไม่ติดต่อกัน จนผู้ก่อเหตุเกิดความหึงหวง และวางแผน "ฆ่าหั่นศพ" ล่วงหน้านาน 2 เดือน โดยมีการขุดหลุมฝังศพหนึ่งเดือนก่อนหน้า ผู้ต้องหารับว่าแทงไม่ยั้ง ต่อมาวันที่ 29 ก.ย.65 ผู้ต้องหาเริ่มหั่นศพตั้งเเต่เวลาประมาณ 10.00 - 20.00 น. จนกระทั่งวันที่ 30 ก.ย. ได้ย้ายเอาชิ้นส่วนเอาไปฝัง และวันที่ถูกจับกุม ซึ่งผู้ต้องหากลับมาที่ห้องพักคอนโดอีกครั้งเพื่อมาทำลายหลักฐาน
ตำรวจดำเนินคดีในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือ ทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย.-สำนักข่าวไทย