นักวิทยาศาสตร์พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การทดลองกับแมวเป็นเรื่องน่าปวดหัวที่สุด
อ้าวเฮ้ย….ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา
นักวิทยาศาสตร์คงอยากพูดแบบนี้แน่ๆ เมื่อเอาเหล่าน้องแมวมาทดลอง เพราะเชื่อหรือไม่ว่ากิตติศัพท์เกี่ยวกับความดื้อ ไม่ยอมทำตามคำสั่ง สั่งอย่างแต่ทำอีกอย่าง ของเหล่าน้องแมวนั้นทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่ายกธงขาวยอมแพ้ไม่ทำการวิจัยกับน้องแมวมากนักต่อนักแล้ว
โดยปกติแล้วหากนักวิทยาศาสตร์จะศึกษาเรื่องพฤติกรรมและความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์เลี้ยงกับมนุษย์นั้นมักจะเลือกสุนัขมากกว่าเพราะว่าสามารถฝึกได้และทำตามคำสั่งหรือเงื่อนไขการทดลองได้ครบถ้วน ต่างจากในแมวที่มักจะมีปัญหามากมายตั้งแต่ขั้นตอนกระบวนการฝึกเพื่อทำการทดลอง เพราะนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่พบว่าน้องแมวนั้นฝึกให้ทำตามคำสั่งยากมาก
แต่บางทีถึงฝึกแล้ว แต่พอมาให้อยู่ในสถานการณ์ทดลองจริงน้องแมวก็ยังไม่ยอมทำตามที่ฝึกอีก จนเหล่านักวิทยาศาสตร์ถึงกับกุมหัวกันไปตามๆ กัน และนั่นเป็นเหตุผลว่าการทดลองเกี่ยวกับพฤติกรรมของน้องแมวส่วนใหญ่นั้นมักจะมีอัตราการที่แมวตัวอย่างล้มเลิกกลางคันค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เคยมีการทดลองหนึ่งที่ใช้น้องแมวมาทดสอบ 26 ตัว พบว่า 7 ตัวต้องล้มเลิกกลางคัน ซึ่งถ้านับเป็นเปอร์เซ็นต์ก็เรียกว่าไม่น้อยเลย
ความอินดี้ของเหล่าน้องแมวในการทดลองนั้นเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาในหมู่เหล่านักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก อย่างนักจิตวิทยาชื่อดังชาวฮังการี Ádám Miklósi ก็บอกว่า “เคยทดลองกับแมวแค่ครั้งเดียว และนั่นก็เกินพอสำหรับฉันแล้ว”
นักวิจัยอีกชุดจากฮังการีอย่าง PéterPongrácz และทีมงานที่เคยทำการทดลองดูว่าแมวสามารถอ่านสายตามนุษย์และรู้ว่าเรากำลังพยายามบอกใบ้อะไรอยู่ได้หรือไม่ ก็พูดตรงกันว่า การทดลองกับน้องแมวเป็นสิ่งที่ยากมากๆ เพราะบางทีฝึกน้องแมวมาเป็นอย่างดีและคิดว่าพร้อมกับการทดลองแล้ว แต่อยู่ดีๆ น้องแมวก็อาจจะเกิดความอินดี้และไม่ยอมทดลองตามที่ตกลงกันไว้เลยได้แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าแก่ทีมนักทดลองชุดนี้เป็นอย่างมาก
ด้วยปัญหานี้ทำให้มีหลายคนได้ลองเสนอทางออกว่าถ้าอยากศึกษาพฤติกรรมของน้องแมวจริงๆ อาจจะจำเป็นต้องยกทีมการทดลองไปที่บ้านที่น้องแมวอยู่แทน เพื่อลดความเครียดและให้น้องแมวได้แสดงออกอย่างเป็นตัวเองได้เต็มที่
เรียกได้ว่าถ้าอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับแมวก็ต้องเอาใจน้องแมวกันหน่อยล่ะสินะเนี่ย
อ้างอิงข้อมูล
https://www.wayofcats.com/blog/why-science-gets-cats-wrong/29545
https://www.nytimes.com/2018/02/26/science/dog-science-cats.html
#Howl