โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘หมอธีระ’ เตือนกักตัว 5 วันไม่พอ! มีโอกาส 50% ที่แพร่เชื้อได้ ย้ำ 14 วันดีที่สุด

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 ก.ค. 2565 เวลา 01.46 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2565 เวลา 01.46 น. • The Bangkok Insight

"หมอธีระ" เตือนกักตัว 5 วันไม่พอ! มีโอกาส 50% ที่จะยังมีเชื้อในร่างกายและแพร่ให้คนอื่นได้ ย้ำ! 14 วันดีที่สุด พร้อมแนะผู้โดยสารนกแอร์เฝ้าระวังตัวเอง หลังต้องติดในเครื่องที่ไม่มีอากาศถ่ายเท

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า 31 กรกฎาคม 2565 เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 652,804 คน ตายเพิ่ม 1,110 คน รวมแล้วติดไป 581,44 เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปและเอเชียครอง 6 ใน 10 อันดับแรก และ 13 ใน 20 อันดับแรกของโลก

หมอธีระ

จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชียและยุโรป รวมกันคิดเป็น 79.03% ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็น 52.25%

…สถานการณ์ระบาดของไทย

จากข้อมูล Worldometer เช้านี้พบว่า จำนวนเสียชีวิตเมื่อวาน สูงเป็นอันดับ 11 ของโลก และอันดับ 5 ของเอเชีย แม้สธ.ไทยจะปรับระบบรายงานตั้งแต่ 1 พ.ค.จนทำให้จำนวนที่รายงานนั้นลดลงไปมากก็ตาม

…สิ่งที่ควรทราบเมื่อตรวจพบว่าติดเชื้อ ความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบันสำหรับโควิด-19 สายพันธุ์ Omicron นั้นชัดเจนว่า การแยกตัวจากคนอื่นแค่ 5 วันนั้นไม่เพียงพอ มีโอกาสถึง 50% ที่จะยังมีเชื้อในร่างกายและแพร่ให้คนอื่นได้

หากแยกตัว 7 วัน ก็ยังมีโอกาสถึง 25%

ในขณะที่ 10 วัน โอกาสแพร่เชื้อมีราว 10%

หมอธีระ

แต่หลัง 14 วันไปแล้ว ข้อมูลทางการแพทย์ชี้ว่าน่าจะปลอดภัย ดังนั้น หากเป็นไปได้ ติดเชื้อแล้วแยกตัวสองสัปดาห์จะดีที่สุด

แต่ถ้าต้องกลับมาทำงานที่จำเป็นก่อนสองสัปดาห์ ให้ตระหนักเสมอว่ามีโอกาสหลุด และแพร่ให้คนใกล้ชิดหรือคนที่พบปะด้วยในชีวิตประจำวัน จึงต้องมีการป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด โดย

  • เลือกใส่หน้ากาก N95 หรือเทียบเท่าหากเป็นไปได้
  • ต้องแน่ใจว่า"หายจากอาการป่วยแล้ว" และควร "ตรวจ ATK ได้ผลเป็นลบ"

…โอกาสเป็นกลับซ้ำ (rebound) หลังได้ยาต้านไวรัส

ข่าวล่าสุด ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งติดเชื้อโรคโควิด-19 และได้รับยาต้านไวรัสจนครบไปแล้วนั้น ปรากฏว่าตรวจพบผลบวกอีกครั้งหลังจากหายช่วงแรกไปเพียง 4 วัน จึงต้องทำการแยกตัวจากผู้อื่นอีกครั้งเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อติดเชื้อ

ข้อมูลทางการแพทย์จากผลการศึกษาวิจัยนั้นพบว่า การเป็นกลับซ้ำ หรือ rebound นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้ราว 5% (แม้ในชีวิตจริง ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อหลายคนในอเมริกาจะมีความเห็นว่าอาจถึง 10% ก็ตาม)

การเป็นกลับซ้ำนั้น มักเกิดหลังจากได้รับยาต้านไวรัสจนครบ ไม่มีอาการ และผลตรวจเป็นลบไปแล้วเฉลี่ย 2-8 วัน แล้วกลับมีอาการกลับขึ้นมาใหม่ และ/หรือผลตรวจกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง (ATK ขึ้นมาเป็นสองขีด)

หมอธีระ

คนไทยเราจำเป็นต้องทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง rebound เพราะปัจจุบันมีการใช้ยาต้านไวรัสมากขึ้น ดังนั้นหากช่วงแรกอาการหายไป แล้วเป็นกลับมาใหม่ หรือตรวจเป็นลบ แล้วกลับมาเป็นบวกใหม่ ก็จำเป็นต้องแยกตัวออกจากสมาชิกในบ้าน หรือที่ทำงานอีกครั้ง โดยปฏิบัติตามระยะเวลาแยกตัวที่กล่าวมาข้างต้น เพราะจะแพร่เชื้อให้แก่ผู้อื่นได้

ส่วนคำถามที่ว่า จะต้องเริ่มยาเพื่อรักษาใหม่หรือไม่? ข้อมูลในปัจจุบันยังมีน้อยมาก คำแนะนำในการปฏิบัติตอนนี้คือ รักษาตามอาการไปก่อน ยังไม่ควรกินยาต้านไวรัสซ้ำ แต่ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวที่ดูแล เพื่อจะได้เฝ้าระวัง สังเกตอาการและดูแลรักษาได้ทันท่วงที

…สำหรับข่าวเกี่ยวกับเครื่องบินโดยสารไถลออกนอกรันเวย์เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่และผู้โดยสารกว่า 160 คน ที่อยู่ในเครื่องบินเป็นเวลานาน ควรเฝ้าระวัง สังเกตอาการอีกสักสัปดาห์ด้วยนะครับ เพราะการติดอยู่ในเครื่องที่ไม่มีการถ่ายเทอากาศเป็นเวลานานนั้นจะเสี่ยงมากต่อการแพร่เชื้อติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...