หมอโบว์ ขวัญใจโลกโซเชียล หมอแกร่งดูแลช้าง
หมอโบว์ ขวัญใจโลกโซเชียล
หมอแกร่งดูแลช้าง
กลายเป็นหนึ่งในหมอรักษาช้างของไทย ที่มีบทบาทในการเข้ามาดูแลช้างที่ป่วย สำหรับ หมอโบว์ หรือ สัตวแพทย์หญิง (สพญ.) รัชดาภรณ์ ศรีสมุทร เจ้าของช่อง “หมอเตี้ย” ที่โด่งดังในโลกโซเชียลจนมีแฟนคลับติดตามอย่างมากมายหลังมีการส่งต่อเรื่องราวของหมอร่างเล็ก กับภารกิจที่ยิ่งใหญ่ในการอุทิศเวลาดูแลช้างที่เจ็บป่วย
วันนี้ลองมาฟังมุมมองการทำงานและการดำเนินชีวิตของหมอโบว์ หญิงสาววัย 29 ปี เล่าถึงชีวิตตัวเองว่า สำหรับ 4 ปีแห่งการเข้ามาทำหน้าที่สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลช้างกระบี่ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่คอยดูแล รักษา ประคบประหงมสุขภาพช้างทั่วทั้งภาคใต้
เรียกได้ว่า 24 ชั่วโมง โบว์มาเป็นหมอรักษาช้างเพราะมีความผูกพันกับช้างมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาฝึกงานสัตวแพทย์ ช้างตัวใหญ่ ฉลาด มีหลากหลายอารมณ์ มีหลายๆ สิ่งให้น่าศึกษาค้นหา มาทำงานที่โรงพยาบาลช้างกระบี่เป็น 1 ในหมอ 2 คนที่ทำหน้าที่รักษาช้างโดยเฉพาะ กินอยู่หลับนอนที่นี่เหมือนเป็นบ้านหลังหนึ่ง ทุกๆ 6 เดือน จะออกไปดูแลสุขภาพช้างทั่วทั้งภาคใต้ ค่ำที่ไหนก็นอนใกล้ๆ ที่นั่น โดยทีมทำงานของหมอก็มีหมอกับคนขับรถ ที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยแพทย์ไปในตัวด้วยอีก 1 คน
“ช้างที่เราต้องดูแล เป็นช้างเลี้ยง หรือช้างบ้าน บ้านไหนมีช้างเราไปที่นั่น ไกลหรือว่าลำบากแค่ไหนก็ไป ดูแลในที่นี้หมายถึงดูแลสุขภาพทั่วไป ถ่ายพยาธิ ให้ยาบำรุง หรือเคสไหนป่วยหนักก็รักษาตามอาการ หากต้องเฝ้าดูอาการตลอดเวลา หรือต้องให้น้ำเกลือก็มีบ้างที่ต้องนอนค้างกับบ้านเจ้าของช้าง แต่ช่วงที่อยู่โรงพยาบาลก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะต้องรับคนไข้ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน เพราะการเจ็บป่วยของช้างก็เหมือนคน ที่ไม่เลือกเวลา มันเกิดได้ทุกเมื่อ อย่างไรก็ตาม หากยังเคลื่อนย้ายได้ ส่วนใหญ่เจ้าของช้างก็เลือกที่จะนำช้างมาที่โรงพยาบาลมากกว่าให้หมอไปรักษาที่บ้าน” สพญ.รัชดาภรณ์กล่าว
โรงพยาบาลช้างกระบี่มีสถานที่และเครื่องมือสำหรับดูแลช้างป่วยค่อนข้างจะพร้อม มีลานพัก หลักมัด อาหาร รวมไปถึงบ้านพักสำหรับควาญ และเจ้าของช้างด้วย ทุกอย่างฟรีทั้งหมด เจ้าของช้างจะมีค่าใช้จ่ายแค่ค่ารถบรรทุกที่นำช้างมาที่โรงพยาบาลเท่านั้น
ในแต่ละเดือนหมอที่นี่ต้องดูแลคนไข้ตัวใหญ่จำนวนมาก นับเฉพาะที่มาแอดมิต หรือนอนโรงพยาบาล ก็เดือนละ 17-18 เชือก อาการที่เข้ามาให้หมอรักษามีหลากหลาย แล้วแต่ฤดู ถ้าเป็นช้างทำงานก็จะเป็นแผล เป็นโรคเกี่ยวกับตา ปวดท้อง ท้องอืด ปวดหลัง หลังอักเสบ ซึ่งแต่ละเชือกต้องใช้เวลารักษากันนาน บางเชือกรักษาถึง 2-3 เดือนก็มี
“มีอยู่ตัวหนึ่งอยู่มานานแล้ว ถือเป็นคนไข้ตัวแรกของหมอเลยก็ว่าได้ น้องชื่อน้องบัวสวรรค์ หรือน้องบัว เป็นช้างพังจาก จ.ภูเก็ต ยังเด็กอยู่เลย อายุ 7 ขวบ มาด้วยอาการไขสันหลังอักเสบ บาดเจ็บ ตกจากที่สูง หมอให้ยารักษาตามสภาพ รวมทั้งพยายามทำกายภาพบำบัด ว่ายน้ำ รวมไปถึงฝังเข็ม แต่ไม่สนองตอบต่อการรักษา เวลานี้ น้องเป็นอัมพาตท่อนล่าง แต่ยังโชคดีที่ยังควบคุมการฉี่ได้ ถึงตอนนี้น้องบัวมาอยู่ที่โรงพยาบาลช้างกระบี่ได้ 4 ปีแล้ว และต้องดูแลน้องตลอดไป” หมอโบว์กล่าว
อย่างไรก็ตาม หมอโบว์บอกว่า แม้จะป่วยเป็นช้างติดเตียงและไม่สามารถกลับมาเดินได้เหมือนช้างปกติทั่วไปอีก แต่น้องบัวก็เป็นช้างที่อารมณ์ดีกับทุกคน ไม่เครียด และไม่รู้สึกเจ็บปวด ดูแลน้องบัวก็เหมือนดูแลน้องสาวอีกคน ที่หมอโบว์ก็เต็มใจกับการทำหน้าที่ตรงนี้ตลอดไป
ถามว่าคุณหมออุทิศตัวเองให้กับงานดูแลรักษาช้างตลอด 24 ชั่วโมงเช่นนี้ เอาเวลาที่ไหนไปดูแลตัวเองและคนในครอบครัว หมอโบว์บอกว่า ดูแลตัวเองหมอก็ดูแล ทำงานเหนื่อย นอนพัก ตื่นมาก็หายแล้วทำงานต่อได้ สำหรับคนในครอบครัวหมอก็ต้องดูแลเช่นเดียวกัน
“ก่อนที่หมอจะมาทำเพจเรื่องการดูแลช้าง หมอเคยทำเรื่องการดูแลแม่มาก่อน แม่หมอป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ก่อนหน้านี้หมอเกือบจากลาก่อนแล้ว เพราะไม่มีใครดูแลแม่ แม่หมอเป็นครู เมื่อ 3-4 ปีก่อนป่วยจำอะไรไม่ได้จนโรงเรียนที่สอนอยู่ให้ออก หมอเลยให้แม่มาอยู่ด้วยที่กระบี่ ช่วงแรกๆ ยังช่วยเหลือตัวเองได้ อาบน้ำ ทานข้าวได้เอง ต่อมา เริ่มเล่นปลั๊กไฟ ทำน้ำท่วมห้อง ตอนรับเคสช้างป่วยหมอต้องเอาแม่ไปด้วยทุกครั้ง เพราะปล่อยไว้คนเดียวไม่ได้ จนบ่อยเข้าก็เริ่มไม่ไหว ตัดสินใจลาออกเพื่อมาดูแลแม่ เขียนใบลาเอาไว้เรียบร้อยแล้ว” หมอโบว์เล่า
เธอบอกต่อมาว่า ตัดสินใจยากอย่างยิ่ง แต่จนในที่สุดคุณพ่อของหมอตัดสินใจลาออกจากงานเองเพื่อดูแลคุณแม่แทนหมอโบว์
นั่นหมายถึงภาระทุกอย่างในบ้านก็จะตกอยู่กับหมอตัวเล็กๆ คนนี้เพียงคนเดียว ซึ่งหมอโบว์บอกว่าเต็มใจที่จะรับภาระตรงนี้ที่สุด
วันนี้หมอโบว์จึงมาลุยงานได้เต็มที่ นอกจากงานรักษาช้างแล้วหมอยังทำเพจ “หมอโบว์” ที่มีเนื้อหา เล่าถึงเรื่องราวการดูแลรักษาช้างในเคสต่างๆ ที่หมอพบเจอมาทั้งหมดอีกด้วย เวลานี้แฟนเพจมีผู้ติดตามดูการทำงานและให้กำลังใจกับหมอโบว์แล้วกว่า 7 แสนคน
ถามว่าวันนี้หมอโบว์อยากได้อะไรจากการทำงานตรงนี้อีก หมอนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วบอกว่า อยากให้ที่โรงพยาบาลมีหมอเยอะๆ จะได้ช่วยกันดูแลช้างได้มากกว่านี้ เพราะเวลานี้มีช้างป่วยที่ต้องการรักษาอีกจำนวนมาก